ตัวอย่างรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR)_2

bookรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์
9 พฤศจิกายน 2552

 

 Download เอกสาร

 บทที่ 2  ระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา

               การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งสำหรับสถานศึกษาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2545  และถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการบริหารการศึกษาที่จะต้องปฏิบัติโดยมุ่งเน้นให้ผู้รับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ  ถือเป็นเป้าประสงค์หลักของสถานศึกษาที่ต้องทำ   ตาม  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542   มาตรา  4  ได้ให้ความหมายการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาว่า เป็นการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั่นเอง  หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา   การพัฒนาคุณภาพภายในองค์กร  เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการคุณภาพทางการศึกษา  เพราะการศึกษาเป็นกิจกรรมที่เป็นบทบาทสำคัญ ทั้งครูผู้สอนและผู้เรียน การที่จะให้เกิดคุณภาพได้ต้องอาศัยความตั้งใจ ความรับผิดชอบ ความร่วมมือ และความพยายามของคนโดยเฉพาะครูอาจารย์ผู้สอน ส่วนสภาพแวดล้อมและระบบ รวมทั้งหลักสูตรและประสบการณ์การเรียนรู้ ต้องอยู่ใน สภาพที่เอื้อให้คนได้ทำดีให้เกิดคุณภาพได้ การพัฒนาคุณภาพที่ได้ผลจึงเป็นกิจกรรมภายในของแต่ละองค์กร  ที่ใช้วิธีคุณภาพแบบต่าง ๆ เข้าไปใช้   เช่น   การปฏิรูปมาตรฐานการบริหาร(Service Standards Reforms) การกำหนดตัวชี้วัดผลการทำงานหลัก  (Key-Performance Indicator)  การติดตามผลการปฏิบัติงาน (Performance Monitoring) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร (Effectiveness) รวมถึงการวัดผลการปฏิบัติงาน (Performance Measurement) ที่มีประสิทธิภาพ(Efficiency)การตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน  (Performance Auditing) ที่จะส่งผลให้สามารถวัดคุณภาพในการให้บริการ (Service Quality) ได้ อาจใช้วิธีทางลัดสู่ความเป็นเลิศหรือการเทียบงานกับองค์กรที่ประสบผลสำเร็จที่เรียกว่า “Benchmarking”  โดยการวางแผนกลยุทธ์สถานศึกษา  (Strategic Planning)  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพองค์กรการเปรียบเทียบผลของงานให้ดีขึ้นและสามารถเปรียบเทียบได้กับผลการปฏิบัติงานขององค์กรที่เป็นตัวเทียบ ที่เรียกว่า“BestPractice”ตลอดจนการประเมินตนเอง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  (Stakeholders) ในการให้การสนับสนุน การปลุกระดม การให้รางวัลและการลงโทษที่เอื้อต่อการเกิดคุณภาพเป็นต้น
          การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน โดยกำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดของแต่ละมาตรฐานเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนได้ใช้แนวคิด TOPSTAR  ของ นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ และคณะ ซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานในรายละเอียด  ประกอบด้วย
           1. Thinkging over : เป็นการทำความเข้าใจและมองภาพรวมของการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ทำความเข้าใจกับระบบต่าง ๆ ในสถานศึกษา ทั้งระบบหลักและระบบสนับสนุน ความสัมพันธ์ระหว่างระบบกับมาตรฐาน
           2. Planning : เป็นขั้นตอนการเตรียมการเพื่อการวางแผนการดำเนินการในการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง จะดำเนินการอย่างไร โดยใช้หลักการวางระบบคุณภาพตามแนวคิด Deming cycle ( PDCA ) และการทำแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่ระบบคุณภาพ
            3. System : เป็นการวางระบบการทำงานที่ชัดเจนในสถานศึกษาทั้งระบบหลักและระบบสนับสนุนทำ Flow chart ในระบบต่าง ๆ การระบุความสัมพันธ์ของขั้นตอนการทำงานกับมาตรฐาน การทำคู่มือระบบเพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่มีมาตรฐานการทำงานที่คงที่และเป็นปรนัย
            4.Team : เป็นการสร้างทีมงาน โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น ทีมนำ หมายถึงทีมที่มีหน้าที่ในการกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย และช่วยในการตัดสินใจต่าง ๆ ทีมทำ หมายถึงทีมที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานในแต่ละระบบ  โดยทำงานตามคู่มือระบบ ทีมพัฒนา หมายถึง ทีมวิชาการที่ทำหน้าที่ในการถ่ายทอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความรู้และประสบการณ์ในการทำประกันคุณภาพระบบต่าง ๆ  นอกจากจะมอบหมายงานแล้ว ยังต้องพัฒนาทีมงานให้มีความรู้พร้อมที่จะทำงานด้วยระบบคุณภาพภายในสถานศึกษานอกโรงเรียน
              นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์  (2547)  อ้างอิงจาก แนวทางการประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน,2547  ให้ความหมายคำว่า ระบบ ประกอบด้วยหลาย ๆ กระบวนการ กระบวนการประกอบด้วยชุดของกิจกรรมที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกล่าวโดยสรุป ระบบ หมายถึง ชุดหรือกลุ่มขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันภายในขอบเขตใดขอบเขตหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของการจัดลำดับความสัมพันธ์ขององค์ประกอบนั้น ๆ
              สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้พัฒนาและประยุกต์ระบบเข้ากับบริบทการทำงานของสถานศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถกำหนดระบบการทำงานภายในสถานศึกษานอกโรงเรียนได้ 2 ระบบหลัก  และ 8 ระบบย่อย ดังนี้

 ระบบหลัก           

                  1) ระบบจัดการเรียนรู้  เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละหลักสูตรหรือกิจกรรมทั้งที่สถานศึกษาดำเนินการเองหรือให้เครือข่ายดำเนินการ  เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางของการเรียนการสอน  ซึ่งจะต้องพิจารณาตั้งแต่ขั้นแรกที่ผู้เรียนแต่ละคนเข้าสู่หลักสูตรหรือโปรแกรมการเรียนรู้ ผ่านการวัดและประเมินผลจนจบหลักสูตรหรือโปรแกรมนั้น ๆ
                   2) ระบบบริการและดูแลช่วยเหลือผู้เรียน  เป็นกระบวนการที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมความสามารถผู้เรียนตามศักยภาพ โดยมีผู้เรียน ผู้รับบริการเป็นผู้ขับเคลื่อนร่วมกับสถานศึกษา เน้นการสร้างเสริมบุคลิกภาพ การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ให้บริการแนะแนว การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนและการสนับสนุนด้านทุนเพื่อการศึกษา 

ระบบสนับสนุน

                    1) ระบบโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้  เป็นกระบวนการบริหารจัดการองค์ประกอบพื้นฐานให้สนองตอบต่อความต้องการผู้เรียน/ผู้รับบริการ  เช่น สื่อ อุปกรณ์ ห้องสมุด ศูนย์การเรียนชุมชน แหล่งเรียนรู้ เครือข่าย ภูมิปัญญา เทคโนโลยี และยานพาหนะ ฯลฯ
                    2) ระบบเครือข่ายและความสัมพันธ์กับชุมชน  เป็นกระบวนการที่ส่งเสริมและประสานการทำงานกับองค์กรในชุมชน การระดมทรัพยากรจากชุมชนเพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะส่งเสริมให้ชุมชมเป็นแกนหลักในการจัดการศึกษาของชุมชน
                    3) ระบบบุคลากร  เป็นกระบวนการพัฒนา สรรหา และวางแผนการใช้บุคลากรเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในการทำงานที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งของสถานศึกษาและเครือข่าย ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับครูการศึกษานอกโรงเรียนเป็นพิเศษ
                   4) ระบบนิเทศ ติดตามและประเมินผล  เป็นกระบวนการตรวจสอบ ทบทวนผลการทำงานและส่งเสริมสนับสนุนการทำงานของระบบอื่น ๆ ทุกระบบ
                    5) ระบบสารสนเทศ    เป็นกระบวนการในการจัดเก็บข้อมูล  ประมวลและสร้างสารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการทุกระบบ
                    6) ระบบบริหารเชิงกลยุทธ์  เป็นกระบวนการในการบริหารเพื่อช่วยขับเคลื่อนทุกระบบให้บรรลุภารกิจขององค์สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาเป้าหมายของระบบสนับสนุน  คือ  การส่งเสริมให้ระบบหลักดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นผลผลิตทั้งหมดของระบบสนับสนุนจึงเป็นปัจจัยป้อนส่วนหนึ่งของการทำงานของระบบหลัก ( อ้างใน แนวทางการประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน,2547 )
                  การประกันคุณภาพถือเป็นการประเมินผล ตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง   การประกันคุณภาพของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ  ได้รับมาตรฐานการประเมินคุณภาพเพื่อให้สอดคล้องต่อการดำเนินงานการศึกษานอกโรงเรียน  ซึงได้ประกาศ ณ  วันที่  14  สิงหาคม  2551  จากมาตรฐานการประเมิน 9 มาตรฐาน  28  ตัวบ่งชี้  ให้เป็น  มาตรฐานการศึกษา  6  มาตรฐาน  22  ตัวบ่งชี้     ซึ่งเป็นการปรับให้มีความเหมาะสมกับภารกิจและบริบทของสถานศึกษา

                    ดังนั้น  ในการประกันคุณภาพของ  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  ได้สร้างความเข้าใจกับบุคลากรภายในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจแนวทางการ ประกันคุณภาพการศึกษาแนวคิด หลักการของการทำงานเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ทำงานในทิศทางเดียวกัน  ดังนี้

1. การสร้างความเข้าใจกับบุคลากร 

                 สร้างความเข้าใจกับครู กศน. และผู้ปฏิบัติงานทุกคนเพื่อให้มีความเข้าใจแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา เกี่ยวกับหลักการ  เจตนารมณ์และแนวคิด การประกันคุณภาพการศึกษาตรงกันและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

                 สร้างทีมงานประกันคุณภาพของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว   ทีมงานประกันคุณภาพของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว มีอยู่  3  ทีมหลัก  คือ  ทีมนำ ทีมทำ และทีมพัฒนา  เป็นทีมภายในสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว โดยทีมทำมีหลายทีมที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละหลักสูตรหรือกิจกรรม

2. การตั้งคณะทำงาน 

           ทีมนำ ได้แก่  ทีมผู้บริหารซึ่งเป็นทีมที่มีบทบาทในการ  กำหนดทิศทางการพัฒนาและนำเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา  ขณะเดียวกันก็มีบทบาทในการเสริมสร้างพลังร่วมในการทำงานให้ทุกคน
           ทีมทำ ได้แก่บุคลากรทุกคนมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพในระบบย่อยต่างๆ  ที่ตนเองมีส่วนร่วมและรับผิกชอบ  โดยมีบทบาทในการ่วมวางแผน ร่วมมือปฏิบัติ ร่วมประเมินผล และร่วมกันปรับปรุง พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา
            ทีมพัฒนาคุณภาพ ได้แก่  ทีมบุคลากรที่ถูกคัดเลือกขึ้นมา  โดยมีบทบาทมากในการสนับสนุนประสานงาน  และคอยช่วยเหลือให้กับทีมอื่น ๆ  รวมทั้งต้องวิเคราะห์และดำเนินการเชิงกลยุทธ์ให้เกิดการพัฒนาระบบคุณภาพขึ้นมา  และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
            จัดให้มีการประชุมบุคลากรภายในหน่วยงานก่อน จากนั้นได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพ  จัดให้การประชุมเชิงปฏิบัติการ  การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อรับทราบข้อมูล สร้างความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินการจัดทำการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาได้อย่างถูกต้อง  ตามคำสั่งศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาวที่ 1/ 2552   เรื่อง   แต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษามอบหมายหน้าที่ดำเนินงานตามมาตรฐาน และตัวบ่งชี้   ดังนี้

                1. คณะกรรมการอำนวยการและที่ปรึกษา  (ทีมนำ) มีหน้าที่  ควบคุม กำกับการดำเนินการจัดตั้งระบบประกันคุณภายในสถานศึกษา   ศึกษา ค้นคว้า สนับสนุน การดำเนินงาน กำหนดกรอบแนวคิด  ออกแบบกิจกรรมการรายงานการประเมินตนเอง ตามมาตรฐาน และตัวบ่งชี้  ปรับปรุงและพัฒนาระบบคุณภาพการศึกษา ได้แก่ 

                                1.1  นางสาวกนกภรณ์  ทองเชื้อ    ครูอาสาฯ
                                1.2  นายณัฐพงศ์   เทียมเพ็ง     ครูศูนย์การเรียนชุมชน
                                1.3  นางสาวขนิษฐา  คำภา    เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
                                1.4  นางนิตยา  หารี     บรรณารักษ์
                                1.5  ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์  ทัพผา    ครูอาสาฯ

                 2. คณะกรรมการผู้รับผิดชอบงานตามาตรฐาน  (ทีมทำ)  มีหน้าที่   รับผิดชอบในการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) การวิเคราะห์องค์กร การจัดเก็บข้อมูลรายมาตรฐาน และตัวบ่งชี้ ตามเกณฑ์การพิจารณา 6 มาตรฐาน 22   ตัวบ่งชี้ การเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานรายมาตรฐาน
                        2.1  มาตรฐานที่  1 ปรัชญา  วิสัยทัศน์  วัตถุประสงค์   กลยุทธ์และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาประกอบด้วย
                                2.1.1 ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์  ทัพผา   ครูอาสาฯ   หัวหน้า
                                2.1.2  นายพายุวรรษ  จันทร์พิลา  นักวิชาการ  คณะทำงาน
                         2.2   มาตรฐานที่  2  การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย
                                2.2.1  นางสาวกนกภรณ์  ทองเชื้อ   ครูอาสา ฯ  หัวหน้า
                                2.2.2  นางสาวขนิษฐา  คำภา  เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล   คณะทำงาน
                         2.3  มาตรฐานที่  3  การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพทักษะชีวิต  และกิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชน  ประกอบด้วย
                                2.3.1 นายณัฐพงศ์   เทียมเพ็ง   ครูศูนย์การเรียนชุมชน   หัวหน้า
                                2.3.2 นายพายุวรรษ   จันทร์พิลา   นักวิชาการ   คณะทำงาน
                         2.4  มาตรฐานที่  4  การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย   ประกอบด้วย
                                2.4.1 นางนิตยา  หารี  บรรณารักษ์   หัวหน้า
                                2.4.2 อนุสรณ์  เหล็กสัก   นักการภารโรง   คณะทำงาน
                          2.5  มาตรฐานที่  5   การบริหารจัดการ  ประกอบด้วย
                                2.5.1  นายณัฐพงศ์  เทียมเพ็ง   ครูศูนย์การเรียนชุมชน   หัวหน้า
                                2.5.6  นางสาวขนิษฐา   คำภา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล     คณะทำงาน
                          2.6 มาตรฐานที่ 6   การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย   ประกอบด้วย
                                2.6.1  ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์   ทัพผา  ครูอาสาฯ  หัวหน้า
                                2.6.3  นายณัฐพงศ์  เทียมเพ็ง  ครูศูนย์การเรียนชุมชน    คณะทำงาน

                    3.  คณะกรรมการงานวิชากร (ทีมพัฒนา)   มีหน้าที่ งานวิชาการ   การจัดทำแผน การศึกษา ค้นคว้าสร้างเครื่องมือ และการจัดทำเอกสารรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาประกอบด้วย
                                3.1  นางสาวกนกภรณ์  ทองเชื้อ  ครูอาสาฯ  หัวหน้า
                                3.2  ว่าที่ ร.ท.ชูศิลป์  ทัพผา     ครูอาสาฯ   คณะทำงาน
                                3.3  นายณัฐพงศ์  เทียมเพ็ง   ครูศูนย์การเรียนชุมชน  คณะทำงาน
                                3.4  นางนิตยา  หารี    บรรณารักษ์    คณะทำงาน
                                3.5 นายพายุวรรษ  จันทร์พิลา   นักวิชาการ   คณะทำงาน
                                3.6  นางสาวขนิษฐา  คำภา  เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล   คณะทำงาน
                                3.7  อนุสรณ์   เหล็กสัก   นักการภารโรง     คณะทำงาน

3. การจัดทำแผนพัฒนา 

                  จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  เป็นการจัดทำแผนโดยมีการวิเคราะห์สภาพที่เป็นอยู่ของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  ดูว่าเดิมเรามีระบบการทำงานอะไรอยู่บ้างเป็นอย่างไร  คุณภาพผู้เรียนเป็นอย่างไร   มีการดูแลช่วยเหลือให้สามารถเรียนรู้ได้ดีหรือไม่  มี   การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างไร     กำหนดวิสัยทัศน์ที่ ต้องการให้เป็นกำหนดระบบการทำงานในสถานศึกษา   ซึ่งแท้จริงก็คือกลยุทธ์การทำงานของสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว นั่นเอง  รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  ซึ่งในทางปฏิบัติจะบูรณาการแผนพัฒนาคุณภาพกับแผนงานปกติที่สถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาวโดย มีการดำเนินการดังนี้

                    –   เตรียมการจัดทำแผนพัฒนาโดยจัดตั้งคณะทำงาน  ทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และวางแผนการทำงานคณะจัดทำแผน
                     –   เตรียมข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนาโดยการรวบรวมข้อมูลจากระบบสารสนเทศของสถานศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในชุมชนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาอำเภอ/จังหวัด
                    –   วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกำหนดแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  ดำเนินการโดยวิธี  SWOT Analysis     การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในของสถานศึกษาเพื่อดูจุดแข็ง (Strengths) และจุดอ่อน (Weakness) โดยพิจารณาทั้งแง่มุมที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของสถานศึกษาตามสภาพความเป็นจริง    การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของสถานศึกษาเพื่อดูโอกาส (Opportunity) และภาวะคุกคาม/อุปสรรค (Threats)   กำหนดจุดยืนหรือสร้างวิสัยทัศน์การทำงานของสถานศึกษาโดยวิเคราะห์ว่าสถานศึกษามีโอกาสและศักยภาพในการดำเนินงานด้านใดบ้าง  
                      กำหนดเป้าหมายและผลผลิตของสถานศึกษาโดยพิจารณาจากบทบาท  อำนาจ  หน้าที่  ภารกิจที่ได้รับมอบหมายวางระบบการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและผลผลิตที่กำหนดโดยนำระบบคุณภาพของสถานศึกษาเข้ามาเป็นกลไกในการทำงาน  จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพโดยกำหนดงาน / โครงการต่าง ๆ ของสถานศึกษาที่ก่อให้เกิดผล ผลิตทั้งระบบหลักและระบบสนับสนุน จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีโดยกำหนดรายละเอียดการทำงานเป็นปี ๆ จากแผนพัฒนาคุณภาพ และจัดระบบติดตามตรวจสอบการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ

4. การจัดทำคู่มือ 

                   จัดทำคู่มือระบบการทำงานภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว เป็นการกำหนดรายละเอียดของขั้นตอนการทำงานของแต่ละระบบ  สาระสำคัญในคู่มือระบบการทำงานภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  ประกอบด้วยคำอธิบายระบบหลักและระบบสนับสนุนทั้ง  8  ระบบ  ทั้งนี้ช่องของระบบทั้ง  8  ระบบให้เรียกชื่อเหมือนกับความสัมพันธ์ของระบบการทำงานแต่ละระบบกับมาตรฐานและตัวชี้วัดการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาว่าระบบทั้งหมดครอบคลุมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน ที่กำหนดได้ผังระบบงาน (Flow Chart) เป็นการเขียนกระบวนการทำงานแต่ละระบบที่บุคลากรภายในสถานศึกษาร่วมกันออกแบบเพื่อให้เห็นกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบโดยใช้ข้อความสั้น ๆ ที่มีความหมาย ผังระบบงานจะทำให้ชัดเจนในขั้นตอนการดำเนินงานซึ่งจะเป็นภาพทั้งหมดของระบบงาน

                  การออกแบบคู่มือระบบการทำงาน    ภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว  โดยหลักการแล้วระบบประกอบด้วยกระบวนการทำงานต่าง ๆ แต่กระบวนการทำงานจะมีวิธีการขั้นตอนการทำงาน  ดังนั้น  เมื่อสถานศึกษามีผังระบบงานแล้ว  ได้ กำหนดวิธีการ  ขั้นตอนการทำงานที่เป็นมาตรฐานในแต่ละกระบวนการ โดยร่วมกันคิดว่าถ้าทำงานตามวิธีการที่เป็นมาตรฐานนี้แล้วจะได้งานที่มีคุณภาพและการที่จะบอกว่ามีคุณภาพจำเป็นต้องมีตัวชี้วัดความสำเร็จและพิจารณาว่าคุณภาพมาจากอะไร ( เพื่อนำไปสู่การกำหนดเกณฑ์การประเมินต่อไป ) เช่น ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจ  ร้อยละของแบบสอบถามหรือเอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์  เป็นต้น  รวมทั้งจะต้องบอกว่ามีหลักฐานอะไรเพื่อยืนยันว่าได้ทำตามกระบวนการนั้นๆ แล้ว หลักฐานไม่จำเป็นจะต้องเป็นเอกสารเสมอไป  ถ้าเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ยิ่งเป็นการดี

                ดำเนินงานตามคู่มือ  ระบบการทำงานภายในสถานศึกษา (โดยใช้หลัก PDCA) ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว
                การดำเนินงานตามคู่มือ  ระบบการทำงานภายในสถานศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว เป็นภารกิจในขั้นตอนที่ 5 ของเส้นทางสู่การประกันคุณภาพการศึกษานอกโรงเรียน (Road Map) ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว หลังจากที่สถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำหนาว ได้จัดทำคู่มือระบบการทำงานภายในสถานศึกษาเรียบร้อยแล้วก็ดำเนินการตามคู่มือระบุ ขั้นตอนการดำเนินงานตามคู่มือระบบนี้ ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับต้องปฏิบัติงานโดยใช้วงจรเดมมิ่ง (PDCA) มีการตรวจสอบทบทวนการดำเนินงานด้วยตนเอง และสลับกันตรวจโดยใช้วงจรคุณภาพเช่นเดียวกัน ซึ่งการดำเนินงานตามวงจรเดมมิ่งมีดังนี้

การทำงานแบบ  PDCA

                    P : Plan  การวางระบบ  ปกติสถานศึกษาจะต้องมีแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาซึ่งในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะต้องมีการกำหนดเป้าหมาย  ยุทธศาสตร์  เพื่อเป็นทิศทางในการทำงานให้บรรลุตามมาตรฐานการศึกษา  สำหรับการประกันคุณภาพของสถานศึกษาจะกำหนดให้   มีผู้รับผิดชอบ  ระยะเวลา  งบประมาณ  ทรัพยากร  ที่ต้องใช้ ซึ่งมีทั้งแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว   แผนระยะยาวได้แก่  แผนพัฒนาคุณภาพศึกษา  แผนกลยุทธ์ เป็นแผนที่ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของสถานศึกษาเพื่อใช้เป็นแผนแม่บทสำคัญในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปสู่เป้าหมายภาย       ในระยะเวลาที่กำหนด  เช่น  3-5 ปี จากแผนระยะยาวดังกล่าว นำมากำหนดเป็นแผนปฏิบัติการประจำปี  จากแผนปฏิบัติการประจำปี  อาจมีการจัดทำแผนย่อย ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานที่เป็นระบบ  มีขั้นตอน  หรือวิธีปฏิบัติงาน  หรือกิจกรรมที่ชัดเจน  ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบแต่ละระบบย่อย  หรือแต่ละกิจกรรมในระบบจะต้องนำไปวาง แผนในแต่ละระบบย่อย  หรือแต่ละกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียนหรือผู้รับบริการ

                    D : DO การปฏิบัติตามแผน  การวางแผนที่ดี มีความเหมาะสม สอดคล้องกับผู้ปฏิบัติรวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ แล้ว เท่ากับงานนั้นได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วครึ่งหนึ่ง ดังนั้นในขั้นตอนนี้ทุกคนต้องปฏิบัติงานตามแผนของสถานศึกษา และแผนย่อยของตน ผู้บริหารสถานศึกษาจึงต้องมีหน้าที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก จัดหาทรัพยากรให้เพียงพอ มีการกำกับติดตามให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม นอกจากนั้น ถ้าผู้บริหารสามารถให้การนิเทศกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในกรณีที่ผู้บริหารไม่สามารถให้การนิเทศได้ด้วยตนเอง อาจส่งบุคลากรของสถานศึกษาไปรับการอบรมในเรื่องที่ยังไม่มีความรู้ หรือไม่เชี่ยวชาญเพียงพอ

                    C : Check  การตรวจสอบหรือประเมินผล  จะต้องกระทำอย่างเหมาะสมจะทำให้ข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับการจัดทำสารสนเทศในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา  การประเมินควรเริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดกรอบการประเมินว่าจะประเมินอย่างไร ใครเป็นผู้ประเมิน ระยะเวลาประเมินลงมือที่ใช้การวิเคราะห์ การเขียนรายงาน ทั้งนี้เครื่องมือและวิธีที่ใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ เช่น การสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกตพฤติกรรม การสังเกตกระบวนการทำงาน การตรวจสอบพิจารณางานผู้เรียน หลักฐานที่สะท้อนการปฏิบัติงาน ตัวอย่างผลงานและแฟ้มสะสมงานของผู้เรียน การสร้างเครื่องมือที่ใช้ รวบรวมข้อมูลได้อย่างเหมาะสมและมีระบบการวางแผนการเก็บข้อมูลที่ดีจะทำให้ได้ข้อมูลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประเมินสามารถนำมาวิเคราะห์รายกิจกรรม    รายโครงการ  รายระบบการทำงานและสรุปผลภาพรวมของการประกันคุณภาพการศึกษาได้

                   A : Action  การนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน หลังจากประเมินผลการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานการประเมินของสถานศึกษาแล้ว สถานศึกษาควรนำผลการประเมินมาวิเคราะห์หาจุดเด่น จุดด้อยของแต่ละระบบ และพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลที่รับผิดชอบกลุ่มใด หรือคนใดบ้าง แล้วจัดประชุมบุคลากรของสถานศึกษาแจ้งผลการวิเคราะห์ ชี้แจงรายละเอียดให้ทราบและควรเน้นย้ำว่าให้บุคลากรทุกคนได้ทราบว่าการดำเนินการประกันคุณภาพต้องทำอย่างต่อเนื่อง ระบบการทำงานใดที่สถานศึกษาดำเนินการแล้วอยู่ในระดับดี มิได้หมายความว่าในปีถัดไปสถานศึกษาจะยังคงทำกิจกรรมเหมือนปีที่ผ่านมาอีก แต่คงต้องร่วมกันพิจารณาว่าจะรักษาผลการดำเนินงานในระดับดีไว้ได้อย่างไร

                   ส่วนโครงการ กิจกรรม หรือระบบการทำงานใด ผลการดำเนินงานทำได้ไม่ดี คือต้องปรับปรุงแก้ไขหรืออาจกล่าวว่าเป็นจุดอ่อนของสถานศึกษาซึ่งต้องนำมาพิจารณาหรือปรับปรุง เมื่อบุคลากรผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ ก็ควรจะต้องมีการนำแผนของแต่ละกลุ่มมาพิจารณาร่วมกันเพื่อกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการในภาพรวมของสถานศึกษาให้เหมาะสมกับช่วงเวลา บุคลากร งบประมาณ กิจกรรมขั้นตอนใดสามารถยุบรวมกันได้ก็นำมาปรับแผนจัดร่วมกัน จะทำให้แนวทางการปฏิบัติตามแผนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทุกฝ่ายได้รับรู้ร่วมกัน

5. ประโยชน์ของการตรวจสอบทบทวนคุณภาพการศึกษา 

                –  สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทราบถึงสภาพคุณภาพของการดำเนินงานจัดการศึกษา  จุดเด่น จุดด้อย และภาพรวมของคุณภาพการศึกษา
                –  ใช้เป็นข้อมูลวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
                – หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทาง วิธีการส่งเสริมและพัฒนา สถานศึกษาให้มีคุณภาพตามเกณฑ์

6. การสร้างระบบการประเมินภายในเป็นวัฒนธรรมองค์กรคุณภาพ  
                 เมื่อทำงานเป็นระบบอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องแล้วผู้บริหารและทีมงานทั้งหมดในสถานศึกษาต้องสร้างความเคยชินกับการทำงานที่เป็นระบบและให้ความสำคัญ

7.  การขอรับการประเมินภายนอกจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมิน 
                  การดำเนินงานตามระบบการทำงานของสถานศึกษาที่ได้สร้างไว้อย่างสม่ำเสมอนั้น สามารถตรวจสอบได้ด้วยกลไกภายในสถานศึกษาว่าในที่สุดเราได้มาตรฐานตามที่มาตรฐานกลางกำหนดไว้หรือมีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับได้ จะทำให้สถานศึกษามีความมั่นคงกับการทำงานที่เป็นระบบและพร้อมที่จะรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก

ตารางมาตรฐาน  ตัวบ่งชี้ ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย
 

มาตรฐาน  ตัวบ่งชี้ 
มาตรฐานที่  1ปรัชญา วิสัยทัศน์  วัตถุประสงค์  กลยุทธ์และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา      1.1    ปรัชญา วิสัยทัศน์  เป้าหมาย วัตถุประสงค์  กลยุทธ์  การดำเนินงานสอดคล้องกัน
1.2    แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี  ครอบคลุมทุกพันธกิจ  การกำกับ  ติดตามการดำเนินงานเป็นไปตามแผนและนำผลไปใช้ ในการพัฒนา
มาตรฐานที่  2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน            2.1    การพัฒนาหลักสูตร  
2.2    สื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน
2.3    การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.4    ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ ตามหลักการจัดการศึกษานอกระบบ
2.5    คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
2.6    ความรู้  ความสามารถของผู้สำเร็จการศึกษานอกระบบ
มาตรฐานที่  3 การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ  ทักษะชีวิต  และกิจกรรมเรียนรู้สู่ชุมชน      3.1 การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและ      ความต้องการของท้องถิ่น
3.2 สื่อหรือแหล่งการเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้
3.3 ครูและบุคลากรมีความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร
3.4 ครูและผู้สอนมีคุณลักษณะที่เหมาะสม
3.5 คุณภาพของผู้เรียน / ผู้รับบริการ
มาตรฐานที่ 4การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย     4.1 คุณภาพของการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
มาตรฐานที่  5  การบริหารจัดการ  5.1 คุณภาพของการพัฒนาบุคลากร
5.2 การจัดระบบข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ
5.3 ผู้บริหารมีสมรรถนะในการบริหารองค์กร
5.4 คุณภาพของการบริหารจัดการ
5.5 มีระบบประกันคุณภาพภายใน
มาตรฐานที่ 6การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย   6.1 การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
6.2 การสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

 

*************************************

 

About these ads

4 thoughts on “ตัวอย่างรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SAR)_2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s