Posted by: panchalee on: 10 พฤศจิกายน 2009

สมศ. ประกาศรายชื่อศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่จะได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง ประจำปีงบประมาณ พศ.2553 จำนวน 287 แห่ง
***********************************
Posted by: panchalee on: 9 พฤศจิกายน 2009
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
9 พฤศจิกายน 2552

บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา
1. ชื่อสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว
เลขที่ 234 หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
รหัสไปรษณีย์ 67260 โทรศัพท์ 0-5677-9121 โทรสาร 0-5677-9026
Email: nfenamnao@hotmail.com
2.สังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์
สำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ตั้งอยู่เลขที่ 234 หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะของการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนผู้ด้อย/พลาด/ขาดโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2536 กรมการศึกษานอกโรงเรียน ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอน้ำหนาว และต่อมาได้มีการก่อสร้างห้องสมุดประชาชนอำเภอน้ำหนาว เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2537 ณ พื้นที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวบนพื้นที่ 2 งาน 18 ตารางวา บริเวณหลังที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการศึกษานอกโรงเรียน สร้างเสร็จวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 และอยู่ในความดูแลของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอน้ำหนาว
ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอน้ำหนาว มีผู้บริหารดังนี้
1. นางสาวสุธิน จันทร์ลา ผู้ประสานงาน พ.ศ.2534
2. นายราเชนทร์ บูรณศาสตร์ ผู้ประสานงาน พ.ศ.2536
3. นายมงคล ชัยสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์ พ.ศ.2536
4. นายวิบูลย์ ตรีถัน ผอ. ศบอ. พ.ศ.2542
5. นายวิวัฒน์ ด้วงทอง ผอ. ศบอ. พ.ศ.2548
6. ว่าที่ ร.อ.ดำริห์ ติยะวัฒน์ ผอ. กศน. ปัจจุบัน
ประวัติอำเภอน้ำหนาว
อำเภอน้ำหนาว เมื่อประมาณ พ.ศ.2400 เดิมเป็นเพียงกลุ่มบ้านเล็กๆ มีบ้านเรือนประมาณ 4-5 ครอบครัว ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านห้วยน้ำหนาวกลุ่มบ้านดังกล่าวเป็นชุมชนที่ยังไม่ถาวรมีการเคลื่อนย้ายหมู่บ้านเมื่อมีการเจ็บป่วยล้มตาย หรือเกิดโรคระบาดของคนในหมู่บ้านประชาชนจะอพยพครอบครัวหนีโรคร้ายเข้าไปอาศัยอยู่ตามป่าเขา ไร่นา เมื่อโรคร้ายสงบลงจึงอพยพกลับถิ่นเดิมหรือไปตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นใหม่โดยมีความเชื่อกันว่า ผีกิน หรือผีมารังควาน เมื่อย้ายหมู่บ้านคราใดก็เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ตามสภาพที่ตั้งของหมู่บ้าน เช่น บ้านห้วยขอนเปลือย บ้านโนนจำปา บ้านโคกลานกลอย บ้านห้วยตำแย บ้านห้วยน้ำหนาว และบ้านท่าไร่เป็นต้น หมู่บ้านทั้งหมดนี้ ขึ้นต่อการปกครองตำบลหล่มเก่า อำเภอ หล่มเก่า ต่อมามีการตั้งหมู่บ้านขึ้น ได้แก่ บ้านนาพอสอง บ้านห้วยหอ ( บ้านวังกวาง ) บ้านตาดข่า บ้านกกกล้วยนวล ทำให้การตรวจตราและดูแลราษฎรของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก พ.ศ. 2457 ทางราชการได้แยกพื้นที่บ้านห้วยน้ำหนาวออกจากตำบลหล่มเก่าตั้งเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอหล่มเก่า เรียกว่า “ต.น้ำหนาว” กำนันตำบลน้ำหนาวคนแรกคือ นายมูล คัมภีร์ อยู่ที่บ้านห้วยลาด
ปี พ.ศ.2487 รัฐบาลได้ตราพระราชกำหนดระเบียบบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ ได้มีการสำรวจและเกณฑ์แรงงานราษฎรจากจังหวัดต่างๆ สร้างเส้นทางจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สู่จังหวัดเพชรบูรณ์โดยเริ่มต้นทางเส้นทางที่บ้านศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ผ่านบ้านวังกวาง ภูผาลา บ้านหลักด่าน ป่าห้วยอีหม้อ บ้านตาดกลอย สู่เขตอำเภอหล่มเก่า บ้านกกกระทอน หัวหน้าคณะผู้สำรวจเส้นทางในสมัยนั้น คือ นายช่างเต็ม วิภาคย์จนกิจ การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว ผู้คนต้องมาเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะไข้มาลาเรียในป่าน้ำหนาวเป็นจำนวน มาก ตรงบริเวณข้างสะพานห้วยผาลาเป็นสุสานที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตเส้นทางสายนี้ก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงครามต้องลาออก การก่อสร้างดังกล่าวจึงถูกยกเลิกไป
พ.ศ.2521 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศตั้งกิ่งอำเภอน้ำหนาว โดยแยกพื้นที่ตำบลน้ำหนาว ออกจากอำเภอหล่มเก่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลคมนาคม เจ้าหน้าที่ของรัฐออกตรวจตราและเยี่ยมเยือนราษฎรไม่ทั่วถึง เพราะเป็นพื้นที่ชายแดนมีอาณาเขตติดต่อกับ 3 จังหวัด 4 อำเภอประกอบกับมีการแทรกซึมของผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ และยากต่อการปราบปรามซึ่ง ผบ.พตท.1617 และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มีความเห็นสอดคล้องต้องกันว่าควรจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้น และกระทรวง มหาดไทยได้ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ตามประกาศ ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2521 โดยให้ขึ้นอยู่กับอำเภอหล่มเก่า
ในปีแรกใช้อาคารเรียนของโรงเรียนชุมชนบ้านนาพอสอง (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนอนุบาล น้ำหนาว) เป็นที่ทำการชั่วคราว ต่อมาในปี พ.ศ.2523 ทางราชการได้ที่ว่าการกิ่งอำเภอสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2524 เป็นอาคาร 2 ชั้น และใช้เป็นที่ว่าการอำเภอถึงปัจจุบันนี้ นายเน็ด โฉมอุดม ปลัดอำเภอหล่มเก่าเป็นปลัดอำเภอเป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอคนแรก และได้ตั้งเป็นอำเภอตามพระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2524
สภาพทั่วไปของอำเภอน้ำหนาว
ลักษณะที่ตั้งและอาณาเขต
อำเภอน้ำหนาว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากที่ตั้งของตัวจังหวัด ระยะทางประมาณ 145 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนที่ราบสูงบนทิวเขาเพชรบูรณ์ พื้นที่มีระดับความสูงประมาณ 700-900 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอต่างๆดังนี้
ทิศเหนือ ติดอำเภอ วังสะพุง จังหวัดเลย , อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศใต้ ติดอำเภอ คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
ทิศตะวันออก ติดอำเภอ ภูกระดึง จังหวัดเลย และอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันตก ติดอำเภอ หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และ อำเภอหล่มเก่า
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของอำเภอน้ำหนาวเป็นที่ราบบนภูเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทางทิศเหนือเป็นเทือกเขาสูงและภูผาหินปูน ทางทิศตะวันออกส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของตำบลและหมู่บ้าน มีลำน้ำพองและภูกระดึงเป็นแนวเขตติดต่อกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับทางทิศตะวันตกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าไม้เบญจพรรณและป่าสนเขา ส่วนทางทิศใต้มีแนวภูเขาสูงประกอบด้วย เขาดงสวนเมี่ยงและภูผาจิต ซึ่งเป็นยอดเขาตัดที่สูงที่สุดของป่าน้ำหนาวสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,271 เมตร
ลักษณะภูมิอากาศ
อำเภอน้ำหนาวเป็นแบบมรสุม มี 3 ฤดูกล่าวคือ ฤดูร้อน (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) ฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม) และฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) สภาพอากาศทั่วไปเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในฤดูหนาวประมาณ 4-20 °c และฤดูร้อนประมาณ 8-32 °c
การปกครอง อำเภอน้ำหนาว แบ่งออกเป็น 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน
| ที่ | ชื่อตำบล | จำนวนหมู่บ้าน | ระยะห่างจากอำเภอ (กม.) | ประชากรทั้งหมด(คน) | จำนวนชาย ( คน ) | จำนวนหญิง(คน) | จำนวนครัวเรือน |
| 1. | ตำบลน้ำหนาว | 6 หมู่บ้าน | 1 กม. | 4,815 | 2,514 | 2,301 | 1604 |
| 2. | ตำบลโคกมน | 6 หมู่บ้าน | 10 กม. | 3,140 | 1,611 | 1,529 | 976 |
| 3. | ตำบลวังกวาง | 11 หมู่บ้าน | 23 กม. | 5,381 | 2,801 | 2,580 | 1,561 |
| 4. | ตำบลหลักด่าน | 7 หมู่บ้าน | 40 กม. | 3,760 | 1,892 | 1,868 | 987 |
| รวม 4 ตำบล | 30 หมู่บ้าน | - | 17,096 | 8,818 | 8,278 | 5,128 | |
ข้อมูลประชากรอำเภอน้ำหนาว เดือน สิงหาคม เมื่อ ปี 2552
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
- ด้านไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 1 แห่ง ทุกหมู่บ้านมีไฟฟ้าใช้
- ด้านประปา ระบบประปาหมู่บ้านหรือระบบประปาภูเขาทุกหมู่บ้านมีน้ำใช้
- ด้านการสื่อสาร ที่ทำการไปรษณีย์จำนวน 1 แห่ง
- ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีสถานีตำรวจภูธร 1 แห่ง
- ด้านสุขภาพ มี โรงพยาบาลขนาด 10 เตียง 1 แห่ง และสถานีอนามัย 4 แห่ง
การคมนาคม
1. ทางหลวงหมายเลข 2216 ถนนสายกกกะทอน – ห้วยสนามทราย ไม่มีรถประจำทาง แต่จะมีรถรับส่งพัสดุของไปรษณีย์ ระหว่างอำเภอน้ำหนาวกับอำเภอหล่มเก่าวันละ 1 เที่ยว ระยะทางจากหมู่บ้านหลักด่านถึงอำเภอน้ำหนาว 40 กิโลเมตร ระยะทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึง หมู่บ้านหลักด่าน (โดยใช้เส้นทางจากอำเภอหล่มเก่า) มีระยะทาง 120 กิโลเมตร
2. ทางหลวงหมายเลข 2216 ถนนสายกกกะทอน – ห้วยสนามทราย กิโลเมตรที่ 20 – 21 มีรถประจำทางวิ่งผ่านทุกวันจากบ้านนาพอสอง หมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของอำเภอน้ำหนาว ถึง อำเภอชุมแพ ด้วย ระยะทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงบ้านนาพอสอง 138 กิโลเมตร
ด้านแหล่งน้ำ
ตำบลหลักด่าน มีลำน้ำห้วยน้ำหนาว ลำน้ำปากห้วยขอนแก่น ลำน้ำเลย
ตำบลวังกวาง มี ลำห้วยหอย ลำน้ำพอง
ตำบลน้ำหนาว มีลำน้ำห้วยภูฮี
ตำบลโคกมน มีลำน้ำเชิญ
ด้านการเกษตร
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางด้านเกษตร โดยมีพื้นเพาะปลูกอยู่รอบๆ หมู่บ้าน พืชที่ปลูกได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ขิง ปลูกผัก พืชสวนที่นิยมปลูกคือ มะขาม ลิ้นจี่ ลำไย
ด้านการพาณิชย์
- มีสถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็ก 4 แห่ง
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำกัด จำนวน 1 แห่ง
- สหกรณ์การเกษตรหลักด่าน จำนวน 1 แห่ง
ด้านการท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
แหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
1. ถ้ำผาหงษ์
2. สวนสนบ้านแปก
3. สวนสนภูกุ่มข้าว
4. น้ำตกซำผักคาว
5. น้ำตกทรายทอง
6. น้ำตกเหวทราย
7. น้ำตกพรานบา
แหล่งท่องเที่ยวภายในตำบลต่างๆ
ตำบลหลักด่าน
1. ถ้ำใหญ่น้ำหนาว (ภูน้ำริน)
2. เลยดั้น
3. น้ำตกวงพระจันทร์
4. โครงการฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตและพื้นที่ต้นน้ำน้ำหนาว
ตำบลวังกวาง
1. แหล่งท่องเที่ยวที่ทางไปบ้านฟองใต้ เพื่อขึ้นภูกระดึง จนถึงยอด ผาหล่มสัก
2. แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการท่องเที่ยว ในรูปแบบเชิงเกษตรแบบพอเพียง ที่บ้านห้วยยางทอง หมู่ที่ 9
ตำบลน้ำหนาว
มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการท่องเที่ยวในรูปแบบเชิงเกษตร ในอำเภอน้ำหนาว มีสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากมาย อาทิ เช่น ไร่ธนลาภ ปลูกผักเมืองหนาว
สวนภูน้ำหนาว แหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการเกษตรเชิงอนุรักษ์ สวนภูพนา ปลูกดอกหน้าวัว สวนน้ำหนาว ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ สวนเนินไผ่ ปลูกผักเมืองหนาว
ตำบลโคกมน
1. วัดห้วยสนามทราย
2. น้ำตกตาดหมอก
ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
ในอำเภอน้ำหนาวมีพื้นที่ป่า ป่าน้ำหนาว เป็นป่าผืนใหญ่ติดต่อกับป่าภูเขียวของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ ประกอบด้วยป่าหลายชนิดคือ
ป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าไผ่และทุ่งหญ้าพบกระจายเป็นหย่อม ๆ และเป็นทุ่งหญ้า พื้นที่ใหญ่สลับกับป่าสนเขาและป่าเต็งรัง ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย และรุกรามรวดเร็วมาก การดับไฟป่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก
สัตว์ป่าที่สำคัญ ในเขตอุทยานแห่งชาติ น้ำหนาวมีอาศัยอย่างชุกชุมได้แก่ ช้าง เก้ง กวาง เสือโคร่ง เสือดาว กระทิง วัวแดง หมี เลียงผา กระจง เม่น อีเห็น หมูป่า กระต่ายป่า ลิง ชะนี ไก่ป่า แมวดาว ตะกวด พังพอน ฯลฯ รวมทั้งสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ที่หายาก ได้แก่ เต่าปูลู เต่าเดือย ค้างคาวมงกุฎหูโตมาร์แชล และค้างคาวที่มีลักษณะที่แตกต่างจากค้างคาวชนิดอื่นที่ได้พบมา นอกจากนั้นยังมีนกสวยงามมากมายหลายชนิดได้แก่ นกแก้ว นกเงือก นกกระจ้อน ไก่ฟ้าพญาลอ นกจับแมลงจุกดำ นกกะรางหัวหงอก นกกะรางหัวขวาน นกสาลิกาเขียว นกจาบคาหัวสีส้ม นกปีกลาย, สล๊อต นกพญาปากกว้างหางยาว นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกปรอดหัวจุก นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกไต่ไม้ท้องสีเม็ดมะขาม นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง เหยี่ยวแมงปอขาแดง
ด้านการศึกษา
อำเภอน้ำหนาวมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์เขต 2 จำนวน 14 แห่ง และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ จำนวน 1 แห่ง
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
สภาพสังคมโดยรวมของอำเภอน้ำหนาว เป็นสังคมเกษตรชนบท มีความสงบเรียบร้อย มีประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ประชาชนในอำเภอน้ำหนาว ส่วนใหญ่อพยพมาจากที่อื่นทั้งจาก จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ และ จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ก็อยู่กันได้โดยไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ละหมู่บ้านก็จะมีประเพณีที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ชอบเข้าวัดทำบุญ
ปรัชญา
มีคุณธรรม นำความรู้ สู่วิถีชีวิตอย่างพอเพียง
วิสัยทัศน์
กศน.น้ำหนาว ส่งเสริมการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างมีคุณภาพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
พันธกิจ
1. จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
2. ส่งเสริม สนับสนุนและประสานภาคีเครือข่าย เพื่อจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
3. จัด ส่งเสริม สนับสนุนและประสานการจัดการศึกษาตามโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ งานนโยบายพิเศษของรัฐบาลและงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
4. จัดส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น
5. วิจัยและพัฒนาคุณภาพหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้และมาตรฐานการศึกษานอกระบบ
6. ดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และเทียบระดับการศึกษา
7. กำกับ ดูแล ตรวจสอบ นิเทศภายใน ติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
8. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและภาคีเครือข่าย
9. ระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
10. ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ให้สอดคล้องกับระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
11. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
12. พัฒนาระบบบริหารการจัดการที่มีคุณภาพ ตามหลักธรรมมาภิบาลและสร้างภาพลักษณะที่ดี
13. พัฒนาและส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ
14. ส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
15. พัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้ให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการ/ มีคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน/คุณภาพการศึกษา
16. พัฒนาคุณภาพชีวิตครูและบุคลากรทางการศึกษา ครูกศน. และภาคีเครือข่ายให้ได้มาตรฐาน
เป้าประสงค์
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพพัฒนาทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชนและการศึกษาตามอัธยาศัย อย่างมีคุณภาพ คุณธรรม ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กลยุทธ์
กลยุทธ์ที่ 1. ลุยถึงที่ (การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและทั่วถึง )สร้างกระแสความความสำคัญของการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานนอกระบบ การศึกษาต่อเนื่อง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อเจาะลึกการจัดกิจกรรมประสานสร้างเสริมเชื่อมโยงภาคีและเครือข่ายให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้บริการข้อมูลข่าวสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงสะดวกรวดเร็ว สำรวจค้นหาความต้องการในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายและจัดให้มีการทำแผนการเรียนรู้รายบุคคล ครอบครัวและรายกลุ่มในชุมชน
กลยุทธ์ที่ 2. ปรับกิจกรรมหลากหลายโดนใจผู้เรียน ( ปรับวิธีการเรียน เปลี่ยนวิธีสอนให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ) จัดให้มีการพัฒนา สื่อ กระบวนการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มีความหลากหลาย จัดทำข้อมูลการเรียนรู้รายบุคคลและรายชุมชนเพื่อสะสมการเรียนรู้ และประสบการณ์ โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้และให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ จากแหล่งเรียนรู้ การเรียนด้วยการฝึกปฏิบัติจริงและนำการจัดการความรู้มาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีเรียนวิธีสอน ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย บริการแนะแนวการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เสริมสร้างความตระหนักในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และวิธีประชาธิปไตย
กลยุทธ์ที่ 3. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายและกระจายบริการการศึกษา ( ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วม ) ประสานสร้างเสริมภาคีเครือข่ายให้มีความตระหนัก ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกระบบการศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย ในรูปแบบต่างๆ สร้างแรงจูงใจให้เกิดการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในชุมชนภาคีเครือข่าย
กลยุทธ์ที่ 4. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ( จัดระบบบริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร ) พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการบริหารและการจัดการความรู้ เสริมสร้างวัฒนธรรมในการทำงานโดยใช้หลักธรรมมาภิบาล ปรับวิธีการบริหารการจัดการทรัพยากรระหว่างภายในหน่วยงานและต่างหน่วยงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เอื้ออำนวยต่อการบริการประชาชน การประสานงานจัดการบริหารด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำไปสู่การบริการที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการทำงานให้มีการประกันคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้มาตรฐานการศึกษานอกระบบ
กลยุทธ์ที่ 5. แหล่งการเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและภูมิปัญญาให้เป็นฐานความรู้ของประชาชน ส่งเสริมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาและสื่อในชุมชนให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของบุคคลและชุมชน ให้มีพัฒนานำนวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อการศึกษามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ บริหารการจัดการให้เกิดการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต

3. สรุปข้อมูลของสถานศึกษา
ครูและบุคลากร
| ชื่อ-นามสกุล | ตำแหน่ง | วุฒิการศึกษา | สาขาวิชา |
| 1. ว่าที่ ร.อ. ดำริห์ ติยะวัฒน์ | ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ ฯ | ปริญญาโท | บริหารการศึกษา |
| 2. ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์ ทัพผา | ครูอาสาฯ | ปริญญาตรี | สงเสริมการเกษตร |
| 3. นางสาวกนกภรณ์ ทองเชื้อ | ครูอาสาฯ | ปริญญาตรี | สังคมศึกษา |
| 4. นายณัฐพงศ์ เทียมเพ็ง | ครูศูนย์การเรียนชุมชน | ปริญญาตรี | สังคมศึกษา |
| 5. นางนิตยา หารี | บรรณารักษ์ | ปริญญาตรี | บรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ |
| 6.นายพายุวรรษ จันทร์พิลา | นักวิชาการศึกษา | ปริญญาตรี | เทคโนฯคอมพิวเตอร์อุตฯ |
| 7.นางสาวขนิษฐา คำภา | เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล | อนุปริญญา | คอมพิวเตอร์ธุรกิจ |
| 8.นายอนุสรณ์ เหล็กสัก | เจ้าหน้าที่นักการภารโรง | มัธยมศึกษาปีที่ 6 |
การส่งเสริมการรู้หนังสือ
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | 2/2551 | 1/2552 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 10 | 5 | 5 |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 10 | 5 | 5 |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 10 | 5 | 5 |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | - | - | - |
| รวม | 30 | 30 | 15 | 15 |
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | 2/2551 | 1/2552 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 10 | 5 | 5 |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 10 | 5 | 5 |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 10 | 5 | 5 |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | 10 | 5 | 5 |
| รวม | 30 | 40 | 20 | 20 |
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | 2/2551 | 1/2552 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 60 | 30 | 30 |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 50 | 25 | 25 |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 50 | 25 | 25 |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | 50 | 25 | 25 |
| รวม | 30 | 210 | 105 | 105 |
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | 2/2551 | 1/2552 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 110 | 55 | 55 |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 70 | 35 | 35 |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 70 | 35 | 35 |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | 70 | 35 | 35 |
| รวม | 30 | 320 | 160 | 160 |
การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | ไตรมาสที่ 1 | ไตรมาสที่ 2 | ไตรมาสที่ 3 | ไตรมาสที่ 4 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 40 | - | 20 | 20 | - |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 60 | 20 | 20 | 20 | - |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 60 | 20 | 20 | 20 | - |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | 40 | - | 20 | 20 | - |
| รวม | 30 | 200 | 40 | 80 | 80 | - |
การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | ไตรมาสที่ 1 | ไตรมาสที่ 2 | ไตรมาสที่ 3 | ไตรมาสที่ 4 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 25 | 25 | - | - | - |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 25 | 25 | - | - | - |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 25 | 25 | - | - | - |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | 25 | 25 | - | - | - |
| รวม | 30 | 100 | 100 | - | - | - |
กิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชน
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | หมู่ที่ | เป้าหมายทั้งปี | ไตรมาสที่ 1 | ไตรมาสที่ 2 | ไตรมาสที่ 3 | ไตรมาสที่ 4 |
| 1 | น้ำหนาว | 1-6 | 50 | - | 25 | 25 | - |
| 2 | โคกมน | 1-6 | 50 | 25 | 25 | - | - |
| 3 | วังกวาง | 1-11 | 50 | 25 | 25 | 25 | - |
| 4 | หลักด่าน | 1-7 | 50 | - | 25 | - | - |
| รวม | 30 | 200 | 50 | 100 | 50 | - |
การจัดการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เป้าหมายเชิงปริมาณ
| ที่ | ตำบล | เป้าหมายทั้งปี | ไตรมาสที่ 1 | ไตรมาสที่ 2 | ไตรมาสที่ 3 | ไตรมาสที่ 4 |
| 1 | น้ำหนาว | - | - | - | - | - |
| 2 | โคกมน | 50 | - | - | 50 | - |
| 3 | วังกวาง | - | - | 50 | - | 50 |
| 4 | หลักด่าน | 50 | - | - | 50 | - |
| รวม | 100 | - | 50 | 100 | 50 |
สรุปข้อมูลนักศึกษาของสถานศึกษา
กิจกรรมที่ 1 ข้อมูลผู้เรียน / ผู้รับบริการ การจัดส่งเสริมการรู้หนังสือ
รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2552
| แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม | เป้าหมายทั้งปี | ดำเนินการได้ | หลักสูตร / กิจกรรมที่ดำเนินการ |
| การจัดส่งเสริมการรู้หนังสือ ตำบลน้ำหนาวตำบลโคกมน ตำบลวังกวาง ตำบลหลักด่าน | 30 คน | 30 คน | - จัดการเรียนการสอนให้ความรู้กับผู้ที่ไม่รู้หนังสือ และลืมหนังสือ โดยใช้แบบเรียน อ่าน ก – ฮ และแบบเรียนส่งเสริมการเรียนรู้หนังสือไทย |
| 30 คน | 30 คน |
ข้อมูลผู้เรียน / ผู้รับบริการ หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551
| ตำบล | ประถม | ม.ต้น | ม.ปลาย | รวม | รวมทั้งสิ้น | หมายเหตุ | ||||||
| ชาย | หญิง | ชาย | หญิง | ชาย | หญิง | ชาย | หญิง | |||||
| น้ำหนาว | - | - | 32 | 14 | 51 | 38 | 83 | 52 | 135 | |||
| โคกมน | - | - | 17 | 7 | 7 | 5 | 24 | 12 | 36 | |||
| วังกวาง | 3 | 1 | 9 | 3 | 12 | 7 | 24 | 11 | 35 | |||
| หลักด่าน | - | - | - | - | 33 | 2 | 33 | 2 | 35 | |||
| รวม | 3 | 1 | 58 | 24 | 103 | 52 | 164 | 77 | 241 | |||
| 4 | 82 | 155 | 241 | |||||||||
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552
| ตำบล | ประถม | ม.ต้น | ม.ปลาย | รวม | รวมทั้งสิ้น | หมายเหตุ | |||||
| ชาย | หญิง | ชาย | หญิง | ชาย | หญิง | ชาย | หญิง | ||||
| น้ำหนาว | - | - | 26 | 9 | 66 | 43 | 92 | 52 | 144 | ||
| โคกมน | - | - | 19 | 8 | 7 | 1 | 26 | 9 | 35 | ||
| วังกวาง | 2 | 1 | 10 | 8 | 6 | 9 | 18 | 18 | 36 | ||
| หลักด่าน | - | - | - | - | 25 | 19 | 25 | 19 | 44 | ||
| รวม | 2 | 1 | 55 | 25 | 104 | 72 | 161 | 98 | 259 | ||
| 3 | 80 | 176 | 259 | ||||||||
สรุปข้อมูลนักศึกษาของสถานศึกษา
| หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนขั้นพื้นฐาน | จำนวนผู้เรียน ภาคเรียนที่ 2/2551 | จำนวนผู้เรียน ภาคเรียนที่ 1/2552 |
| ประถมศึกษา | 4 | 3 |
| มัธยมศึกษาตอนต้น | 82 | 80 |
| มัธยมศึกษาตอนปลาย | 155 | 175 |
| รวม | 241 | 258 |
สรุปข้อมูลผู้เรียนด้านการศึกษาต่อเนื่อง
กิจกรรมที่ 2 ข้อมูลผู้เรียน / ผู้รับบริการ ปีงบประมาณ 2552
| แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม | เป้าหมายทั้งปี | ดำเนินการได้ | หลักสูตร | จำนวนผู้เรียน | จำนวน ผู้จบ |
| การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ | หลักสูตร 50 ,60 ชั่วโมง | ||||
| 1. พัฒนาอาชีพ | 200 คน | 220 คน | วิชาศิลปะประดิษฐ์จากผ้าใยบัววิชาการถักทอผ้าไหมพรม วิชาการทอผ้าถุงและผ้าขาวม้าวิชาการทำขนมหวาน วิชาแปรรูปอาหาร วิชาตัดเสื้อสตรี วิชาช่างปูกระเบื้อง วิชาดัดผม-เสริมสวย |
40 คน 20 คน 40 คน 20 คน 20 คน 40 คน 20 คน 20 คน |
40 คน 20 คน 40 คน 20 คน 20 คน 40 คน 20 คน 20 คน |
| รวม | 200 คน | 220 คน | 220 คน | 220 คน |
สรุปข้อมูลผู้เรียนด้านการศึกษาต่อเนื่อง
กิจกรรมที่ 3 ข้อมูลผู้เรียน / ผู้รับบริการ ปีงบประมาณ 2552
| แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม | เป้าหมายทั้งปี | ดำเนินการได้ | หลักสูตร / กิจกรรมที่ดำเนินการ |
| การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต | 100 คน | 105 คน | โครงการพัฒนาทักษะชีวิต |
| 100 คน | 105 คน |
กิจกรรมที่ 4 ข้อมูลผู้เรียน / ผู้รับบริการ ปีงบประมาณ 2552
| แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม | เป้าหมายทั้งปี | ดำเนินการได้ | หลักสูตร / กิจกรรมที่ดำเนินการ |
| กิจกรรมการเรียนรู้สู่ชุมชน | 200 คน | 330 คน | โครงการจัดกระบวนการเรียนรู้สู่ชุมชน - การทำน้ำยาอเนกประสงค์ - การกลัดกระจก - การทำพิมเสนน้ำ - การทำยาหม่องครีม - การทำยาหม่องโบราณ - การถักผ้าคลุมไหล่ - การนวดแผนไทย - การทำขนมหวาน |
| 200 คน | 330 คน |
กิจกรรมที่ 5 ข้อมูลผู้เรียน / ผู้รับบริการ ปีงบประมาณ 2552
| แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม | เป้าหมายทั้งปี | ดำเนินการได้ | หลักสูตร / กิจกรรมที่ดำเนินการ |
| การศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง | 2 ชุมชนๆ ละ 50 คน รวม 100 คน |
50 คน 51 คน |
โครงการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง
|
| 100 คน | 101 คน |
กิจกรรมที่ 6 กิจกรรมอื่น ๆ
| โครงการ / กิจกรรม | เป้าหมาย | ดำเนินการได้ | หลักสูตร / กิจกรรมที่ดำเนินการ |
| โครงการ จัดกระบวนการเรียนรู้คุณธรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดย งบประมาณจากศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด จังหวัดเพชรบูรณ์ ( ศตส.จ.พช. )โครงการจัดกระบวนเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน | 50 คน 200 คน |
84 คน 200 คน |
โครงการ จัดกระบวนการเรียนรู้คุณธรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอบรม 3 วัน 2 คืน เมื่อ 1 – 3 เมษายน 2552 เมื่อวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2552 - ศึกษาดูงานที่ศูนย์วิทย์ขอนแก่น- สอนเสริมวิชาภาษาไทย ,พัฒนาทักษะชีวิต 1 |
| 250 | 284 |
กิจกรรมที่ 7 การศึกษาตามอัธยาศัย / ห้องสมุดประชาชนอำเภอน้ำหนาว
| โครงการ / กิจกรรม | เป้าหมาย | ดำเนินการได้ | หลักสูตร / กิจกรรมที่ดำเนินการ |
| การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ -โครงการวันเด็กแห่งชาติ - โครงการสัปดาห์ห้องสมุด - โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ - โครงการพัฒนาห้องสมุดประชาชน - โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่เศรษฐกิจพอเพียง กศน.น้ำหนาว |
2 แห่ง 80 คน 168 คน210 คน 1 แห่ง3 แห่ง |
2 แห่ง 175 คน172 คน826 คน 1 แห่ง3 แห่ง |
การประกวดร้องเพลง ,วาดภาพระบายสี,มอบรางวัล,แข่งขันเกมส์,สาธิตการทำอาชีพ ,ตอบปัญหาชิงรางวัล,การละเล่นส่งเสริมการอ่าน,บริการหนังสือทั่วไป.สาธิตการทำอาชีพให้บริการหมุนเวียนสื่อ 3 แห่ง |
4. ทรัพยากรและงบประมาณ
ครุภัณฑ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ข้อมูลอาคารสถานที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว มีเนื้อที่จำนวน 2 งาน 18 ตารางวา เป็นอาคาร 1 ชั้น
ครุภัณฑ์และสิ่งอำนวยความสะดวก
4.1. เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง
– เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ในสำนักงาน จำนวน 3 เครื่อง
– เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ที่ห้องสมุดประชาชน จำนวน 9 เครื่อง
4.2. โน๊ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง
4.3. เครื่องปริ้นเตอร์ จำนวน 5 เครื่อง
– เครื่องปริ้นเตอร์ ใช้ในสำนักงาน จำนวน 3 เครื่อง
- เครื่องปริ้นเตอร์ ใช้ในห้องสมุดประชาชน จำนวน 2 เครื่อง
4.4. เครื่องเล่น CD /DVD และโทรทัศน์
– CD /DVDจำนวน 1 เครื่อง จานดาวเทียม 2 ชุดและโทรทัศน์ 1 เครื่องใช้ในห้องสมุดประชาชนอำเภอน้ำหนาว
– โทรทัศน์ 1 เครื่องจานดาวเทียม 1 ชุดใช้ในสำนักงาน กศน.น้ำหนาว
4.5. จานดาวเทียม และเครื่องรับสัญญาดาวเทียม ศรช.ทุกแห่ง แห่ง ละ 1 เครื่อง
4.6. ครุภัณฑ์ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบ Wireless ติดตั้งที่ห้องสมุดประชาชน จำนวน 1 ชุด
4.7. โทรศัพท์ หมายเลข 056-779121
4.8. โทรสาร หมายเลข 056-779026
4.9. E – mail nfenamnao@hotmail.com
ข้อมูลงบประมาณ ประจำปี 2552
งบประมาณ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว มีเงินงบประมาณในการบริหารจัดการ ในปีงบประมาณ 2552 รายละเอียด ดังนี้
ทรัพยากร และงบประมาณ
| งบประมาณปี 2552 | เงินงบประมาณที่ใช้ตลอดปี | เงินนอกงบประมาณที่ใช้ตลอดปี |
| 04 ค่าอาหารทำการนอกเวลา | 5,000.00 | |
| เดินทางไปราชการ | 5,000.00 | ค่าใช้สอย 15,492 |
| วัสดุสำนักงาน | 3,000.00 | 12,430 |
| ค่าเช่าบ้าน | 3,000.00 | |
| ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา | 10,200.00 | |
| สาธารณูปโภค | 18,000.00 | 917.60 |
| พัฒนาอาชีพ | 140,000.00 | |
| พัฒนาทักษะชีวิต | 10.000.00 | |
| อาสาสมัครกศน. | 9,000.00 | |
| กิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชน | 140,000.00 | |
| เศรษฐกิจพอเพียง | 70,000.00 | |
| ส่งเสริมสนับสนุนเครือข่าย | 6,000.00 | |
| 05 | ||
| ค่าล่วงเวลาบรรณารักษ์ | 17,992.35 | |
| เดินทางไปราชการ | 5,000.00 | |
| วัสดุสำนักงาน | 5,000.00 | |
| ค่าครองชีพบรรณารักษ์ | 6,000.00 | |
| ค่าจ้างบรรณารักษ์ | 95,280.00 | |
| ค่าจ้างนักการห้องสมุด | 60,282.00 | |
| สาธารณูปโภค | 6,125.47 | |
| ค่า ซื้อหนังสือห้องสมุด | 34,999.20 | |
| กิจกรรม/วาราสาร/นสพ.ห้องสมุด | 24,991.00 | |
| งบประมาณปี 2552 | เงินงบประมาณที่ใช้ตลอดปี | เงินนอกงบประมาณที่ใช้ตลอดปี |
| ค่า นสพ. ศรช. | 2,740.00 | |
| ค่าซ่อมแซมห้องสมุด | 83,300.00 | |
| ค่ากิจกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ | 25,000.00 | |
| ค่าพัฒนาห้องสมุด | 30,000.00 | |
| 06 ค่าตอบแทน ครู ศรช. | 95,280.00 | |
| ประกันตน ครูศรช. | 4,446.00 | |
| บริหารอุดหนุน 52 | 60,000.00 | |
| ค่าดำเนินการสอบ | 20,600.00 | |
| ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน | 97,000.00 | |
| ค่าจ้างนักวิชาการ | 30,966.00 | |
| 07 ค่าตอบแทนทำงานนร./นศ. | 20,000.00 | |
| 08 อุดหนุนหนังสือเรียน | 45,352.00 | |
| ค่าใช้จ่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน | 67,550.00 |
เงินงบประมาณจากศูนย์ประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นเงิน 47,750 บาท
เงินงบประมาณ 1,257,104.02 บาท
เงินนอกงบประมาณ 76,589.60 บาท
งบประมาณ ปี 2552 รวมงบประมาณ 1,333,693.62 บาท
5. ชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้
5.1 ศูนย์การเรียนชุมชน
| ชื่อศูนย์การเรียนชุมชน | ที่ตั้ง | พบกลุ่มวัน |
| 1. ศูนย์การเรียนชุมชนตำบล น้ำหนาว | อาคารศูนย์เด็กเล็ก ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 67260 | จันทร์ – ศุกร์ |
| 2. ศูนย์การเรียนชุมชนตำบล โคกมน | อาคารเอนกประสงค์ หมู่ที่ 3 ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาวจังหวัดเพชรบูรณ์ 67260 | จันทร์ – ศุกร์ |
| 3. ศูนย์การเรียนชุมชนตำบล วังกวาง | อาคารเอนกประสงค์ หมู่ที่ 9 ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 67260 | จันทร์ – ศุกร์ |
| 4. ศูนย์การเรียนชุมชนตำบล หลักด่าน | อาคาร อบต. ตำบลหลักด่าน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 67260 | จันทร์ – ศุกร์ |
5.2 แหล่งเรียนรู้
| ที่ | ตำบล | ชื่อแหล่งเรียนรู้ | แหล่งเรียนรู้ด้าน | ที่อยู่ผู้ดูแล/ผู้รับผิดชอบ |
| 1 | โคกมน | นางตัน เพียงจันทร์ | อาหารและโภชนาการการทำข้าวหลาม | บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 6 ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 |
| 2 | โคกมน | อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว | ศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว | อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว 2 ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 3 | โคกมน | น้ำตกเทวดา | ศึกษาธรรมชาติ(น้ำตกเทวดา) | ม.2 ต.โคกมน อ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 4 | หลักด่าน | นายป่อง พิลาบุตร | ยาสมุนไพร | บ้านเลขที่ 6 หมู่ 4 ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 5 | หลักด่าน | ศึกษาธรรมชาติ (ลานหิน) | ศึกษาธรรมชาติ (ลานหิน) | เลยดั้น ม.6 บ.ห้วยกระโป๊ะ ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 6 | หลักด่าน | ศปน. | การเกษตรกรรมและปลูกป่า | ศปน.น้ำหนาว ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 7 | หลักด่าน | นายทองสา ทองแบบ | หัตถกรรมการจักสาน | บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 1 ต.หลักด่านอ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 |
| 8 | น้ำหนาว | นายพนา สวัสดิบุตร | เกษตรกรรมสวนภูพนาปลูกไม้ดอก | บ้านเลขที่ 222/1 หมู่ที่ 3 ต.น้ำหนาวอ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 |
| 9 | น้ำหนาว | ประเพณีน้ำหนาว | ประเพณีเผาข้าวหลาม | อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 10 | น้ำหนาว | นายสงคราม ทองริ้ว | ด้านศาสนาและประเพณี | บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 3 ต.น้ำหนาวอ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 |
| 11 | น้ำหนาว | ห้องสมุดประชาชน | ให้บริการการอ่านกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน /สื่ออิเล็กทรอนิกส์/อินเตอร์เน็ต | 234 ม.5 อ .น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260 |
| 12 | วังกวาง | นายหม่วน ดีธรรมมา | ด้านศาสนาและประเพณี | บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 1 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 |
| 13 | วังกวาง | นายประยูร ขวัญหนู | เกษตรกรรมสวนผสมผสาน | บ้านเลขที่ หมู่ที่ 9 ต. วังกวางอ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 |
5.3 ภูมิปัญญาท้องถิ่น/พาผู้เรียนไปดู/ทำหลักสูตรท้องถิ่น
| ที่ | ตำบล | ภูมิปัญญาท้องถิ่น | ชื่อ/ที่อยู่ผู้ดูแล |
| 1 | หลักด่าน | การทำข้องไม้ไผ่จักรสาน | นายไหม คำมั่น บ้านเลขที่ 211 ม. 2 บ.หลักด่านต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ |
| 2. | หลักด่าน | การทำสวิงจับปลา | นางมา คำมั่น บ้านเลขที่ 211 ม. 2 บ.หลักด่านต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ |
| 3. | โคกมน | การทำสุ่มไก่ | นางอบ ธีระกัณฑ์ บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 4 บ้านป่ารวก ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ |
| 4. | วังกวาง | การเย็บผ้า | นางจำปา คำแพร บ้านเลขที่ 1 ม.1 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ |
| 5 | วังกวาง | ทำไม้กวาดทางมะพร้าว | นางมิ่ง พรมเพียง บ้านเลขที่ 16 ม.2 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ |
| 6 | วังกวาง | การเลี้ยงไก่พันธ์ไข่ | นายบุญหลาย ทองศรี ร.ร.บ้านวังกวาง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ |
| 7 | วังกวาง | การทอผ้าหมี่โทเล | นางสมคิด คำมี บ้านเลขที่ 42 ม.11 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ |
| 8 | โคกมน | การทำข้าวหลาม | นางตัน เพียงจันทร์ บ้านเลขที่ 37 ม.6 บ.ห้วยสนามทราย ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ |
| 9 | น้ำหนาว | จักสานกระติบข้าว | นางจวน ขวัญมา บ้านเลขที่ 1 ม. 4 บ.นาพอสอง ต.น้ำหนาวอ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ |
| 10 | น้ำหนาว | การทอเสื่อ | นางสังข์ คำเจียก บ้านเลขที่ 27 ม. 4 ต.น้ำหนาวอ.น้ำหนาวจ.เพชรบูรณ์ |
6. เกียรติยศ ชื่อเสียง และผลงาน/โครงการดีเด่นของสถานศึกษา
1. ครูที่ได้รับรางวัล ครูดีศรีน้ำหนาว ประจำปี 2548 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 คือ ว่าที่ ร. ท. ชูศิลป์ ทัพผา ประเภท ครูผู้สอน
2. ห้องสมุดประชาชนอำเภอดีเด่น ระดับภาคเหนือ ประจำปี 2549
3. ห้องสมุดประชาชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2550
4. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันศิลปประดิษฐ์ ประเภทดอกไม้จากผ้าใยบัว โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ในงานวันที่ 18 – 20 ก.ย. 2550
5. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันทักษะอาชีพ ประเภททอดมันเกษตร โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ในงานวันที่ 18 – 20 ก.ย. 2550
6. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันทักษะอาชีพ ประเภทแกงพื้นเมือง โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ในงานวันที่ 18 – 20 ก.ย. 2550
****************************
Posted by: panchalee on: 9 พฤศจิกายน 2009
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
9 พฤศจิกายน 2552
บทที่ 2 ระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา
การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งสำหรับสถานศึกษาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545 และถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการบริหารการศึกษาที่จะต้องปฏิบัติโดยมุ่งเน้นให้ผู้รับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ถือเป็นเป้าประสงค์หลักของสถานศึกษาที่ต้องทำ ตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ได้ให้ความหมายการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาว่า เป็นการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั่นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา การพัฒนาคุณภาพภายในองค์กร เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการคุณภาพทางการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นกิจกรรมที่เป็นบทบาทสำคัญ ทั้งครูผู้สอนและผู้เรียน การที่จะให้เกิดคุณภาพได้ต้องอาศัยความตั้งใจ ความรับผิดชอบ ความร่วมมือ และความพยายามของคนโดยเฉพาะครูอาจารย์ผู้สอน ส่วนสภาพแวดล้อมและระบบ รวมทั้งหลักสูตรและประสบการณ์การเรียนรู้ ต้องอยู่ใน สภาพที่เอื้อให้คนได้ทำดีให้เกิดคุณภาพได้ การพัฒนาคุณภาพที่ได้ผลจึงเป็นกิจกรรมภายในของแต่ละองค์กร ที่ใช้วิธีคุณภาพแบบต่าง ๆ เข้าไปใช้ เช่น การปฏิรูปมาตรฐานการบริหาร(Service Standards Reforms) การกำหนดตัวชี้วัดผลการทำงานหลัก (Key-Performance Indicator) การติดตามผลการปฏิบัติงาน (Performance Monitoring) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร (Effectiveness) รวมถึงการวัดผลการปฏิบัติงาน (Performance Measurement) ที่มีประสิทธิภาพ(Efficiency)การตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน (Performance Auditing) ที่จะส่งผลให้สามารถวัดคุณภาพในการให้บริการ (Service Quality) ได้ อาจใช้วิธีทางลัดสู่ความเป็นเลิศหรือการเทียบงานกับองค์กรที่ประสบผลสำเร็จที่เรียกว่า “Benchmarking” โดยการวางแผนกลยุทธ์สถานศึกษา (Strategic Planning) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพองค์กรการเปรียบเทียบผลของงานให้ดีขึ้นและสามารถเปรียบเทียบได้กับผลการปฏิบัติงานขององค์กรที่เป็นตัวเทียบ ที่เรียกว่า“BestPractice”ตลอดจนการประเมินตนเอง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ในการให้การสนับสนุน การปลุกระดม การให้รางวัลและการลงโทษที่เอื้อต่อการเกิดคุณภาพเป็นต้น
การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน โดยกำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดของแต่ละมาตรฐานเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนได้ใช้แนวคิด TOPSTAR ของ นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ และคณะ ซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานในรายละเอียด ประกอบด้วย
1. Thinkging over : เป็นการทำความเข้าใจและมองภาพรวมของการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ทำความเข้าใจกับระบบต่าง ๆ ในสถานศึกษา ทั้งระบบหลักและระบบสนับสนุน ความสัมพันธ์ระหว่างระบบกับมาตรฐาน
2. Planning : เป็นขั้นตอนการเตรียมการเพื่อการวางแผนการดำเนินการในการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง จะดำเนินการอย่างไร โดยใช้หลักการวางระบบคุณภาพตามแนวคิด Deming cycle ( PDCA ) และการทำแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่ระบบคุณภาพ
3. System : เป็นการวางระบบการทำงานที่ชัดเจนในสถานศึกษาทั้งระบบหลักและระบบสนับสนุนทำ Flow chart ในระบบต่าง ๆ การระบุความสัมพันธ์ของขั้นตอนการทำงานกับมาตรฐาน การทำคู่มือระบบเพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่มีมาตรฐานการทำงานที่คงที่และเป็นปรนัย
4.Team : เป็นการสร้างทีมงาน โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น ทีมนำ หมายถึงทีมที่มีหน้าที่ในการกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย และช่วยในการตัดสินใจต่าง ๆ ทีมทำ หมายถึงทีมที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานในแต่ละระบบ โดยทำงานตามคู่มือระบบ ทีมพัฒนา หมายถึง ทีมวิชาการที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความรู้และประสบการณ์ในการทำประกันคุณภาพระบบต่าง ๆ นอกจากจะมอบหมายงานแล้ว ยังต้องพัฒนาทีมงานให้มีความรู้พร้อมที่จะทำงานด้วยระบบคุณภาพภายในสถานศึกษานอกโรงเรียน
นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ (2547) อ้างอิงจาก แนวทางการประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน,2547 ให้ความหมายคำว่า ระบบ ประกอบด้วยหลาย ๆ กระบวนการ กระบวนการประกอบด้วยชุดของกิจกรรมที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกล่าวโดยสรุป ระบบ หมายถึง ชุดหรือกลุ่มขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันภายในขอบเขตใดขอบเขตหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของการจัดลำดับความสัมพันธ์ขององค์ประกอบนั้น ๆ
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้พัฒนาและประยุกต์ระบบเข้ากับบริบทการทำงานของสถานศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถกำหนดระบบการทำงานภายในสถานศึกษานอกโรงเรียนได้ 2 ระบบหลัก และ 8 ระบบย่อย ดังนี้
ระบบหลัก
1) ระบบจัดการเรียนรู้ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละหลักสูตรหรือกิจกรรมทั้งที่สถานศึกษาดำเนินการเองหรือให้เครือข่ายดำเนินการ เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางของการเรียนการสอน ซึ่งจะต้องพิจารณาตั้งแต่ขั้นแรกที่ผู้เรียนแต่ละคนเข้าสู่หลักสูตรหรือโปรแกรมการเรียนรู้ ผ่านการวัดและประเมินผลจนจบหลักสูตรหรือโปรแกรมนั้น ๆ
2) ระบบบริการและดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมความสามารถผู้เรียนตามศักยภาพ โดยมีผู้เรียน ผู้รับบริการเป็นผู้ขับเคลื่อนร่วมกับสถานศึกษา เน้นการสร้างเสริมบุคลิกภาพ การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ให้บริการแนะแนว การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนและการสนับสนุนด้านทุนเพื่อการศึกษา
ระบบสนับสนุน
1) ระบบโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ เป็นกระบวนการบริหารจัดการองค์ประกอบพื้นฐานให้สนองตอบต่อความต้องการผู้เรียน/ผู้รับบริการ เช่น สื่อ อุปกรณ์ ห้องสมุด ศูนย์การเรียนชุมชน แหล่งเรียนรู้ เครือข่าย ภูมิปัญญา เทคโนโลยี และยานพาหนะ ฯลฯ
2) ระบบเครือข่ายและความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นกระบวนการที่ส่งเสริมและประสานการทำงานกับองค์กรในชุมชน การระดมทรัพยากรจากชุมชนเพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะส่งเสริมให้ชุมชมเป็นแกนหลักในการจัดการศึกษาของชุมชน
3) ระบบบุคลากร เป็นกระบวนการพัฒนา สรรหา และวางแผนการใช้บุคลากรเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการทำงานที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งของสถานศึกษาและเครือข่าย ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับครูการศึกษานอกโรงเรียนเป็นพิเศษ
4) ระบบนิเทศ ติดตามและประเมินผล เป็นกระบวนการตรวจสอบ ทบทวนผลการทำงานและส่งเสริมสนับสนุนการทำงานของระบบอื่น ๆ ทุกระบบ
5) ระบบสารสนเทศ เป็นกระบวนการในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลและสร้างสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการทุกระบบ
6) ระบบบริหารเชิงกลยุทธ์ เป็นกระบวนการในการบริหารเพื่อช่วยขับเคลื่อนทุกระบบให้บรรลุภารกิจขององค์สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาเป้าหมายของระบบสนับสนุน คือ การส่งเสริมให้ระบบหลักดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นผลผลิตทั้งหมดของระบบสนับสนุนจึงเป็นปัจจัยป้อนส่วนหนึ่งของการทำงานของระบบหลัก ( อ้างใน แนวทางการประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน,2547 )
การประกันคุณภาพถือเป็นการประเมินผล ตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง การประกันคุณภาพของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ได้รับมาตรฐานการประเมินคุณภาพเพื่อให้สอดคล้องต่อการดำเนินงานการศึกษานอกโรงเรียน ซึงได้ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2551 จากมาตรฐานการประเมิน 9 มาตรฐาน 28 ตัวบ่งชี้ ให้เป็น มาตรฐานการศึกษา 6 มาตรฐาน 22 ตัวบ่งชี้ ซึ่งเป็นการปรับให้มีความเหมาะสมกับภารกิจและบริบทของสถานศึกษา
ดังนั้น ในการประกันคุณภาพของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ได้สร้างความเข้าใจกับบุคลากรภายในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจแนวทางการ ประกันคุณภาพการศึกษาแนวคิด หลักการของการทำงานเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ทำงานในทิศทางเดียวกัน ดังนี้
1. การสร้างความเข้าใจกับบุคลากร
สร้างความเข้าใจกับครู กศน. และผู้ปฏิบัติงานทุกคนเพื่อให้มีความเข้าใจแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา เกี่ยวกับหลักการ เจตนารมณ์และแนวคิด การประกันคุณภาพการศึกษาตรงกันและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
สร้างทีมงานประกันคุณภาพของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ทีมงานประกันคุณภาพของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว มีอยู่ 3 ทีมหลัก คือ ทีมนำ ทีมทำ และทีมพัฒนา เป็นทีมภายในสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว โดยทีมทำมีหลายทีมที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละหลักสูตรหรือกิจกรรม
2. การตั้งคณะทำงาน
ทีมนำ ได้แก่ ทีมผู้บริหารซึ่งเป็นทีมที่มีบทบาทในการ กำหนดทิศทางการพัฒนาและนำเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา ขณะเดียวกันก็มีบทบาทในการเสริมสร้างพลังร่วมในการทำงานให้ทุกคน
ทีมทำ ได้แก่บุคลากรทุกคนมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพในระบบย่อยต่างๆ ที่ตนเองมีส่วนร่วมและรับผิกชอบ โดยมีบทบาทในการ่วมวางแผน ร่วมมือปฏิบัติ ร่วมประเมินผล และร่วมกันปรับปรุง พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา
ทีมพัฒนาคุณภาพ ได้แก่ ทีมบุคลากรที่ถูกคัดเลือกขึ้นมา โดยมีบทบาทมากในการสนับสนุนประสานงาน และคอยช่วยเหลือให้กับทีมอื่น ๆ รวมทั้งต้องวิเคราะห์และดำเนินการเชิงกลยุทธ์ให้เกิดการพัฒนาระบบคุณภาพขึ้นมา และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
จัดให้มีการประชุมบุคลากรภายในหน่วยงานก่อน จากนั้นได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพ จัดให้การประชุมเชิงปฏิบัติการ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบข้อมูล สร้างความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินการจัดทำการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาได้อย่างถูกต้อง ตามคำสั่งศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาวที่ 1/ 2552 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษามอบหมายหน้าที่ดำเนินงานตามมาตรฐาน และตัวบ่งชี้ ดังนี้
1. คณะกรรมการอำนวยการและที่ปรึกษา (ทีมนำ) มีหน้าที่ ควบคุม กำกับการดำเนินการจัดตั้งระบบประกันคุณภายในสถานศึกษา ศึกษา ค้นคว้า สนับสนุน การดำเนินงาน กำหนดกรอบแนวคิด ออกแบบกิจกรรมการรายงานการประเมินตนเอง ตามมาตรฐาน และตัวบ่งชี้ ปรับปรุงและพัฒนาระบบคุณภาพการศึกษา ได้แก่
1.1 นางสาวกนกภรณ์ ทองเชื้อ ครูอาสาฯ
1.2 นายณัฐพงศ์ เทียมเพ็ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน
1.3 นางสาวขนิษฐา คำภา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
1.4 นางนิตยา หารี บรรณารักษ์
1.5 ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์ ทัพผา ครูอาสาฯ
2. คณะกรรมการผู้รับผิดชอบงานตามาตรฐาน (ทีมทำ) มีหน้าที่ รับผิดชอบในการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) การวิเคราะห์องค์กร การจัดเก็บข้อมูลรายมาตรฐาน และตัวบ่งชี้ ตามเกณฑ์การพิจารณา 6 มาตรฐาน 22 ตัวบ่งชี้ การเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานรายมาตรฐาน
2.1 มาตรฐานที่ 1 ปรัชญา วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาประกอบด้วย
2.1.1 ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์ ทัพผา ครูอาสาฯ หัวหน้า
2.1.2 นายพายุวรรษ จันทร์พิลา นักวิชาการ คณะทำงาน
2.2 มาตรฐานที่ 2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย
2.2.1 นางสาวกนกภรณ์ ทองเชื้อ ครูอาสา ฯ หัวหน้า
2.2.2 นางสาวขนิษฐา คำภา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล คณะทำงาน
2.3 มาตรฐานที่ 3 การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพทักษะชีวิต และกิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชน ประกอบด้วย
2.3.1 นายณัฐพงศ์ เทียมเพ็ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน หัวหน้า
2.3.2 นายพายุวรรษ จันทร์พิลา นักวิชาการ คณะทำงาน
2.4 มาตรฐานที่ 4 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ประกอบด้วย
2.4.1 นางนิตยา หารี บรรณารักษ์ หัวหน้า
2.4.2 อนุสรณ์ เหล็กสัก นักการภารโรง คณะทำงาน
2.5 มาตรฐานที่ 5 การบริหารจัดการ ประกอบด้วย
2.5.1 นายณัฐพงศ์ เทียมเพ็ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน หัวหน้า
2.5.6 นางสาวขนิษฐา คำภา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล คณะทำงาน
2.6 มาตรฐานที่ 6 การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย
2.6.1 ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์ ทัพผา ครูอาสาฯ หัวหน้า
2.6.3 นายณัฐพงศ์ เทียมเพ็ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน คณะทำงาน
3. คณะกรรมการงานวิชากร (ทีมพัฒนา) มีหน้าที่ งานวิชาการ การจัดทำแผน การศึกษา ค้นคว้าสร้างเครื่องมือ และการจัดทำเอกสารรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาประกอบด้วย
3.1 นางสาวกนกภรณ์ ทองเชื้อ ครูอาสาฯ หัวหน้า
3.2 ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์ ทัพผา ครูอาสาฯ คณะทำงาน
3.3 นายณัฐพงศ์ เทียมเพ็ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน คณะทำงาน
3.4 นางนิตยา หารี บรรณารักษ์ คณะทำงาน
3.5 นายพายุวรรษ จันทร์พิลา นักวิชาการ คณะทำงาน
3.6 นางสาวขนิษฐา คำภา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล คณะทำงาน
3.7 อนุสรณ์ เหล็กสัก นักการภารโรง คณะทำงาน
3. การจัดทำแผนพัฒนา
จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว เป็นการจัดทำแผนโดยมีการวิเคราะห์สภาพที่เป็นอยู่ของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ดูว่าเดิมเรามีระบบการทำงานอะไรอยู่บ้างเป็นอย่างไร คุณภาพผู้เรียนเป็นอย่างไร มีการดูแลช่วยเหลือให้สามารถเรียนรู้ได้ดีหรือไม่ มี การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างไร กำหนดวิสัยทัศน์ที่ ต้องการให้เป็นกำหนดระบบการทำงานในสถานศึกษา ซึ่งแท้จริงก็คือกลยุทธ์การทำงานของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว นั่นเอง รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ซึ่งในทางปฏิบัติจะบูรณาการแผนพัฒนาคุณภาพกับแผนงานปกติที่สถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาวโดย มีการดำเนินการดังนี้
- เตรียมการจัดทำแผนพัฒนาโดยจัดตั้งคณะทำงาน ทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และวางแผนการทำงานคณะจัดทำแผน
- เตรียมข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนาโดยการรวบรวมข้อมูลจากระบบสารสนเทศของสถานศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในชุมชนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาอำเภอ/จังหวัด
- วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกำหนดแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ดำเนินการโดยวิธี SWOT Analysis การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในของสถานศึกษาเพื่อดูจุดแข็ง (Strengths) และจุดอ่อน (Weakness) โดยพิจารณาทั้งแง่มุมที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของสถานศึกษาตามสภาพความเป็นจริง การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของสถานศึกษาเพื่อดูโอกาส (Opportunity) และภาวะคุกคาม/อุปสรรค (Threats) กำหนดจุดยืนหรือสร้างวิสัยทัศน์การทำงานของสถานศึกษาโดยวิเคราะห์ว่าสถานศึกษามีโอกาสและศักยภาพในการดำเนินงานด้านใดบ้าง
กำหนดเป้าหมายและผลผลิตของสถานศึกษาโดยพิจารณาจากบทบาท อำนาจ หน้าที่ ภารกิจที่ได้รับมอบหมายวางระบบการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและผลผลิตที่กำหนดโดยนำระบบคุณภาพของสถานศึกษาเข้ามาเป็นกลไกในการทำงาน จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโดยกำหนดงาน / โครงการต่าง ๆ ของสถานศึกษาที่ก่อให้เกิดผล ผลิตทั้งระบบหลักและระบบสนับสนุน จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีโดยกำหนดรายละเอียดการทำงานเป็นปี ๆ จากแผนพัฒนาคุณภาพ และจัดระบบติดตามตรวจสอบการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ
4. การจัดทำคู่มือ
จัดทำคู่มือระบบการทำงานภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว เป็นการกำหนดรายละเอียดของขั้นตอนการทำงานของแต่ละระบบ สาระสำคัญในคู่มือระบบการทำงานภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ประกอบด้วยคำอธิบายระบบหลักและระบบสนับสนุนทั้ง 8 ระบบ ทั้งนี้ช่องของระบบทั้ง 8 ระบบให้เรียกชื่อเหมือนกับความสัมพันธ์ของระบบการทำงานแต่ละระบบกับมาตรฐานและตัวชี้วัดการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาว่าระบบทั้งหมดครอบคลุมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน ที่กำหนดได้ผังระบบงาน (Flow Chart) เป็นการเขียนกระบวนการทำงานแต่ละระบบที่บุคลากรภายในสถานศึกษาร่วมกันออกแบบเพื่อให้เห็นกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบโดยใช้ข้อความสั้น ๆ ที่มีความหมาย ผังระบบงานจะทำให้ชัดเจนในขั้นตอนการดำเนินงานซึ่งจะเป็นภาพทั้งหมดของระบบงาน
การออกแบบคู่มือระบบการทำงาน ภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว โดยหลักการแล้วระบบประกอบด้วยกระบวนการทำงานต่าง ๆ แต่กระบวนการทำงานจะมีวิธีการขั้นตอนการทำงาน ดังนั้น เมื่อสถานศึกษามีผังระบบงานแล้ว ได้ กำหนดวิธีการ ขั้นตอนการทำงานที่เป็นมาตรฐานในแต่ละกระบวนการ โดยร่วมกันคิดว่าถ้าทำงานตามวิธีการที่เป็นมาตรฐานนี้แล้วจะได้งานที่มีคุณภาพและการที่จะบอกว่ามีคุณภาพจำเป็นต้องมีตัวชี้วัดความสำเร็จและพิจารณาว่าคุณภาพมาจากอะไร ( เพื่อนำไปสู่การกำหนดเกณฑ์การประเมินต่อไป ) เช่น ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจ ร้อยละของแบบสอบถามหรือเอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นต้น รวมทั้งจะต้องบอกว่ามีหลักฐานอะไรเพื่อยืนยันว่าได้ทำตามกระบวนการนั้นๆ แล้ว หลักฐานไม่จำเป็นจะต้องเป็นเอกสารเสมอไป ถ้าเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ยิ่งเป็นการดี
ดำเนินงานตามคู่มือ ระบบการทำงานภายในสถานศึกษา (โดยใช้หลัก PDCA) ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว
การดำเนินงานตามคู่มือ ระบบการทำงานภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว เป็นภารกิจในขั้นตอนที่ 5 ของเส้นทางสู่การประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน (Road Map) ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว หลังจากที่สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ได้จัดทำคู่มือระบบการทำงานภายในสถานศึกษาเรียบร้อยแล้วก็ดำเนินการตามคู่มือระบุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือระบบนี้ ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับต้องปฏิบัติงานโดยใช้วงจรเดมมิ่ง (PDCA) มีการตรวจสอบทบทวนการดำเนินงานด้วยตนเอง และสลับกันตรวจโดยใช้วงจรคุณภาพเช่นเดียวกัน ซึ่งการดำเนินงานตามวงจรเดมมิ่งมีดังนี้
การทำงานแบบ PDCA
P : Plan การวางระบบ ปกติสถานศึกษาจะต้องมีแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาซึ่งในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะต้องมีการกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นทิศทางในการทำงานให้บรรลุตามมาตรฐานการศึกษา สำหรับการประกันคุณภาพของสถานศึกษาจะกำหนดให้ มีผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา งบประมาณ ทรัพยากร ที่ต้องใช้ ซึ่งมีทั้งแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว แผนระยะยาวได้แก่ แผนพัฒนาคุณภาพศึกษา แผนกลยุทธ์ เป็นแผนที่ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของสถานศึกษาเพื่อใช้เป็นแผนแม่บทสำคัญในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปสู่เป้าหมายภาย ในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3-5 ปี จากแผนระยะยาวดังกล่าว นำมากำหนดเป็นแผนปฏิบัติการประจำปี จากแผนปฏิบัติการประจำปี อาจมีการจัดทำแผนย่อย ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานที่เป็นระบบ มีขั้นตอน หรือวิธีปฏิบัติงาน หรือกิจกรรมที่ชัดเจน ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบแต่ละระบบย่อย หรือแต่ละกิจกรรมในระบบจะต้องนำไปวาง แผนในแต่ละระบบย่อย หรือแต่ละกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนหรือผู้รับบริการ
D : DO การปฏิบัติตามแผน การวางแผนที่ดี มีความเหมาะสม สอดคล้องกับผู้ปฏิบัติรวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ แล้ว เท่ากับงานนั้นได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วครึ่งหนึ่ง ดังนั้นในขั้นตอนนี้ทุกคนต้องปฏิบัติงานตามแผนของสถานศึกษา และแผนย่อยของตน ผู้บริหารสถานศึกษาจึงต้องมีหน้าที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก จัดหาทรัพยากรให้เพียงพอ มีการกำกับติดตามให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม นอกจากนั้น ถ้าผู้บริหารสามารถให้การนิเทศกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกรณีที่ผู้บริหารไม่สามารถให้การนิเทศได้ด้วยตนเอง อาจส่งบุคลากรของสถานศึกษาไปรับการอบรมในเรื่องที่ยังไม่มีความรู้ หรือไม่เชี่ยวชาญเพียงพอ
C : Check การตรวจสอบหรือประเมินผล จะต้องกระทำอย่างเหมาะสมจะทำให้ข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับการจัดทำสารสนเทศในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา การประเมินควรเริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดกรอบการประเมินว่าจะประเมินอย่างไร ใครเป็นผู้ประเมิน ระยะเวลาประเมินลงมือที่ใช้การวิเคราะห์ การเขียนรายงาน ทั้งนี้เครื่องมือและวิธีที่ใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ เช่น การสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกตพฤติกรรม การสังเกตกระบวนการทำงาน การตรวจสอบพิจารณางานผู้เรียน หลักฐานที่สะท้อนการปฏิบัติงาน ตัวอย่างผลงานและแฟ้มสะสมงานของผู้เรียน การสร้างเครื่องมือที่ใช้ รวบรวมข้อมูลได้อย่างเหมาะสมและมีระบบการวางแผนการเก็บข้อมูลที่ดีจะทำให้ได้ข้อมูลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประเมินสามารถนำมาวิเคราะห์รายกิจกรรม รายโครงการ รายระบบการทำงานและสรุปผลภาพรวมของการประกันคุณภาพการศึกษาได้
A : Action การนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน หลังจากประเมินผลการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานการประเมินของสถานศึกษาแล้ว สถานศึกษาควรนำผลการประเมินมาวิเคราะห์หาจุดเด่น จุดด้อยของแต่ละระบบ และพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลที่รับผิดชอบกลุ่มใด หรือคนใดบ้าง แล้วจัดประชุมบุคลากรของสถานศึกษาแจ้งผลการวิเคราะห์ ชี้แจงรายละเอียดให้ทราบและควรเน้นย้ำว่าให้บุคลากรทุกคนได้ทราบว่าการดำเนินการประกันคุณภาพต้องทำอย่างต่อเนื่อง ระบบการทำงานใดที่สถานศึกษาดำเนินการแล้วอยู่ในระดับดี มิได้หมายความว่าในปีถัดไปสถานศึกษาจะยังคงทำกิจกรรมเหมือนปีที่ผ่านมาอีก แต่คงต้องร่วมกันพิจารณาว่าจะรักษาผลการดำเนินงานในระดับดีไว้ได้อย่างไร
ส่วนโครงการ กิจกรรม หรือระบบการทำงานใด ผลการดำเนินงานทำได้ไม่ดี คือต้องปรับปรุงแก้ไขหรืออาจกล่าวว่าเป็นจุดอ่อนของสถานศึกษาซึ่งต้องนำมาพิจารณาหรือปรับปรุง เมื่อบุคลากรผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ ก็ควรจะต้องมีการนำแผนของแต่ละกลุ่มมาพิจารณาร่วมกันเพื่อกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการในภาพรวมของสถานศึกษาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา บุคลากร งบประมาณ กิจกรรมขั้นตอนใดสามารถยุบรวมกันได้ก็นำมาปรับแผนจัดร่วมกัน จะทำให้แนวทางการปฏิบัติตามแผนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทุกฝ่ายได้รับรู้ร่วมกัน
5. ประโยชน์ของการตรวจสอบทบทวนคุณภาพการศึกษา
- สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทราบถึงสภาพคุณภาพของการดำเนินงานจัดการศึกษา จุดเด่น จุดด้อย และภาพรวมของคุณภาพการศึกษา
- ใช้เป็นข้อมูลวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทาง วิธีการส่งเสริมและพัฒนา สถานศึกษาให้มีคุณภาพตามเกณฑ์
6. การสร้างระบบการประเมินภายในเป็นวัฒนธรรมองค์กรคุณภาพ
เมื่อทำงานเป็นระบบอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องแล้วผู้บริหารและทีมงานทั้งหมดในสถานศึกษาต้องสร้างความเคยชินกับการทำงานที่เป็นระบบและให้ความสำคัญ
7. การขอรับการประเมินภายนอกจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมิน
การดำเนินงานตามระบบการทำงานของสถานศึกษาที่ได้สร้างไว้อย่างสม่ำเสมอนั้น สามารถตรวจสอบได้ด้วยกลไกภายในสถานศึกษาว่าในที่สุดเราได้มาตรฐานตามที่มาตรฐานกลางกำหนดไว้หรือมีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับได้ จะทำให้สถานศึกษามีความมั่นคงกับการทำงานที่เป็นระบบและพร้อมที่จะรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก
ตารางมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย
| มาตรฐาน | ตัวบ่งชี้ |
| มาตรฐานที่ 1ปรัชญา วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา | 1.1 ปรัชญา วิสัยทัศน์ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ การดำเนินงานสอดคล้องกัน 1.2 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี ครอบคลุมทุกพันธกิจ การกำกับ ติดตามการดำเนินงานเป็นไปตามแผนและนำผลไปใช้ ในการพัฒนา |
| มาตรฐานที่ 2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน | 2.1 การพัฒนาหลักสูตร 2.2 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน 2.3 การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2.4 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ ตามหลักการจัดการศึกษานอกระบบ 2.5 คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 2.6 ความรู้ ความสามารถของผู้สำเร็จการศึกษานอกระบบ |
| มาตรฐานที่ 3 การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ ทักษะชีวิต และกิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชน | 3.1 การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและ ความต้องการของท้องถิ่น 3.2 สื่อหรือแหล่งการเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ 3.3 ครูและบุคลากรมีความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร 3.4 ครูและผู้สอนมีคุณลักษณะที่เหมาะสม 3.5 คุณภาพของผู้เรียน / ผู้รับบริการ |
| มาตรฐานที่ 4การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย | 4.1 คุณภาพของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย |
| มาตรฐานที่ 5 การบริหารจัดการ | 5.1 คุณภาพของการพัฒนาบุคลากร 5.2 การจัดระบบข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ 5.3 ผู้บริหารมีสมรรถนะในการบริหารองค์กร 5.4 คุณภาพของการบริหารจัดการ 5.5 มีระบบประกันคุณภาพภายใน |
| มาตรฐานที่ 6การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย | 6.1 การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 6.2 การสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย |
*************************************
Posted by: panchalee on: 9 พฤศจิกายน 2009
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
9 พฤศจิกายน 2552
บทที่ 3 วิธีการประเมินตนเองของสถานศึกษา
สถานศึกษามีขั้นตอนในการประเมินตนเอง ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมิน
1.1 เพื่อประเมินสภาพความสำเร็จในการทำงานของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน
1.2 เพื่อนำผลที่ได้ไปจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรอบต่อไป
1.3 เพื่อรายงานผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและเตรียมรับการประเมินภายนอก
2. ขอบเขตการประเมิน ครั้งนี้มีกำหนดดังนี้
2.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา ในการประเมินตนเองครั้งนี้ สถานศึกษาทำการประเมินกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามภารกิจงาน ประกอบด้วย ด้านการบริหารสถานศึกษา ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน และ ด้านการส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย โครงการตามนโยบายเร่งด่วนตามที่ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัด เช่น โครงการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
2.2 ขอบเขตด้านเวลา ในการประเมินตนเองครั้งนี้ สถานศึกษาได้ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินตนเองในปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม 2551 ถึง กันยายน 2552 )
2.3 ขอบเขตด้านกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลในงานการประเมินได้แก่ ผู้เรียนผู้รับบริการ ผู้บริหาร คณะครูบุคลากรที่ปฏิบัติงาน และเครือข่ายที่มี ส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม โดยการเก็บข้อมูลและกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดในปีงบประมาณ 2552
ขอบเขตการประเมินด้านกลุ่มเป้าหมาย
| ที่ | มาตรฐาน | กลุ่มเป้าหมาย |
| 1 | มาตรฐานที่ 1 ปรัชญา วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา |
ข้าราชการ , พนักงานราชการ , ครูกศน.คณะกรรมการสถานศึกษา, ผู้นำท้องถิ่นผู้นำศาสนา , ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นหัวหน้าอนามัย , ผู้บริหารสถานศึกษาในระบบ , ผู้นำกลุ่มต่างๆในหมู่บ้าน |
| 2 | มาตรฐานที่ 2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน | ครูที่ใช้หลักสูตร,ผู้เรียน,นายจ้างในสถานประกอบการ,ผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดคุ้นเคยกับนักเรียน |
| 3 | มาตรฐานที่ 3 การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพทักษะชีวิต และกิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชน | ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ พัฒนาทักษะชีวิตพัฒนาอาชีพ, พัฒนาสังคมและชุมชน |
| 4 | มาตรฐานที่ 4 การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย | ผู้เรียนและผู้รับบริการ |
| 5 | มาตรฐานที่ 5 การบริหารจัดการ | ครู กศน. กรรมการสถานศึกษา |
| 6 | มาตรฐานที่ 6 การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย | เครือข่าย |
3. กรอบการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
3.1 หลักการสำคัญในการประเมิน
3.1.1 มีการกำหนดองค์ประกอบคุณภาพ ของการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มงานโดยให้มีระบบ/กลไกในการควบคุม/ตรวจสอบ/ประเมินการดำเนินงาน ในแต่ละองค์ประกอบคุณภาพตามข้อกำหนดของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประกอบด้วยรายงานตรวจสอบ (Audit checklist) 6 มาตรฐาน และ 22 ตัวบ่งชี้คุณภาพ (Quality indicators)
3.1.2 มีการกำหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินคุณภาพ เป็นข้อย่อย ๆ ที่อธิบายตัวบ่งชี้ให้กระจ่างชัดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจความหมายขอบข่ายของตัวบ่งชี้และพิจารณาได้ว่าจะต้องกำกับตรวจสอบและทบทวนการดำเนินในรูปแบบหรือลักษณะใด จึงจะทำให้ผู้เรียน / ผู้รับบริการมีคุณภาพสอดคล้องกับมาตรฐานและตัวบ่งชี้การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
3.1.3 มีกระบวนการดำเนินงาน โดยผู้บริหารมีบทบาทในการประเมินตนเองด้วยการกำกับดูแลการดำเนินงาน และบุคลากรในหน่วยงานทุกคนมีส่วนร่วมให้ข้อมูลวิเคราะห์วิจารณ์ และให้ข้อเสนอแนะ
3.1.4 มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และด้วยวิธีการที่หลากหลายตามความเหมาะสมกับระยะเวลา/เนื้อหากิจกรรม และสอดคล้องกับประเด็นที่ประเมิน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามความจริง ประเมินตนเองด้วยการเปรียบเทียบกระบวนการดำเนินงานและผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นกับมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน (พ.ศ. 2549-2553) และเกณฑ์ที่กำหนด โดยแยกเป็นรายมาตรฐานและตัวบ่งชี้
3.2 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ประเมินกิจกรรมของสถานศึกษาได้แก่ กิจกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมพัฒนาอาชีพ กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต งานกิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชนและงานการศึกษาตามอัธยาศัย การกำหนดกรอบประเมินดังนี้
- กิจกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเมิน กิจกรรมการพบกลุ่ม การวัดผลประเมินผล โครงงาน การนำเสนอผลงาน
– กิจกรรมการศึกษาสายอาชีพ ประเมินการเรียนทักษะอาชีพที่เปิดสอนในปีงบประมาณ 2552
– กิจกรรมทักษะชีวิต ประเมินโครงการค่ายพัฒนาทักษะชีวิต
- กิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชน ประเมินโครงการ กศน. เรียนรู้สู่ชุมชน
- กิจกรรมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ประเมินจากโครงการจัดกิจกรรมของห้องสมุดประชาชนอำเภอน้ำหนาวที่ให้บริการ/แหล่งเรียนรู้
4. การสร้างเครื่องมือ
ในการสร้างเครื่องมือในการประเมินคุณภาพการศึกษาโดยภาพรวมมีขั้นตอนดังนี้
1. ทำการวิเคราะห์จุดมุ่งหมายของการประเมินคุณภาพการศึกษา เพื่อที่จะได้กำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลได้ตรงกับจุดมุ่งหมาย
2. กำหนดลักษณะข้อมูลว่ามีข้อมูลประเภทใดบ้าง ลักษณะเช่นไร เพื่อจะได้กำหนดระดับการวัดและกำหนดเครื่องมือวัดให้ตรงจุดมุ่งหมาย
3. พิจารณาว่าจะใช้เครื่องมือ หรือเทคนิคใดในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจะได้เก็บข้อมูลได้ตรงกับจุดมุ่งหมาย
4. วางแผนในการสร้างเครื่องมือและการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานแต่ละขั้นตอนไว้ให้ชัดเจน ตั้งแต่การศึกษาทฤษฎี หลักการในการสร้างเครื่องมือประเภทนั้น ๆ ศึกษาตัวอย่างเครื่องมือที่คล้ายกัน การเขียนข้อคำถามต่าง ๆ การให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา การทดลองใช้และคำนวณค่าสถิติ การปรับปรุงข้อความ การนำไปใช้จริง เป็นต้น
5. สร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลตามทฤษฎี หลักการของการสร้างเครื่องมือประเภทนั้น ๆ
6. ทดลองใช้เครื่องมือ และหาคุณภาพด้านความตรง ความเที่ยง และคุณภาพด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับเครื่องมือรวบรวมข้อมูลประเภทนั้น ๆ ทำการปรับปรุงจนกว่าจะมีคุณภาพเข้าขั้นมาตรฐานนำเครื่องมือที่สร้างขึ้นดำเนินการประชุมชี้แจงบุคลากรเพื่อชี้แจงการใช้เครื่องมือ และดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการประกันคุณภาพทางการศึกษาได้แก่
1. การใช้แบบทดสอบ
2. การส่งแบบสอบถามหรือแบบวัดเจตคติ
3. การสัมภาษณ์
4. การสังเกต
5. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5.1. ประชุมชี้แจงการใช้เครื่องมือ ทุกประเภทแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจตรงกันว่าเครื่องมือ ประเภทใด ใช้เก็บข้อมูลกับใคร สถานศึกษาได้ดำเนินการประชุมชี้แจงการใช้เครื่องมือทุกประเภทแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจตรงกันและมอบหมายให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูล โดยมีคำสั่งมอบหมายการดำเนินการจัดเก็บข้อมูล ผู้รับผิดชอบตามมาตรฐานที่แต่งตั้งไว้
5.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น แบบบันทึกข้อมูลเชิงประจักษ์,แบบสอบถาม ,แบบสัมภาษณ์, แบบสำรวจ,สรุปรายงานผลงานที่เกี่ยวข้อง
5.3 เลือกเก็บข้อมูลให้ตรงกับความ เหมาะสมของบริบทที่ต้องการเก็บรายละเอียดข้อมูล
6. การดำเนินการเก็บข้อมูล
การดำเนินการเก็บข้อมูล เก็บรวบรวมโดยครู กศน.อำเภอน้ำหนาว ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรวบรวมด้วยตนเอง
1. ส่งแบบสอบถามให้ผู้เรียนกรอกข้อมูล
2. การทำใบงานการพบกลุ่ม กรต. โครงงาน
3. การซักถาม สัมภาษณ์ ผู้เรียน/ผู้รับบริการ
4. การใช้แบบสอบถาม โดยให้ประชาชนในชุมชนกรอก
5. การจัดกิจกรรม กศน. โดยกลุ่มเป้าหมายที่มาร่วมกิจกรรม เช่น กลุ่มอาชีพ
6. หลักฐาน หนังสือราชการภายในและภายนอก เช่น รายงานการประชุม คำสั่ง
7. การวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล
คณะทำงานผู้รับผิดชอบนำข้อมูลและหลักฐานที่ตรวจสอบได้มาวิเคราะห์ร่วมกันตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 6 มาตรฐาน 22 ตัวบ่งชี้ ข้อมูลประกอบการพิจารณา เป็นรายงาน หรือสรุปผลการผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ ที่แสดงว่าสถานศึกษาได้มีการปฏิบัติงาน ตามโครงการ/กิจกรรมในแผนปฏิบัติงานประจำปี ที่สอดคล้องกับปรัชญา วัตถุประสงค์และเป้าหมายของสถานศึกษา เกณฑ์การให้คะแนน เป็นข้อกำหนดที่บ่งบอกให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการปฏิบัติงานว่า เมื่อสถานศึกษาปฏิบัติงานบรรลุตามเกณฑ์การพิจารณาในแต่ละตัวบ่งชี้จะได้คะแนนเท่าไร โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.ให้สถานศึกษาตรวจสอบและให้คะแนนตนเองในแต่ละ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การพิจารณา
2. คิดคะแนนตัวบ่งชี้ ให้ตรวจสอบแต่ละเกณฑ์การพิจารณาและคำถามว่ามี หรือ ไม่มี ข้อมูลตามเกณฑ์การพิจารณา
– ถ้าตอบว่า มี ให้ตรวจสอบว่ามีร่องรอยหลักฐานสอดคล้องกับที่กำหนดหรือไม่ ถ้ามีและสอดคล้อง ได้ 1 คะแนน
– ถ้าตอบว่า ไม่มี สถานศึกษาจะต้องเร่งดำเนินการ
3. การคิดคะแนนของมาตรฐาน ให้นำคะแนนของแต่ละตัวบ่งชี้ มารวมกันแล้วหารด้วยจำนวนตัวบ่งชี้จะเป็นค่าเฉลี่ยมาตรฐาน เกณฑ์การประเมิน เป็นข้อกำหนดที่ตัดสินว่าในมาตรฐานหรือตัวบ่งชี้ที่กำหนด สถานศึกษามีมาตรฐานคุณภาพในระดับใดสำหรับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้กำหนดเกณฑ์การประเมินคุณภาพไว้ 4 ระดับ ได้แก่ ดีมาก ดี พอใช้ และปรับปรุง
เกณฑ์การประเมิน มี 2 ระดับ คือ
1) เกณฑ์การพิจารณาการให้คะแนนรายตัวบ่งชี้ เกณฑ์การพิจารณาการให้คะแนน 4 เกณฑ์ ดังนี้
| คะแนน | เกณฑ์การให้คะแนน |
| 1 | สถานศึกษามีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา มีข้อ 1 |
| 2 | สถานศึกษามีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา มีข้อ1และ มีข้อ2 |
| 3 | สถานศึกษามีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา มีข้อ1 ,มีข้อ2 และ มีข้อ3 |
| 4 | สถานศึกษามีคุณลักษณะตามเกณฑ์การพิจารณา มีข้อ1,มีข้อ2,มีข้อ3 และ มีข้อ4 |
เกณฑ์การ ประเมินระดับตัวบ่งชี้ มี 4 ระดับ
| ปรับปรุง | พอใช้ | ดี | ดีมาก |
| 1 คะแนน | 2 คะแนน | 3 คะแนน | 4 คะแนน |
2) การประเมินระดับมาตรฐาน นำค่าร้อยละของตัวบ่งชี้ทุกตัวมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ย นำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบตามเกณฑ์ประเมินคุณภาพระดับมาตรฐาน ดังนี้
| ปรับปรุง | พอใช้ | ดี | ดีมาก |
| ได้ค่าเฉลี่ย ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 1.74 | ได้ค่าเฉลี่ย ระหว่าง 1.75 – 2.74 | ได้ค่าเฉลี่ย ระหว่าง 2.75 – 3.49 | ได้ค่าเฉลี่ย ระหว่าง3.50 – 4.00 |
นำเครื่องมือที่เก็บรวบรวมไปวิเคราะห์ตามหลักวิชาการสร้างเครื่องมือ เช่น การใช้ค่าสถิติความถี่ และค่าร้อยละ ที่สอดคล้องการตรวจสอบข้อมูล
8. การสรุปและเขียนรายงาน
เมื่อรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จแล้วนำมาจัดทำรายงานการประเมินตนเองประกอบด้วย
บทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา
บทที่ 2 การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
บทที่ 3 วิธีการประเมินตนเองของสถานศึกษา
บทที่ 4 ผลการประเมินของสถานศึกษา
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
****************************
ความคิดเห็นล่าสุด