การประเมินโครงการ

 อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ

29 กรกฎาคม 2552

 

 การประเมินโครงการ
        การประเมินโครงการมีลักษณะขอบข่ายที่ครอบคลุมดังต่อไปนี้

 

project-eva

 

การประเมินก่อนดำเนินการ 

             การประเมินก่อนดำเนินการมีจุดมุ่งหมายสำคัญให้เป็นการศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาข้อสรุป สำหรับการตัดสินใจเลือกทำโครงการใดโครงการหนึ่ง เป็นการประเมินก่อนตกลงใจให้ดำเนินการนั่นเอง เป็นการตรวจสอบในขั้นต้นเพื่อความแน่ใจในการตัดสินใจทำโครงการใดโครงการหนึ่ง มักจะนิยมเรียกกันว่า “การประเมินก่อนตกลงใจในการดำเนินงาน” มีชื่อที่นิยมใช้กันหลายอย่าง เช่น การประเมินสภาพทั่วไป การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ หรือการวิเคราะห์โครงการเพื่อการวางแผน เป็นต้น  โดยหลักการกว้าง ๆ การประเมินในขั้นนี้จะเน้นการพิจารณาในเรื่องใหญ่ ๆ ต่อไปนี้
                       1. ความเหมาะสมของโครงการ
                       2. ผลตอบแทนหรือผลได้จากการดำเนินโครงการ
                       3. ผลอื่น ๆ ที่คาดว่าจะเกิดตามมาจากการดำเนินโครงการนั้น ๆ
             ในการประเมินความเหมาะสมจากการดำเนินโครงการ มักจะเป็นการประเมินเพื่อกำหนดความเหมาะสม แสดงให้เห็นถึงปัญหาและความจำเป็นในการดำเนินโครงการนั้น ๆ ประเมินความเหมาะสมโดยการพิจารณาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคการดำเนินงาน ความสามารถทางการบริหาร และการสนับสนุนเชิงนโยบายทางด้านบริหารโครงการ  ความพร้อมทางการเงินและความเป็นไปได้ด้านทรัพยากร และความเหมาะสมทางด้านการตลาด สำหรับโครงการด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม
             ในการประเมินผลได้หรือผลตอบแทน จะเป็นการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน พิจารณาผลได้ผลเสียหรืออัตราผลกำไรและต้นทุน วิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิผลในการดำเนินงาน การวิเคราะห์หาจุดคุ้มทุน การวิเคราะห์อัตถประโยชน์ เป็นต้น
             ต่อจากนั้น จะเป็นการวิเคราะห์เพื่อคาดคะเนถึงสิ่งที่อาจจะส่งผลกระทบหรือส่วนที่อาจจะเป็นผลมาจากการริเริ่มโครงการนั้น เช่น ผลประโยชน์พลอยได้ ปฏิกิริยาต่าง ๆ ของผู้เกี่ยวข้อง ผลที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อม ตลอดจนเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของสิ่งที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดนโยบายสำคัญ ๆ ที่ส่งผลต่อโครงการนั้น ๆ โดยตรง
             ข้อมูลและสารสนเทศจากการประเมินก่อนตกลงใจให้มีการดำเนินงานนี้ จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกโครงการเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าและความเหมาะสมของโครงการ ชี้ให้เห็นความสอดคล้องของนโยบายและการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงข้อกำหนดด้านทรัพยากรที่จะเกิดขึ้น ชี้ให้เห็นถึงผลตอบแทนที่อาจเกิดจากโครงการนั้น ตลอดจนผลอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหรือควรเตรียมการไว้ให้สอดคล้อง ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ทั้งด้านการตัดสินใจ ด้านการวางแผนและการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ ของโครงการที่จะมีการดำเนินการในตอนต่อ ๆ ไป

 

การประเมินขณะดำเนินการ 

             การประเมินขณะดำเนินการ การประเมินในส่วนนี้มักจะดำเนินควบคู่กับการติดตาม ควบคุม และกำกับงาน เป็นการประเมินว่าการดำเนินงานของโครงการนั้น ๆ เป็นไปตามแผนต่าง ๆ ที่กำหนดไว้หรือไม่ การดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ มีประสิทธิภาพเพียงใด เรื่องใดหรือสิ่งใดมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานในส่วนที่กำลังประเมิน อุปสรรคและปัญหาสำคัญ ๆ ของการดำเนินงานโดยส่วนรวมในช่วงต่าง ๆ (เช่น ช่วงระยะครึ่งแรกของแผน ช่วงปีแรกหรือในช่วงระยะต่าง ๆ ที่กำหนดให้มีการประเมิน) มีลักษณะเป็นอย่างไรและส่วนประกอบที่สำคัญของรายงานการประเมิน อีกส่วนหนึ่งก็คือ ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการดำเนินงานช่วงต่อไปของโครงการหรือในการดำเนินงานครั้งใหม่ การประเมินในส่วนต่าง ๆ ว่าดี ไม่ดี มีประสิทธิภาพ ขาดประสิทธิภาพ ดำเนินการได้ผลมากน้อยแค่ไหน เพียงใด มักจะมีการใช้เกณฑ์ ใช้ดัชนีต่าง ๆ พิจารณาประกอบกับเงื่อนไขหรือสภาพแวดล้อมเป็นเครื่องช่วยประกอบในการประเมิน

            การประเมินนั้นอาจดำเนินการได้ในสองรูปแบบใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ การประเมินแบบประเมินรวม  และการประเมินเฉพาะเรื่อง
                      การประเมินระบบรวม หรือการรวบยอดมักจะทำเป็นโครงการใหญ่ ประเมินครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจงประเด็นให้เห็นว่าแต่ละด้านเหล่านั้นส่งผลต่อความสำเร็จตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร เช่น เรื่องสภาพแวดล้อมของการดำเนินงานบุคคล งานและบทบาทต่อการดำเนินงาน โครงสร้างระบบงาน การกำหนดแผนงานและกระบวนการทางการบริหารมาตรฐานงานที่ใช้ในการกำกับงาน เรื่องการเงินและทรัพยากรสนับสนุน และความสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแต่ละระยะ แต่ละขั้น แต่ละตอน ปัญหาและอุปสรรคสำคัญ ๆ ในด้านต่าง ๆ เป็นต้น
                       กาประเมินในลักษณะนี้ เป็นการประเมินครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ซึ่งโดยปกติจึงมักจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์กว้างขวางในการประเมิน หรืออาจจะต้องใช้ทีมงานซึ่งประกอบด้วย ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายร่วมกัน ลักษณะการดำเนินงานค่อนข้างสลับซับซ้อน มากกว่าการติดตามควบคุมและกำกับงาน ต้องอาศัยความรอบรู้ทางด้านการวัดและประเมินผลเชิงวิจัยค่อนข้างมาก จึงสามารถจัดทำ “รายงานที่มีคุณค่าต่อการบริการและการตัดสินใจ” ได้ทันที
                        ด้านการประเมินเฉพาะเรื่อง เป็นการติดตามรวบรวมข้อมูลตอบสนองความต้องการของฝ่ายบริหารเฉพาะด้าน เช่น ด้านการเงิน ด้านบุคลากร ด้านผลสำเร็จของการดำเนินงานในแต่ละระยะ ด้านผลกระทบเชิงนโยบาย ด้านประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามแผน เป็นต้น การประเมินส่วนนี้เป็นลักษณะเฉพาะทาง ครอบคลุมเฉพาะงาน เฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะสิ่งที่ฝ่ายบริหารกำหนด ผลที่ได้มักจะเป็นรายงานทางเทคนิค ซึ่งมักจะต้องอาศัยผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์เฉพาะทางเป็นหลักสำคัญในการตัดสินว่า เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างไร มีปัญหาและอุปสรรคสำคัญใดบ้าง ควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไรต่อไป
                       การประเมินในลักษณะนี้ นักประเมินผลโดยทั่วไปมักนิยมเรียกกันว่า การประเมินเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน เป็นการประเมินเพื่อช่วยให้การดำเนินงานได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงที และช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น เป็นการช่วยหาทางแก้ไขขณะดำเนินงาน ข้อมูลและสารสนเทศที่ได้จะเป็นข้อมูลป้อนกลับเพื่อประโยชน์ในการทบทวนแผน และแผนปฏิบัติการในช่วงระยะต่าง ๆ ซึ่งแผนเหล่านั้นเมื่อนำมาเข้าสู่การปฏิบัติ จะต้องดำเนินการภายในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอาจส่งผลต่อการปฏิบัติตามแผนได้ทุกรูปแบบ เช่น ในเชิงที่ส่งเสริมประสิทธิภาพ ช่วยให้ดำเนินการได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หรืออาจส่งผลในทางลบต่อการดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้

               รูปแบบหรือตัวแบบที่อาจเลือกใช้มีหลายแบบด้วยกัน ต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของการประเมิน ตัวแบบทั่วไปที่อาจเลือกนำมาใช้ได้ เช่น CIPP Model ของ Phi Delta Kappa   ตัวแบบ Discrepancy Evaluation ของ Malcolm Provus  เป็นต้น

 

การประเมินเมื่อโครงการเสร็จสิ้น 

              การประเมินเมื่อโครงการเสร็จสิ้น ส่วนใหญ่มักนิยมเรียกกันว่า “การประเมินผลการดำเนินงานโครงการ” หรือ “การประเมินผลโครงการ” การประเมินผลส่วนใหญ่จะมีจุดเน้นอยู่ที่
                            1. ผลผลิตหรือผลงานของโครงการ
                            2. การประเมินแบบสรุปรวบยอดของโครงการทั้งหมด

               การประเมินผลส่วนนี้ ในวงการประเมินผลโดยทั่ว ๆ ไปมักจะเรียกกันว่า การประเมินผลรวม ส่วนนี้จะเป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบดูว่าหลังจากที่ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการใด โครงการหนึ่ง อนุมัติทรัพยากรและมีการดำเนินงานตามแผนงานเสร็จสิ้นแล้ว โครงการนั้นจะเป็นจุดตั้งหลักของการดำเนินงานการประเมินแล้วขยายครอบคลุมไปยังกระบวนการบริหาร กระบวนการดำเนินงาน และสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับการบริหารโครงการนั้น ๆ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการประเมินจึงควรเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานโครงการอยู่ด้วย จึงจะทำให้รายงาน  การประเมินนั้นมีโอกาสเป็นประโยชน์ต่อการบริหารโครงการนั้น ๆ สูงยิ่งขึ้น

                รูปแบบหรือตัวแบบการประเมินที่อาจเลือกนำมาใช้ประกอบในการออกแบบการประเมินขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละเรื่อง แต่ละโครงการ และวัตถุประสงค์ของการประเมิน เช่น CIPP Model, Discrepancy Evaluation Model, C.S.E. Model, Congruence Contingency Model เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้ประเมินยังอาจออกแบบการประเมินที่เหมาะสมโดยเฉพาะของตนเองขึ้นใช้เองก็เป็นได้

               โดยสรุป การประเมินผลเมื่อโครงการดำเนินเสร็จสิ้นนี้ จะเป็นการประเมินเพื่อสรุปรวมว่าผลการปฏิบัติตามโครงการนั้น บรรลุวัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายอย่างไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น สิ่งที่มักจะปรากฏควบคู่อยู่ด้วยเสมอก็คือ ประมวลปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ แจงให้เห็นว่าอุปสรรคและปัญหาโดยส่วนรวมเป็นอย่างไร จากนั้น จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอแนะ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจและการดำเนินงานในโอกาสต่อไป ในบางกรณีอาจมีข้อสรุปในลักษณะที่เป็นบทเรียนหรือความรู้ใดเกิดขึ้นบ้าง จากการทำโครงการนั้น ๆ

 

การประเมินหลังโครงการเสร็จสิ้นแล้ว 

               การประเมินผลที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่โครงการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว มักจะดำเนินเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้วระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นการประเมินเพื่อติดตามผลจากโครงการโดยตรง ก็มัก จะเรียกว่าการประเมินติดตามผล คือ การประเมินเพื่อติดตามดูว่าเมื่อโครงการดำเนินงานเสร็จแล้ว และคาดว่าผลผลิตจากโครงการจะไปดำเนินงานอย่างใด อย่างหนึ่ง หรือส่งผลอย่างใด อย่างหนึ่ง  โดยเฉพาะในหน่วยงาน หรือในสังคมที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีการศึกษาวิจัยเพื่อดูผลที่เกิดขึ้นว่า เป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ และเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินในการจัดทำโครงการในโอกาสต่อ ๆ ไป

                ส่วนการประเมินผลกระทบหลังจากโครงการเสร็จสิ้นแล้วเป็นอีกแบบหนึ่ง เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาดูว่า การดำเนินงานและความสำเร็จของโครงการนั้นได้ก่อให้เกิดผลพิเศษอื่นใดตามมา นอกเหนือไปจากที่ได้คาดหวังไว้จากโครงการ เป็นการค้นหาดูว่าโครงการนั้นเมื่อเสร็จสิ้นไปแล้ว ปรากฏผลกระทบต่อสิ่งอื่นอย่างไรบ้าง ก่อให้เกิดผลพลอยได้ ผลพลอยเสีย หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งอื่น ๆ ในสังคมอย่างใดบ้าง เช่น ในเรื่องค่านิยม มติมหาชน วิธีปฏิบัติใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อม เป็นต้น การศึกษาในลักษณะนี้มักจะเป็นการศึกษาเชิงวิจัยที่เรียกกันว่า Impact Study หรือ Impact Analysis พวกนักวิจัยอาจเรียกว่าการวิจัยผลกระทบก็ได้ ซึ่งวิธีการและการออกแบบ ขึ้นอยู่กับงานเฉพาะ และความรู้ความสามารถทางการวิจัยของผู้วิจัยเป็นส่วนใหญ่

 

 

อ้างอิงบทความนี้
อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล: การประเมินโครงการ

http://panchalee.wordpress.com/2009/07/29/project-evaluation/

 

——————————-

About these ads

หนึ่งความคิดบน “การประเมินโครงการ

  1. อ.ขิง ที่เคารพครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์ ได้อ่านและแก้ไข กรอบ Best Pactice
    Maepa Model ของผมหรือยัง ขอขอบคุณครับ

    ชนะ เปรมปรี
    ผอ.กศน.แม่สอด

    • เรียน ผอ. ชนะ
      มีข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัย ดังนี้
      1. ชื่องานวิจัย เสนอไว้ 2 ชื่อดังนี้
      – “วิจัยปฎิบัติการ: การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
      – “วิจัยปฎิบัติการ : การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
      2. กรอบแนวคิด ควรเป็นดังนี้
      1) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
      2) หลักการจัดการศึกษานอกระบบและการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
      – ความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
      – การกระจายโอกาสทางการศึกษา
      – ส่งเสริมการศึกษาที่เป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต
      – สนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
      – ยืดหยุ่น หลากหลาย
      – การมีส่วนร่วมของชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย
      – การระดมทุนทางสังคม
      3) กระบวนการบริหารงานคุณภาพ (PDCA)
      3. กระบวนการดำเนินงาน
      – ชุดที่ 1,2,3 ควรเป็น ระยะที่ 1,2,3
      อาจารย์ขิง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s