Posted by: panchalee on: 15 มกราคม 2010
อัญชลี ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
8 มกราคม 2553
การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาครูเพื่อให้ครูปรับปรุงและพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุจุดมุ่งหมายที่วางไว้ การนิเทศการศึกษา จึงเป็นกระบวนการในการแนะนำช่วยเหลือครู ให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศนั้นอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย คือ หลักของการยอมรับนับถือในความเท่าเทียมกันในความมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์รู้จักเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น มีความเมตตากรุณา อดทน อดกลั้น และมีความซื่อสัตย์ หลักของการใช้ปัญญาในการตัดสินหรือแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิถีของการปฏิบัติ หลักการมีส่วนร่วม หลักการแบ่งปัน เป็นการแบ่งปันประโยชน์สำหรับทุกคนและหลักของการประสาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันและมีความเข้าใจในงานที่เป็นหน้าที่ของตน และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น
การนิเทศการศึกษามีจุดมุ่งหมายสำคัญ 4 ประการ คือ (สงัด อุทรานันท์ : 2530) เพื่อพัฒนาคน เพื่อพัฒนางาน สร้างประสานสัมพันธ์ และสร้างขวัญกำลังใจ
การนิเทศเพื่อพัฒนาคน หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการทำงานร่วมกับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากรได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น
การนิเทศเพื่อพัฒนางาน หมายถึง การนิเทศการศึกษา มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียน ซึ่งเป็นผลผลิตจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเหตุนี้การนิเทศที่จัดขึ้นจึงมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ดีขึ้น
การนิเทศเพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์ หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นการสร้างการประสานสัมพันธ์ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
การนิเทศเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ หมายถึง การจัดกิจกรรมการนิเทศที่มุ่งให้กำลังใจแก่ผู้รับการนิเทศ ซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนิเทศ เนื่องจากขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้รับการนิเทศมีความตั้งใจทำงาน
ประเภทของการนิเทศ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการนิเทศ ดังนี้
การนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้นำแนวคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตย จุดมุ่งหมายของการนิเทศและหลักการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาเป็นแนวทางในการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดังนี้
การนิเทศ กศน. หมายถึง กระบวนการทำงานร่วมกันของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนประชาชน ผู้นำหมู่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพบุคลากรในหน่วยงานสถานศึกษาให้มีขวัญและกำลังใจ รู้จักใช้และวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันทันต่อเหตุการณ์และสถานการณ์ เพื่อนำมาใช้ในการคิด การแก้ปัญหา และพัฒนางานด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้มีประสิทธิภาพ ตรงตามนโยบาย จุดหมาย แผนงาน หลักการที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ โดยผ่านกระบวนการสื่อสารทั้งสองทาง บนรากฐานของมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีแผนงานและความต่อเนื่องและด้วยเจตคติของการพึ่งพาตนเอง
การนิเทศ กศน. หมายถึง กระบวนการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย เพื่อให้สามารถจัด กศน. ได้อย่างมีคุณภาพ
1. แนวคิดเกี่ยวการนิเทศงาน กศน. ตั้งอยู่บนพื้นฐานแนวคิดต่อไปนี้
1) การนิเทศจะต้องอยู่บนพื้นฐาน ปรัชญา และหลักการของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการจัด กศน. ของสำนักงาน กศน. และสถานศึกษา
2) การนิเทศ กศน. ควรเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ เช่น แผนงานโครงการกิจกรรมและเทคนิคต่างๆ ในการนิเทศ ควรตั้งอยู่บนเจตคติและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผลของการนิเทศจะต้องถูกต้องสมบูรณ์เชื่อถือได้ สามารถสะท้อนคุณภาพการจัด กศน. ของสถานศึกษาได้ตรงตามสภาพจริง
3) การนิเทศ กศน. เป็นกระบวนการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย ที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อให้เขาได้พัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่เคารพศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นมนุษย์ อดทนต่อความแตกตาง คามหลากหลายให้ความเท่าเทียมกันเสมอภาคกัน ความเป็นอิสระ สร้างบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม
4) การนิเทศ กศน. ควรเป็นวิชาชีพ การนิเทศจะต้องมีการประเมินผลการนิเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านปัจจัยการนิเทศ กระบวนการนิเทศ และผลที่เกิดจากการนิเทศ และนำผลการประเมินมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการดำเนินงานนิเทศ เพื่อพัฒนาการนิเทศการศึกษาให้มีคุณภาพ
2. ความสำคัญของการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
การนิเทศเป็นงานสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารเพราะการนิเทศเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร องค์ประกอบของการบริหารย่อมขึ้นอยู่กับคน เงิน วัสดุ และการจัดการ การที่จะบริหารคนให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้บริหารจะต้องมีเทคนิคที่เหมาะสม เทคนิคในการบริหารอย่างหนึ่ง คือ การนิเทศเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ สามารถใช้เงิน วัสดุได้อย่างคุ้มค่า มีหลักการจัดการที่ดี ดังนั้น การที่จะควบคุมการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ ผู้บริหารต้องใช้เทคนิคการบริหารงานและการนิเทศควบคู่กัน การนิเทศการศึกษาเป็นความพยายามในการแนะนำ กระตุ้นให้กำลังใจช่วยเหลือของผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ หรือปรับปรุงกระบวนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการสูญเปล่าทางการศึกษาน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีการจัดกิจกรรมการศึกษาที่หลากหลายให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายประเภทต่างๆ และไม่ได้สังกัด สำนักงาน กศน. ทำให้เห็นความจำเป็นของการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษาทุกประเภทเข้าใจนโยบายปรัชญาการจัด กศน. ที่สามารถสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่การจัดกิจกรรม กศน.
3. จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
1) เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาบริหารหลักสูตรจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการศึกษาพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีและการนิเทศภายในอย่างมีคุณภาพ
2) ส่งเสริมให้สถานศึกษามีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐาน กศน.
3) เพื่อให้คำปรึกษา เสนอแนะและเป็นที่พึ่งในการพัฒนาวิชาการของสถานศึกษาและสำนักงาน กศน. จังหวัด
4) เพื่อประสาน สนับสนุนและเผยแพร่งานทางด้านวิชาการแก่สถานศึกษาและสำนักงาน กศน. จังหวัด
งาน กศน. มีขอบข่ายกว้างขวางทั้งด้านกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม กศน. ผู้จัดกิจกรรม กศน. มีทั้ง หน่วยงาน สถานศึกษาและเครือข่าย ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและส่งเสริมการจัดกิจกรรม กศน. ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย จากความหลากหลายดังกล่าว สืบเนื่องจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี การเมือง การปกครอง และปัญหาต่างๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น การจัด กศน. จำเป็นจะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนและชุมชน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนและผู้รับบริการให้มีศักยภาพและมีความพร้อม สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างสงบสุข
การนิเทศ กศน. มีจุดมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน สร้างประสานสัมพันธ์และสร้างขวัญกำลังใจให้กับครู และผู้ปฏิบัติงาน กศน. การนิเทศมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาครูและผู้ปฏิบัติงานให้สามารถจัดกิจกรรม กศน. และส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและผู้รับบริการอย่างมีคุณภาพ การนิเทศ กศน. ยึดหลักการประชาธิปไตยในการนิเทศ คือการเคารพซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศมีบรรยากาศแห่งความเป็นกัลยาณมิตร คือผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ มีความรับผิดชอบในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน เริ่มตั้งแต่ร่วมวางแผนการนิเทศ ร่วมดำเนินการนิเทศ ร่วมประเมินผลการนิเทศและทำผลจากการนิเทศมาร่วมกันปรับปรุง และพัฒนาการจัด กศน. ให้มีคุณภาพ
การนิเทศงาน กศน. จะสำเร็จได้มีผลดีเพียงใดนั้น มีองค์ประกอบหลายประการ เช่น ผู้รับการนิเทศ ผู้นิเทศ รูปแบบการนิเทศ เทคนิคการนิเทศและวิธีการนิเทศในรูปแบบต่าง ๆ ที่นำมาใช้อย่างเหมาะสมกับเนื้อหาสาระและผู้รับการนิเทศ
การนิเทศแบบมีส่วนร่วม เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการนิเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา การนิเทศแบบมีส่วนร่วมเป็นการทำงานอยู่บนพื้นฐานแนวคิดเกี่ยวกับหลักการนิเทศ กศน. หลักการเรียนรู้ร่วมกัน หลักการทำงานเป็นทีม หลักการทำงานอย่างเป็นระบบ และหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน
1. องค์ประกอบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม
องค์ประกอบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม ประกอบการ
1.1 ผู้นิเทศ ได้แก่บุคลากรของหน่วยศึกษานิเทศก์ คือศึกษานิเทศก์และบุคลากรของ กศน. จังหวัด / กทม. ได้แก่ ผอ. รองผอ. ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่นิเทศ
1.2 ผู้รับการนิเทศ ได้แก่ พนักงานราชการ ครูอาสาสมัคร กศน. ครู ศรช. เจ้าหน้าที่ห้องสมุด บรรณารักษ์ วิทยากรวิชาชีพของ กศน. อำเภอ และภาคีเครือข่าย
1.3 เนื้อหาสาระที่นิเทศ มีดังนี้
1) การศึกษานอกระบบ
- การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
- การศึกษาต่อเนื่อง ได้แก่ การศึกษาอาชีพการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน
2) การศึกษาตามอัธยาศัย ได้แก่ การจัดห้องสมุดประชาชน การจัดแหล่งเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย
3) การประกันคุณภาพการศึกษา
4) การนิเทศตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงาน กศน.
1.4 รูปแบบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม
มีกระบวนการ 6 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 การเตรียมการนิเทศ
ขั้นที่ 2 รูปแบบและแนวทางการนิเทศ
ขั้นที่ 3 กำหนดเครื่องมือนิเทศ
ขั้นที่ 4 ดำเนินการนิเทศ
ขั้นที่ 5 การประชุม
ขั้นที่ 6 การประเมินผล
2. รูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วม
การนิเทศงาน กศน. จะต้องอาศัยรูปแบบการนิเทศที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ผู้ปฏิบัติงานและกิจกรรม กศน. จึงจะสามารถพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และพัฒนาครู บุคลากร และเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนิเทศและต้องให้รับความร่วมมือของครู และผู้ปฏิบัติงานทุกคนในสถานศึกษา จึงจะทำให้การนิเทศมีประสิทธิภาพ การนิเทศดังกล่าวจึงเป็นลักษณะของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม
รูปแบบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วมมี 6 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 การเตรียมการนิเทศ
ขั้นที่ 2 รูปแบบและแนวทางการนิเทศ
ขั้นที่ 3 เครื่องมือประกอบการนิเทศ
ขั้นที่ 4 ดำเนินการนิเทศ
ขั้นที่ 5 การประชุม
ขั้นที่ 6 การประเมินผล
ขั้นที่ 1 การเตรียมการนิเทศ
ก่อนที่จะดำเนินการนิเทศต้องชี้แจงนโยบาย แผนงาน โครงการที่จะต้องปฏิบัติ มอบหมายงานในหน้าที่ ภารกิจที่จะต้องดำเนินการ ศึกษาสภาพความพร้อม บรรยากาศ ข้อมูลและอื่น ๆ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้
ขั้นที่ 2 รูปแบบและแนวทางในการนิเทศ
เมื่อมีโครงการที่จะดำเนินการนิเทศ ในขั้นที่ 1 แล้ว ผู้นิเทศจะต้องดำเนินการนิเทศเพื่อที่จะได้เกิดการพัฒนา 4 ประการ คือ
การนิเทศการศึกษาที่ดี จะต้องมีจุดหมายทั้ง 4 ประการดังกล่าว ดังนั้นผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศจึงต้องมีภารกิจร่วมกัน เพื่อให้การนิเทศเกิดประโยชน์สูงสุด และผู้รับการนิเทศเกิดความพึงพอใจในการนิเทศ ดำเนินการ ดังนี้
ขั้นที่ 3 เครื่องมือประกอบการนิเทศ
เครื่องมือที่ผู้รับการนิเทศและผู้นิเทศมีส่วนร่วมในการเลือกใช้เพื่อการนิเทศในขั้นที่ 2 เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการส่งเสริมแผยแพร่ความรู้ ผู้นิเทศต้องมีเอกสาร ตำราอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้รับการนิเทศได้ศึกษาทำความเข้าใจในรูปแบบการนิเทศแบบต่างๆ หรืออาจจะเชิญผู้มีความชำนาญในการนิเทศมาให้ความรู้เป็นเรื่องๆ ไป โดยดำเนินการ ดังนี้
ขั้นที่ 4 ดำเนินการนิเทศ
จากการศึกษาเอกสารการนิเทศตามขั้นที่ 3 แล้ว ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้เพื่อให้ทราบปัญหาเกี่ยวกับหลักสูตรแผนการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดทำ การจัดหา การใช้และการเก็บรักษาสื่อ เพื่อการเรียนรู้ การวัดผลและการประเมินผล โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศด้วย โดยดำเนินการ ดังนี้
ขั้นที่ 5 การประชุม
เมื่อนิเทศตามขั้นตอนที่ 4 แล้ว นำจุดเด่น – จุดด้อย มาวิเคราะห์ร่วมกันเป็นการส่งเสริมให้ครูมีความรู้ มีการแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยดำเนินการดังนี้
ขั้นที่ 6 การประเมินผล
6.1 การประเมินผลการนิเทศการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
การประเมินผลทางการเรียน การควบคุมดูแล สังเกตพฤติกรรม ตลอดจนการให้คำปรึกษาต่างๆ เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยดำเนินการดังนี้
6.2 การประเมินการนิเทศการจัดการศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการประเมินในเรื่องต่อไปนี้
1. คุณภาพของหลักสูตร/กิจกรรม
2. ประสิทธิผลของการจัดการศึกษา
3. ความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ
4. คุณภาพของการจัดการศึกษา
การที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ มีส่วนร่วมในการดำเนินการตามขั้นตอนทุกขั้น ตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 6 โดยเฉพาะการเลือกรูปแบบและแนวทางในการนิเทศ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะพัฒนาไปสู่การนิเทศเพื่อไม่นิเทศ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน มีความรู้ ความสามารถที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างถาวร แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นิเทศจะได้รับการต้อนรับอย่างดี ผู้รับการนิเทศจะเกิดการพึงพอใจในการนิเทศ กิจกรรมที่จัดจะเกิดความสอดคล้องทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ราบรื่น นับว่าเป็นการนิเทศที่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง
3. การดำเนินการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วม
การดำเนินการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศการมีส่วนร่วม ต้องอาศัยเทคนิควิธีการนิเทศที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ที่ส่งผลให้การนิเทศประสบความสำเร็จต้องมีความต้องการของแต่ละบุคคลที่มุ่งหวังจะพัฒนาด้านการนิเทศและผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมรวมทั้งการพัฒนาที่จะให้การนิเทศเกิดขึ้นได้คือ ผู้บริหารหรือผู้นิเทศ นอกจากนี้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาการจัด กศน. และพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาจะส่งผลให้เกิดการนิเทศการศึกษาและมีการพัฒนา การดำเนินการตามรูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วมเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำเสนอกำหนดภารกิจที่สอดคล้องและประสานสัมพันธ์กันในทางปฏิบัติ โดยจัดทำปฏิทินการนิเทศ ดังนี้
1. กำหนดภารกิจที่จะทำการนิเทศ
2. กำหนดเวลาที่ทำการนิเทศ (วัน เดือน ปี)
3. กำหนดเวลาที่ทำการนิเทศ (เวลา)
4. กำหนดชื่อผู้นิเทศ
5. กำหนดชื่อผู้รับการนิเทศ
4. ตัวชี้วัดการนิเทศแบบมีส่วนร่วม
1. คุณภาพของการจัดการศึกษา
2. การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการนิเทศ
3. การมีส่วนร่วมของผู้รับการนิเทศ
4. ความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศ
อ้างอิงบทความนี้
อัญชลี ธรรมะวิธีกุล
http://panchalee.wordpress.com/2010/01/15/participatory_supervision
******************
Posted by: panchalee on: 6 มกราคม 2010
สมศ.ประกาศรายชื่อหน่วยประเมินศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอ รอบ 2 ประจำปีงบประมาณ 2553
**********************************************
Posted by: panchalee on: 29 ธันวาคม 2009
เรื่อง ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการรวมกลุ่มและการดำเนินงานของกลุ่มเทียนประดิษฐ์
เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่
ผู้วิจัย วัชราพร จิรานันธ์ศิริ
ปีที่วิจัย พ.ศ. 2550
บทคัดย่อ
จุดมุ่งหมายของการศึกษา
1. ปัจจัยการรวมกลุ่ม
2. การดำเนินงานของกลุ่มและผลกระทบจากการดำเนินงานของกลุ่ม
วิธีการดำเนินการศึกษาค้นคว้า
1. ขั้นสำรวจและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
2. การศึกษาข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย
3. การศึกษาสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่วิจัย
4. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยใช้เทคนิคหลายอย่างในการเก็บรวมรวมข้อมูลเพื่อการศึกษา ได้แก่วิธีการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ (Informal Interview) โดยกำหนดประเด็นคำถามในการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างกำหนดหัวข้อในการถามไว้อย่างกว้างๆ ล่วงหน้า และเป็นลักษณะคำถามปลายเปิด ใช้วิธีการสังเกตทั้งที่ได้มีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ควบคู่กับการสัมภาษณ์
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลของผู้วิจัยได้ใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาของการศึกษา ในประเด็นการเก็บข้อมูลการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการรวมกลุ่มและการดำเนินงานของกลุ่มเทียนประดิษฐ์เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม จังหวัดเชียงใหม่ ใช้รูปแบบการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Traingulation) คือ การตรวจสอบสามเส้าด้วยแหล่งข้อมูลที่ได้มา ซึ่งประกอบด้วย แหล่งเวลา แหล่งสถานที่ และแหล่งบุคคล หากข้อมูลเหมือกันหรือซ้ำๆ กัน ผู้วิจัยถือว่าข้อมูลนั้นเชื่อถือได้และเป็นข้อมูลจริง และการตรวจสอบข้อมูลสามเส้าด้วยวิธีการรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยได้ใช้วิธีการสังเกตทั้งที่ได้มีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
ผลการศึกษาค้นคว้า
พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการรวมกลุ่มและการดำเนินงานของกลุ่มเทียนประดิษฐ์เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มีหลายประการปัจจัยที่สำคัญๆ จำแนกไว้ 4 ด้าน คือ ปัจจัยด้านสังคม ได้แก่ การเป็นเชื้อสายไทยพื้นเมือง การมีจิตสำนึกในการที่จะใฝ่หาอาชีพเพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้กับครอบครัว ความภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมในการที่จะพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ความมุ่งหวังของชาวบ้านในชุมชน ความต้องการของชาวบ้านในการที่จะให้มีการออมทรัพย์ในการลงทุน ปัจจัยด้านความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้แก่ ความก้าวหน้าในเรื่องข้อมูลข่าวสาร การรับรู้ข่าวสาร ความต้องการวิทยาการใหม่ที่สามารถมาประยุกต์เข้ากับงานผลิต ความต้องการผสมผสานวิทยาการเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับผลิต ปัจจัยโครงการพัฒนาของรัฐ ได้แก่ โครงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาอาชีพ โครงการส่งเสริมกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการงบกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่ม ในด้านการดำเนินงานของกลุ่มจำแนกไว้เป็น 2 ประเภท คือ
การบริหารงาน ได้แก่ การวางแผน การแบ่งงาน การประสานงาน การควบคุมงาน การประเมินและติดตามผล
การปฏิบัติงาน ได้แก่ การจัดซื้อวัสดุ การรับซื้อผลิตภัณฑ์ การจำหน่าย การรับฝากเงิน การให้บริการสินเชื่อ ผลกระทบกับการดำเนินงานของกลุ่มจำแนกเป็น 2 ด้าน คือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การส่งเสริมให้สมาชิกมีนิสัยรักการออม การพัฒนาอาชีพ ผลกระทบด้านสังคมและวัฒนธรรม ได้แก่ การดำเนินการกลุ่ม รักในท้องถิ่นและภูมิปัญญา ความสามัคคี ความรักใคร่ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ความตื่นตัวในการพัฒนาอาชีพของตน การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒธรรมท้องถิ่น
ข้อเสนอแนะ
การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการรวมกลุ่มและการดำเนินงานของกลุ่มเทียนประดิษฐ์เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.1 ควรให้มีการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มในชุมชนอย่างหลากหลาย โดยกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นจะต้องเป็นกลุ่มที่เกิดจากความพึงพอใจของผู้คนในชุมชนมีความคิดเห็นตรงกัน ในการที่จะเข้ามารวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและแข็งแรง มีความสามารถในการที่จะแข่งขันในสังคมโลกได้เป็นอย่างดี
1.2 ควรให้นำเอาผลการวิจัยครั้งนี้ ไปเป็นข้อพิจารณาในการที่ปรับรูปแบบวิธีการจัดตั้งกลุ่มรวมไปถึงวิธีการดำเนินงานกลุ่ม เพื่อใช้ประโยชน์ในการที่จะพัฒนาชุมชนในรูปแบบการจัดตั้งกลุ่มต่อไป
1.3 ควรให้หน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมประชาชนในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมร่วมกันในวัตถุประสงค์เดียวกัน โดยให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ และอบรมเพิ่มเติมโดยมีหลักสูตรการฝึกอบรมประชาชนที่หลากหลายอันเป็นการพัฒนาอาชีพหรือศักยภาพของผู้คนที่มารวมตัวกันเพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่ม เช่น หลักสูตรการบริหารจัดการกลุ่ม หลักสูตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ หลักสูตรการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หลักสูตรการให้ความรู้ด้านการตลาด เป็นต้น
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาศึกษาจุดเด่น จุดด้อย ตามผลการวิจัยที่ได้จากการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการรวมกลุ่ม และการดำเนินงานของกลุ่มเทียนประดิษฐ์เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ และหาวิธีการการศึกษาใหม่ๆ ในการสนับสนุนและพัฒนากลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน
2.2 ควรมีการวิจัยเรื่องบทบาทของกลุ่มเทียนประดิษฐ์เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม ตำบลดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ กับการดำเนินการธุรกิจขนาดย่อม
2.3 ควรมีการวิจัยศึกษาเปรียบเทียบการดำเนินงานกลุ่มเทียนประดิษฐ์เวียงดอย ชุมชนบ้านดอนชัย ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ กับกลุ่มเทียนประดิษฐ์ในพื้นที่อื่นๆ ที่มีการดำเนินงานลักษณะที่คล้ายคลึงกัน
2.4 ควรมีการวิจัย เรื่องบทบาทของหน่วยงานภาครัฐหรือเครือข่ายในการสนับสนุนการรวมกลุ่มอาชีพในชุมชน เช่น บทบาทในการสนับสนุนการรวมกลุ่มโดยการจัดฝึกอบรมให้แก่กลุ่มในเรื่องการบริหารจัดการ เรื่องบทบาทการสนับสนุนการรวมกลุ่มและการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพอื่น ที่สอดคล้องต่อความต้องการของกลุ่มและส่งผลต่อความเข้มแข็งของกลุ่ม
********************
Posted by: panchalee on: 29 ธันวาคม 2009
ชื่อเรื่อง รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
ผู้ศึกษา นางณัฎฐ์ธนัน แย้มเหมือน ตำแหน่งครูชำนาญการ
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
จังหวัดนครนายก
ปีที่ทำการศึกษา พ.ศ. 2549
บทคัดย่อ
การรายงานผลการใช้คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนของผู้เรียนด้วย คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพและเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้เรียนที่ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรระยะสั้น วิชาอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จำนวน 25 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง คือ ผู้ที่สมัครลงทะเบียนเรียน วิชาอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ จำนวน 30 ข้อ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน จำนวน 20 ข้อ แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพรูปเล่ม ด้านเนื้อหา และด้านประโยชน์การใช้สอย จำนวน 25 ข้อ และแบบประเมินคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ จำนวน 17 ข้อ
ผลการศึกษาคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง อาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สามารถสรุปได้ดังนี้
1. ประสิทธิภาพของคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 คือค่าประสิทธิภาพ 81.06/82.60
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น วิชาอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยคู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก และพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีความคิดเห็นด้านประโยชน์การใช้สอยเป็นอันดับแรก รองลงมาได้แก่ด้านเนื้อหาและด้านกายภาพของรูปเล่ม ตามลำดับ
************************
ความคิดเห็นล่าสุด