หลักการของการจัดการศึกษานอกระบบ และปรัชญาการศึกษาที่เกี่ยวกับการศึกษานอกระบบ

kumpee1อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
18  มีนาคม  2551

 

หลักการของการจัดการศึกษานอกระบบ

                    หลักการจัดการศึกษานอกระบบ ยึดหลักการและความมุ่งหมายโดยภาพรวมตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ควบคู่กับหลักการการศึกษานอกระบบ หลักความเสมอภาค การมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบ กระบวนการเรียนรู้ ความหลากหลาย ความยืดหยุ่น การบูรณาการ การกระจายอำนาจ เพื่อให้การศึกษานอกระบบเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

                      ความเชื่อพื้นฐานของการจัดการศึกษานอกระบบ เป็นความเชื่อที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การศึกษาอาจเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น การศึกษานอกระบบอาจพิจารณาได้    2 มิติ คือ

                  มิติที่  1  เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นนอกเหนือจากที่จัดในโรงเรียน โดยมีหลักสูตรวิธีการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลเช่นเดียวกัน แต่ก็มีความยืดหยุ่นสามารถปรับให้เหมาะสมกับสภาพของชุมชน ผู้เรียนสามารถนำเนื้อหาจากสภาพแวดล้อม หรือความต้องการของผู้เรียนมากำหนดเป็นหลักสูตรก็ได้ แนวคิดดังกล่าวให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิต จิตใจ มีอารมณ์ มีศักด์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีเสรีภาพที่จะเลือกและตัดสินใจ สามารถรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนตัดสินใจ เป็นมนุษย์ที่พัฒนาได้ด้วยตนเอง มิใช่เครื่องจักรหรือผู้จำนนที่จะถูกใครบังคับชี้นำได้ โดยไม่ยินยอม มนุษย์เป็นผู้ที่สามารถคิดเองได้ สามารถคิดเป็น รู้จักผิดชอบชั่วดี ประเด็นสำคัญคือ มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มิใช่ถูกสอน เมื่อเขาปรารถนาที่จะเรียน ก็จะขวนขวายที่จะเรียน และสามารถเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งจนนำความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนของตนได้

                  มิติที่  2  เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นสำหรับผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน เป็นผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการที่โรงเรียนจัดให้ได้ โดยข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตลอดจนทางด้านร่างกาย จิตใจ ที่สำคัญคือส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในการใช้ชีวิตและการทำงานมาระดับหนึ่ง สามารถรับผิดชอบตนเองได้ การจัดการศึกษาจึงใช้หลักการสอนผู้ใหญ่ (Andragogy) เป็นหลักการสำคัญ นั่นก็คือ เป็นการจัดการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน และครูผู้สอนในการวางแผนการเรียนร่วมกัน ต้องเข้าใจเหตุผลของการเรียน มีเป้าหมายของการเรียนที่ชัดเจน ผู้เรียนสามารถเลือกวิธีเรียนที่เหมาะสมกับตนเองได้ ผู้เรียนจึงเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่จะร่วมตัดสินใจกับกลุ่มเพื่อนและครูว่าจะเรียนอะไร อย่างไร มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนของตนเอง ผู้จัดการศึกษาสำหรับผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียนจะต้องเข้าใจธรรมชาติ จิตใจและอารมณ์ของกลุ่มเป้าหมายและจัดโอกาสให้เรียนด้วยตนเอง เรียนจากของจริง เอาความรู้และประสบการณ์จากการทำงานมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ด้วย การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งด้านร่างกาย ความคิด จิตใจ สติปัญญา และสภาพแวดล้อม

                         ความเชื่อพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของการจัดการศึกษานอกระบบ ซึ่งเป็นลักษณะที่โดดเด่นของประเทศไทย คือ ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนต้องการความสุขเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต การคิดตัดสินใจ การเลือกกระทำหรือไม่กระทำใด ๆ ล้วนใช้เหตุผล ข้อมูลประกอบการคิดอย่างรอบด้านอย่างน้อย 3 ด้าน คือ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ทั้งด้านร่างกาย  สุขภาพ อนามัย จิตใจ ฐานะความเป็นอยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับสังคม ทั้งสังคม วัฒนธรรม ประเพณีและสภาพแวดล้อมทางกายภาพต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลทางวิชาการคือความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจนั้น ๆ การคิดแบบคิดเป็นจึงเป็นการใช้ข้อมูลประกอบการคิดอย่างรอบด้าน นำมาสู่การตัดสินใจเลือกที่จะเชื่อ เลือกที่จะกระทำ โดยสามรถอธิบายเหตุผลของตนเองได้ ซึ่งความคิดของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเสมอไป การจัดการศึกษานอกระบบ จึงต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดและตัดสินใจด้วยตนเอง หัวใจสำคัญ คือการยอมรับและเคารพในการตัดสินใจของผู้เรียน ซึ่งเป็นรากฐานของความเป็นประชาธิปไตย ในระดับพื้นฐานด้วย

                      กลุ่มเป้าหมายการศึกษานอกระบบส่วนมากเป็นเยาวชนและผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้มีวุฒิภาวะ มีประสบการณ์ มีความรับผิดชอบในการประกอบอาชีพ ดูแลครอบครัว และมีข้อจำกัดมากมายในการเรียนรู้ ซึ่งลักษณะดังกล่าวทำให้การจัดกระบวนการเรียนรู้ไม่เหมือนกับเด็ก เพราะมีอะไรที่แตกต่างกันหลายอย่าง เช่น ความคิดอ่าน ประสบการณ์ ความพร้อม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจึงจำเป็นต้องให้สอดคล้องกับความต้องการและธรรมชาติของผู้เรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม นำความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง

                     การศึกษานอกระบบเป็นกระบวนการของการศึกษาตลอดชีวิต มีภารกิจสำคัญที่มุ่งให้ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการศึกษาพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตตามมาตรฐานของสังคมซึ่งเป็นสิทธิที่คนทุกคนพึงได้รับ นอกจากนั้นยังจะต้องได้รับการศึกษาที่ต่อเนื่องจากการศึกษาพื้นฐานนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาชุมชนและสังคมในที่สุด

                   การจัดกระบวนการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบจึงยึดหลักการสำคัญ 5 ประการ คือ หลักความเสมอภาคทางการศึกษา หลักการพัฒนาตนเองและการพึ่งพาตนเอง หลักการบูรณาการการเรียนรู้และวิถีชีวิต หลักความสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และหลักการเรียนรู้ร่วมกันและการมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนี้(สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน.2546 : 3-4)

  • 1. หลักความเสมอภาคทางการศึกษา กลุ่มเป้าหมายของการศึกษานอกระบบส่วนมากเป็นผู้พลาดโอกาส และผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ซึ่งอาจมีความแตกต่างทางด้านสถานภาพในสังคม อาชีพเศรษฐกิจ และข้อจำกัดต่าง ๆ ในการจัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้การศึกษานอกระบบต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ หากแต่สร้างความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน
  • 2. หลักการพัฒนาตนเองและการพึ่งพาตนเอง การจัดการศึกษานอกระบบจะต้องจัดการเรียนการสอน และกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพของตน สามารถเรียนรู้ เกิดความสำนึกที่จะพัฒนาตนเองได้ เป็นคนคิดเป็น ปรับตัวเพื่อให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เรียนด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติสุขท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคม
  • 3. หลักการบูรณาการการเรียนรู้กับวิถีชีวิต หลักการนี้อยู่บนพื้นฐานของการจัดการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับสภาพปัญหา วิถีชีวิต สภาพแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นของผู้เรียน ซึ่งป็นหลักการที่สำคัญในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สิ่งดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นลักษณะของการบูรณาการจึงมีความเหมาะสม โดยบูรณาการสาระต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ และบูรณาการวิธีการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการคุณภาพชีวิตของผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวม
  • 4. หลักความสอดคล้องกับปัญหาความต้องการและความถนัดของผู้เรียน หลักการนี้เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักความต้องการของตนเอง สามารถจัดการศึกษาให้กับตนเองได้อย่างเหมาะสม ครู กศน. มีบทบาทในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน โดยให้ผู้เรียนร่วมกำหนดวัตถุประสงค์ สาระการเรียนรู้ วิธีการเรียน และการประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการการศึกษานอกระบบที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ
  • 5. หลักการเรียนรู้ร่วมกันและการมีส่วนร่วมของชุมชน การเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มผู้เรียนนับว่าสำคัญ เป็นการส่งเสริมและสร้างกัลยาณมิตรในกลุ่มผู้เรียน ก่อให้เกิดความร่วมมือความผูกพัน เอื้ออาทร การช่วยกันและกัน ปลูกฝังวินัยในตนเอง ฝึกความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นสำหรับผู้เรียนที่มีวุฒิภาวะ สำหรับการมีส่วนร่วมของชุมชน ก็นับว่าเป็นหลักการสำคัญในการจัดการศึกษานอกระบบ ชุมชนสามารถเข้ามาร่วมในการจัดทำหลักสูตร สถานศึกษา การจัดสรรทรัพยากรเป็นแหล่งเรียนรู้ และสนับสนุนในเรื่องอื่น ๆ เพื่อผลิตผู้เรียนที่เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนต่อไป

ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบ

การจัดการศึกษานอกระบบมีปรัชญาการศึกษาที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นพื้นฐานของความคิดในการจัดกิจกรรมที่ควรเรียนรู้ทำความเข้าใจ ได้แก่(สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน.2547: 30-31)

  • 1. ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) เน้นแนวความคิดในเรื่องการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา มุ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาสังคม
  • 2. ปรัชญามนุษยนิยม (Humanism) ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ยอมรับในความแตกต่างนั้น การพัฒนาคนจึงมุ่งไปที่การพัฒนาเป็นรายบุคคล จึงต้องคำนึงถึงความต้องการของบุคคลและยอมรับความรู้และประสบการณ์ของบุคคล ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
  • 3. ปรัชญาอัตถิภาวนิยม (Existentialism) เน้นความเคารพในเสรีภาพส่วนบุคคล การยอมรับผลของการกระทำและการตัดสินใจให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบของตนเองต่อการกระทำทางสังคม การจัดการศึกษาจึงมุ่งเสริมสร้างพลังในการพัฒนาและการตัดสินใจของบุคคล
  • 4. ปรัชญาการศึกษาในกลุ่มปฏิรูปก้าวหน้า (Radicalism) กลุ่มปรัชญานี้เป็นที่รวมของแนวคิดที่วิพากษ์การศึกษาที่จัดอยู่โดยทั่วไป มุ่งใช้การศึกษาเป็นกลไกของการแก้ปัญหาและแสวงหาทางออกในสังคม เช่น กลุ่มที่ปฏิเสธระบบโรงเรียน (Deschooling) ของอิวาน อิลลิช กลุ่มของเปาโล แฟร์ ที่วิพากษ์การศึกษาซึ่งสะท้อนนัยของการกดขี่ จำเป็นที่จะต้องสร้างมโนสำนึกใหม่ในการเรียนรู้ เป็นต้น

                  หากจะพิจารณาถึงการศึกษานอกระบบที่จัดในประเทศไทยแล้ว อาจกล่าวได้ว่าการจัดการศึกษานอกระบบของไทยมิได้ยึดมั่นในหลักปรัชญาใดปรัชญาหนึ่งโดยตรง แต่ได้ผสมผสานแนวคิดจากหลักปรัชญาต่าง ๆ เข้ามาในแนวความคิดของการจัดการศึกษานอกระบบ นอกจากนั้นยังผสมผสานแนวคิดภูมิปัญญาอารยธรรมตะวันออก เข้ามาเป็นพื้นฐานความคิดจัดการศึกษานอกระบบ แนวความคิดเชิงปรัชญาที่โดดเด่นของการศึกษานอกระบบของประเทศไทย คือ แนวคิดเรื่องคิดเป็น ซึ่งเป็นได้ทั้งปรัชญาในตัวเอง และเป็นความเชื่อพื้นฐานของการจัดการศึกษานอกระบบของประเทศไทย

คิดเป็น

                  แนวความคิดเรื่องคิดเป็นมีองค์ประกอบที่สำคัญในเชิงปรัชญา 3 ส่วน กล่าวคือ เป้าหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์ คือ ความสุข มนุษย์จึงแสวงหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อที่จะมุ่งไปสู่ความสุขนั้น แต่เนื่องจากมนุษย์มีความแตกต่างกันโดยพื้นฐานทั้งทางกายภาพ อารมณ์ สังคม จิตใจและสภาวะแวดล้อม ทำให้ความต้องการของคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การให้คุณค่าและความหมายของความสุขของมนุษย์จึงแตกต่างกัน การแสวงหาความสุขที่แตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนแต่ละคน การตัดสินใจนั้น จำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ซึ่งโดยหลักการของการคิดเป็น มนุษย์ควรจะใช้ข้อมูลอย่างน้อย 3 ด้าน คือ ข้อมูลตนเอง ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ทั้งทางด้านกายภาพ สุขภาพอนามัยความพร้อมต่าง ๆ ข้อมูลสังคม ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ครอบครัว สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี ค่านิยมตลอดจนกรอบคุณธรรม จริยธรรม และข้อมูลทางวิชาการ คือความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องคิด ตัดสินใจนั้น ๆ ว่ามีหรือไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้หรือไม่ การใช้ข้อมูลอย่างรอบด้านนี้จะช่วยให้การคิดตัดสินใจเพื่อแสวงหาความสุขของมนุษย์เป็นไปอย่างรอบคอบ เรียกวิธีการคิดตัดสินใจนี้ว่า “คิดเป็น” และเป็นความคิดที่มีพลวัต คือ ปรับเปลี่ยนได้เสมอ เมื่อข้อมูลเปลี่ยนแปลงไป เป้าหมายชีวิตเปลี่ยนไป

 

 

กระบวนการคิดเป็น

               กระบวนการคิดเป็นอาจจำแนกให้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเข้าเป็นกระบวนการคิดได้ ดังนี้(สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน.2547:31-32)

ขั้นที่  1    การระบุปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่

ขั้นที่  2    การศึกษารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาเพื่อทำความเข้าใจปัญหาและสถานการณ์นั้น ๆ โดยจำแนกข้อมูลออกเป็น 3 ประเภท คือ

ข้อมูลสังคม  :  ได้แก่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวปัญหา สภาพสังคมของแต่ละบุคคล ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชนและสังคมทั้งในแง่เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม เป็นต้น

ข้อมูลตนเอง  :  ได้แก่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคล ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจ เป็นข้อมูลทั้งทางด้านกายภาพ ความพร้อมทั้งทางอารมณ์ จิตใจ เป็นต้น

ข้อมูลทางวิชาการ  :  ได้แก่ข้อมูลด้านความรู้ในเชิงวิชาการที่จะช่วยสนับสนุนในการคิดการดำเนินงาน

ขั้นที่  3    การสังเคราะห์ข้อมูลทั้ง 3 ด้าน เข้ามาช่วยในการคิดหาทางแก้ปัญหาภายในกรอบแห่งคุณธรรม ประเด็นเด่นของขั้นตอนนี้คือระดับของการตัดสินใจที่จะแตกต่างกันไปแต่ละคนอันเป็นผลเนื่องมาจากข้อมูลในขั้นที่ 2 ความแตกต่างของการตัดสินใจดังกล่าว มุ่งไปเพื่อความสุขของแต่ละคน

ขั้นที่  4    การตัดสินใจ เป็นขั้นตอนสำคัญของแต่ละคนในการเลือกวิธีการหรือทางเลือกในการแก้ปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าผลของการตัดสินใจนั้นพอใจหรือไม่ หากไม่พอใจก็ต้องทบทวนใหม่

ขั้นที่  5    เป็นการปฏิบัติตามสิ่งที่ได้คิดและตัดสินใจแล้ว

 

แหล่งอ้างอิง

บริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน,สำนักงาน.การจัดการศึกษานอกโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้น   พื้นฐาน พุทธศักราช 2544.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว,2547

——————————————————-. การศึกษานอกโรงเรียน: การประกันโอกาสทางการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชนที่อยู่นอกโรงเรียน. กรุงเทพฯ:รังษีการพิมพ์,2547

************************************************

About these ads

43 thoughts on “หลักการของการจัดการศึกษานอกระบบ และปรัชญาการศึกษาที่เกี่ยวกับการศึกษานอกระบบ

  1. ดีมากอยากให้เขียนเกร็ดสาระแบบนี้อีก
    โดยเฉพาะมิติ กศน. ในยุคสังคมแห่งการเรียนรู้
    และข่าวสารข้อมูล ทำอย่างไรเราถึงจะสร้าง
    คนไทยให้มีทักษะการเรียนรู้ และมีเจตนคติ
    ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องที่เรียกว่า “ตระหนัก
    ในการไฝ่รู้” อยู่ตลอดเวลา หวังว่าท่าน อ.อัญชลี
    คงจะกรุณาให้ความรู้เพิ่มเติมนะ
    สุรพงษ์

    • เรียน อาจารย์สุรพงษ์ ที่เคารพ
      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยม Blog ค่ะ ช่วงนี้ตั้งใจว่าจะนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับ กศน. อย่างต่อเนื่อง เนื่องชาว กศน.หลายท่านกำลังทำงานวิจัย ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับชาว กศน. บ้าง
      อาจารย์ขิง

  2. ขอบคุณที่สื่อสิ่งดีมีประโยชน์กำลังทำวิจัยเรื่องการผลจัดการศึกษานอกระบบ พูดว่า:

    เรียน ป.โท การจัดการศึกษานอกระบบ เน้นกิจกรรมพัฒนาเด็กนอกโรงเรียน เล่มแรก ระหว่างการจัดกิจกรรมกับผลการจัด แบบทดลองห่วงเรื่องความยากที่จะรีบจบ ไม่ทราบจะปรึกษาใครเพราะเรื่องของใครก็ต่างยุ่งทุกคน ท่านอาจารย์จัดเวลายาก ลูกศิษย์ทุกคนรีบจบ คงต้องใช้เวลานานกว่าเพื่อน กันยายน ๒๕๕๓

    • เรียน นักศึกษา ป. โท ที่เคารพ
      มีอะไรที่จะให้ดิฉันช่วยเหลือ ในด้านเอกสาร หรือข้อมูลต่าง ๆ เพื่อการทำงานวิจัยของท่าน บอกมาได้ไม่ต้องเกรงใจนะคะ

      อาจารย์ขิง

  3. เรียนท่าน ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล บุญส่ง คูวรากุล

    ผมนายพงศ์ธร นันทวณิชย์ ผู้อำนวยการส่วนอาจารย์ที่ปรึกษาทางไกล

    (อินเตอร์เน็ท) ในการศึกษาระดับปริญญาตรี เนื่องจากทางวิทยาลัยรัชต์ภาคย์

    ได้เปิดการเรียนในระดับปริญญาตรี โดยมีการเรียนการสอนผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ท และมีนักศึกษาจำนวนมากที่สนใจในการเรียนระบบนี้ แต่ยังมีนักศึกษาอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ท่าน ผอ.โครงการจึงมีนโยบายให้ผมติดต่อขอคำแนะนำจากท่าน เนื่องจากทางโครงการจะมีนโยบายเปิดศูนย์การรับสมัครในการเรียนการสอนทางไกลในระบบอินเตอร์เน็ท โดยทางโครงการจะขอความร่วมมือจากท่านในการเปิดหลักสูตรโดยมีนโยบาย จะจัดตั้งศูนย์และรับสมัครนักศึกษา โดยขอคำแนะนำจากท่านว่าควรจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องของเอกสารหรือขอความร่วมมือจัดส่งอาจารย์มาสอน เพราะเนื่องจากทางโครงการมีการเรียนการสอนแบบสอนสดด้วย ท่านสามารถเข้าดูระบบการเรียนการสอนได้ที่ http://www.thai-internet-class.com/ และหากท่านมีข้อเสนอแนะอย่างไรขอท่านแจ้งมาทางกระผมได้ตลอดเวลาครับ โทร 086-533-0866

    ด้วยความเคราพอย่างสูง
    พงศ์ธร นันทวณิชย์
    ผู้อำนวยการส่วนอาจารย์ที่ปรึกษา
    086-533-0866

    • เรียน อาจารย์พงศ์ธร ที่เคารพ
      ดิฉันจะนำจดหมายของอาจารย์ส่งให่กับ ผอ.บุญส่ง คูวรากูล ให้ค่ะ
      อาจารย์ขิง

    • เรียน คุณเกศินี ที่เคารพ
      ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยม Panchalee Blog และยินดีมากที่บทความเป็นประโยชน์ต่อการเรียน ของคุณเกศินี ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  4. กราบขออนุญาตนำเอาบทความ ประกอบการทำรายงานบางส่วนนะครับ
    ในรายวิชาปรัชญเพื่อชีวิตนะครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

    • เรียน คุณเทพประพันธ์ ที่เคารพ
      ยินดีอย่างยิ่งค่ะ ที่บทความใน Panchalee blog จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของคุณเทพประพันธ์ ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  5. อ่านข้อมูลแล้วเป็นประโยชน์มาก แต่ว่ารากหญ้าจริงๆ ถ้าได้ฟังเพื่อถ่ายทอดจากวิทยุชุมชนเพื่อการศึกษาในรายการ”ทางแห่งความสุข” ที่จัดอยู่ พยายายามเน้นวิทยุเพื่อการศึกษา(โดยชุมชน เพื่อชุมชน) น่าจะตีบทในแง่ความจริงมากกว่านี้อีกสักหน่อย
    และใบประกอบวิชาชีพของครูที่อุทิศให้กับงานด้านนี้ ควรได้รับการอนุมัติจากบัตรประชาชนะ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนให้ยุ่งยากจนมากเกินไป
    รอการตอบรับค่ะ ที่ 086-470-0972 หรือ 043-222-425

    • เรียน ครูเพ็ญจันทร์ ภูมิเทศ ที่เคารพ
      ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่อาจารย์เข้ามาเยี่่ยม Panchalee blogบทความที่นำเสนอใน Panchalee blog ส่วนมากเป็นแนวคิด หลักการ ทฤษฎี ต่าง ๆ เพื่อให้ชาว กศน.นำไปเป็นแนวคิดหรือเป็นหลักในการทำงาน ส่วนผลจากการปฏิบัติงานได้ถอดบทเรียนก็มีจำนวนมาก จากข้อเสนอแนะของท่านต้องขอขอบคุณมาก ๆ ดิฉันจะนำผลงานที่ถอดบทเรียนแล้ว นำเสนอใน Panchalee blog ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  6. ขอบพระคุณค่ะท่านที่กรุณาให้ความรู้
    ขออนุญาตนำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานในการเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้ ครู กศนและเครือข่ายการจัดการศึกษานอกโรงงเรียนนะคะท่าน

    • เรียน คุณฉัตราภรณ์ ที่เคารพ
      ขอบคุณที่มาเยี่ยม Panchalee blog และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บทความต่าง ๆ ใน Panchalee blog จะเป็นประโยชน์การพัฒนาคุณภาพ กศน. ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  7. อาจารย์ขิงค่ะขอรายละเอียดความหมายของการทำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์
    และการพัฒนาตนเอง พัฒนางานด้วยค่ะ

    ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    • 1. การทำงานมุ่งผลสัมรฤธิ์ คื่อการทำงานที่มีการกำหนดเป้าหมาย และมาตรฐาน เป็นไปตามนโยบายหรือข้อกำหนดของหน่วยงาน
      กระบวนการทำงานมุ่งผลสัมรฤธิ์มีดังนี้
      1. ศึกษาหาความรู้ และทำความเข้าเกี่ยวกับงานที่ต้องปฏิบัติ เช่นจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องมีความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรรายวิชา แผนการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการวัดผลประเมินผล
      2. ทำงานด้วยวงจร PDCA มีแผน ทำงานตามแผน ทบทวน ประเมินการทำงาน มีการปรับปรุงและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
      3. ประเมินผลการปฏิบัตงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายและมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่
      2. การพัฒนาตนเอง การพัฒนางาน
      1. การพัฒนาตนเองโดยการเข้ารับการอบรม ประฃุมสัมมนา ศึกษาดูงาน หรือการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง จากเอกสารทางวิฃาการ งานวิจัย ศึกษาจาก Internet เกี่ยวกับเรื่องงานที่ปฏิบัติ
      2. การพัฒนางาน คือการนำความรู้ที่ได้มาประมวล จัดทำเอกสารทางวิฃาการ เช่นหลักสูตรรายวิชาเลือก หนังสือเรียน คู่มือครู ต่าง ๆ เป็นต้น
      ยังมีอีก 3 ข้อ ถ้าเขียนไม่ได้ถามมาใหม่นะคะ ขอโทษด้วยที่ตอบช้าเพราะกำลังทำงานในพื้นที่ที่ไม่สะดวกในการใช้ Internet ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  8. อาจารย์คะ การจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนเป็นอย่างไร ช่วยอธิบายหน่อยนะคะ หนูรอคำตอบอยู่ค่ะ

    • 1.การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน
      1.1 การจัดการเรียนรู้นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ให้นำข้อมูลใน Panchalee blog เอกสารเตรียมความพร้อมในการสอบครูผู้ช่วย กศน. เรื่องการจัดการเรียนรู้ ตอนที่ 2 ซึ่งมีการดำเนินการ 4 ขั้นตอน มาเขียน)
      1.2 การพัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรม กพช. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน(ปีการศึกษา 2554) ได้แก่การสอนปรับพื่นฐาน สอนเสริม สอนคอมพิงเตอร์ จัดค่ายวิชาการ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ฯลฯ

      2.การจัดการเรียนรู้ การศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย ขั้นตอนโดยทั้วไปมีดังนี้คือ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ 2) ออกแบบหลักสูตรหรือกิจกรรมการเรียนรู้ 3) จัดทำแผนการเรียนรู้ จัดเตรียมสื่อ วัสดุอุปกรณ์ 4) จัดกิจกรรมการเรียนรู้และประเมินผลการเรียนรู้
      พรุ่งนี้อย่าลืมไปเลือกตั้งนะคะ
      อาจารย์ขิง

  9. ผมจะสอบเป็นครูกศน.ตำบลไม่ทราบว่าท่านอาจารย์มีแนวข้อสอบเก่าบ้างหรือเปล่าครับถ้ามีจะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับท่านอาจารย์

    • เรียน คุณบอย
      การสอบ ครู กศน. ตำบลแต่ละครั้งจะเปลี่ยนข้อสอบทุกครั้ง เนื่องจากเนื่อหาและกิจกรรม กศน.มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียน ชุมชน และบริบททางสังคม การดูหนังสือสอบ ก่อนอื่นต้องไปดูที่ประกาศสอบว่าต้องสอบวิชาอะไรบ้าง ใน Panchalee blog เอกสารเตรียมความพร้อมในการสอบครูผู้ช่วย กศน. ก็มีเนื้อหาสาระจำนวนมากที่ตรงกับเนื้อสาระในการสอบ ครู กศน.ตำบล ข้อสอบ ครู กศน.ตำบลส่วนใหญ่จะเป็นข้อสอบปรนัยถ้าคุณบอย อ่านหนังสือได้ครอบคลุมตามที่กำหนดไว้ ก็จะสามารถทำข้อสอบได้ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  10. สวัสดีคะอาจารย์ขิง

    ดิฉันเป็นนักศึกษาสาขาการศึกษานอกระบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หนูอยากให้อาจารย์เป็นส่วนหนึ่งในการให้ข่าวสารความรู้เกี่ยวกับสาขาการศึกษานอกระบบคะ เพจเฟสค่ะ Nonformal’ED53_CMRU

    • สวัสดีค่ะ คุณ kwang
      ช่วงนี้นักการศึกษานอกระบบ ต้องคอยติดตาม แนวคิดในการจัด กศน. อย่ากระพริบตานะคะ กศน. กำลังเร่งรัดพัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ ดิฉันจะนำเสนอความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ใน Panchalee blog อย่างต่อเนื่องค่ะ
      อาจารย์ขิง

  11. อ.ขิงค่ะ เอกสารอ้างอิงหลักการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน ของสำนักบริหารการศึกษา , 2546 ไม่เห็นมีการอ้างอิงด้านล่างค่ะ เห็นมีแต่ปี 2547 ไม่แน่ใจว่า อ.ขิงใส่ปีผิดหรือป่าวค่ะ

    • สวัสดีค่ะคุณชนิดา
      การจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน มีหลายหน่วยงานจัด มีทั้งภาครัฐและเอกชน แต่หน่วยหลักที่จัดการศึกษานอกระบบ คือสำนักงาน กศน. ซึ่งมีหน่วยงานทางการศึกษา เรียกว่าสำนักงาน กศน.จังหวัด มีครบทุกจังหวัด และมีสถานศึกษาเรียกว่า กศน.อำเภอ ครบทุกอำเภอ มี กศน.ตำบลครบทุกตำบล และมีสถานศึกษาขึ้นตรงอีกจำนวนหนึ่ง สามารถศึกษาได้จาก Panchalee blog c]t web nfe.go.th ค่ะ
      อาจารย์ขิง

  12. อาจารย์ค่ะ การจัดการศึกษานอกระบบ เป็นการใช้หลักปรัชญาการศึกษาแบบไหนค่ะ เช่น สารัตถนิยม หรือว่าอะไรค่ะ เพราะอะไรค่ะ ขออาจารย์อธิบายให้ฟังหน่อยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s