คลังเก็บ

การนิเทศตามลักษณะงานและกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

อัญชลี ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
7 กันยายน 2554

1. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ได้ให้ความหมาย การศึกษานอกระบบและการศึกตามอัธยาศัยในมาตรา 4 ไว้ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ.2551:3-4)

การศึกษานอกระบบ หมายความว่ากิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้

การศึกษาตามอัธยาศัย หมายความว่า กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิติประจำวันของบุคคล ซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่าต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล

 2. หลักการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
หลักการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ยึดหลักดังต่อไปนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ.2551:8-9)

2.1 การศึกษานอกระบบ
2.1.1 ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางทั่วถึงเป็นธรรมและมีคุณภาพเหมาะสมกับสภาพชีวิตของประชาชน
2.1.2 การกระจายอำนาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเรียนรู้

2.2 การศึกษาตามอัธยาศัย
2.2.1 การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย
2.2.2 การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่วนที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการศึกษา
2.2.3 การจัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรู้ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อผู้เรียน

3. เป้าหมายของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

เป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังต่อไปนี้ (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย.2551:10 -11)

3.1 การศึกษานอกระบบ
3. 1.1 ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนและสังคมที่ใช้ความรู้และภูมิปัญญาเป็นฐานในการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงและคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ตามแนวทางการพัฒนาประเทศ
3.1.2 ภาคีเครือข่ายเกิดแรงจูงใจและมีความพร้อมในการมีส่วนร่วมเพื่อจัดกิจกรรมการศึกษา

3.2 การศึกษาตามอัธยาศัย
3.2.1 ผู้เรียนได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
3.2.2 ผู้เรียนได้เรียนรู้สาระที่สอดคล้องกับความสนใจและความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
3.2.3 ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ

4. กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่จัดในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้(สำนักงาน กศน.2553: 10 – 18)

4.1 กิจกรรมการศึกษานอกระบบ
4.1.1 การศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
4.1.2 การส่งเสริมการรู้หนังสือ
4.1.3 การศึกษาต่อเนื่อง
      1) การศึกษาเพื่อพัฒนาการงานและอาชีพ
      2) การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
      3) การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน

4. 2 กิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย
4.2.1 การส่งเสริมการอ่าน
4.2.2 ห้องสมุดประชาชน
4.2.3 วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

5. กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังนี้ (สำนักงาน กศน. .2553:3)

5.1 กลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
5.1.1 ผู้ด้อยโอกาส
5.1.2 ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
5.1.3 ผู้สูงอายุ
5.1.4 ชนต่างวัฒนธรรม
5.1.5 ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจใฝ่เรียนรู้

5.2 กลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาความสามารถในเชิงการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
5.2.1 ผู้อยู่ในวัยแรงงานที่อยู่นอกระบบ
5.2.2 ผู้อยู่ในวัยแรงงานที่อยู่ในระบบ

6. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

 พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 กำหนดไว้ในมาตรา 14 ให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กศน.” โดยมีอำนาจ หน้าที่ดัง ต่อไปนี้(สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย.2551:22-25)

6.1 เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ

6.2 จัดทำข้อเสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อคณะกรรมการ

6.3 สนับสนุน และดำเนินการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ การวิจัย การพัฒนา หลักสูตรและนวัตกรรมทางการศึกษา บุคลากรและระบบข้อมูลข่าวสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

6.4 ส่งเสริม สนับสนุนและดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และการเทียบระดับการศึกษา

6.5 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และองค์กรอื่นรวมตัวกันเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

6.6 จัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา วิทยุชุมชน ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนชุมชน และแหล่งการเรียนรู้อื่น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องของประชาชน

6.7 ดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

6.8 ปฏิบัติงานอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

7. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

มาตรา 17   แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 กำหนดให้มี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเรียกโดยย่อว่า “สำนักงานกศน. จังหวัด”ทุกจังหวัด จำนวน76แห่งและสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า”สำนักงานกศน.กทม.” 1 แห่งเป็นหน่วยงานการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาการนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และได้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดังนี้(กระทรวงศึกษาธิการ.2551:31-37)

มาตรา 18   ให้สถานศึกษาทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน และจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยร่วมกับภาคีเครือข่าย  การดำเนินงานของสถานศึกษา อาจจัดให้มีศูนย์การเรียนชุมชนเป็นหน่วยจัดกิจกรรมและสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนก็ได้   การจัดตั้ง ยุบ เลิก รวม การกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา 19  ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งมีคณะกรรมการสถานศึกษา

มาตรา 20  ให้สำนักงาน จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกระบบซึ่งเป็นระบบประกันคุณภาพภายในสำหรับสถานศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ให้สถานศึกษาดำเนินการประกันคุณภาพภายในให้สอดคล้องกับระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพภายใน โดยได้รับความร่วมมือ ส่งเสริมสนับและสนุนจากภาคีเครือข่ายและสำนักงาน ระบบหลักเกณฑ์และวิธีประกันคุณภาพภายในให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

อำนาจและหน้าที่ของสำนักงาน กศน.จังหวัด

มีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภายในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณีรวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. จัดทำยุทธศาสตร์แผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษาชาติ แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและความต้องการของท้องถิ่นและชุมชน
2. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
3. วิเคราะห์ จัดตั้ง จัดสรร เงินงบประมาณให้แก่สถานศึกษาและภาคีเครือข่ายที่ จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย
5. จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกระบบตามที่กฎหมายกำหนด
6. ส่งเสริมสนับสนุนการเทียบโอนผลการเรียนการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์และการเทียบระดับการศึกษา
7. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย
8. ระดมทรัพยากรด้านต่างๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อการมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
9. ส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
10. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและภาคีเครือข่าย
11. ส่งเสริมสนับสนุนติดตามและรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริงานนโยบายพิเศษของรัฐบาลและงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
12. กำกับดูแลนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยของสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย
13. ปฏิบัติงานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย

ภายใต้อำนาจหน้าที่ดังกล่าว จึงได้มีการออกแบบโครงสร้างรองรับ จากกลุ่มภารกิจภายใต้คำว่า “ กลุ่ม ” จำแนกไปสู่กลุ่มงาน และงาน ตามลำดับ โดยแต่ละงานจะแสดงภาระงานให้เห็นเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน มีโครงสร้างการบริหารงาน  7 กลุ่มงาน ดังนี้

1. กลุ่มอำนวยการ
2. กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา
3. กลุ่มส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
4. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย
5. กลุ่มส่งเสริมภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ
6. กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
7. กลุ่มตรวจสอบภายใน

1. กลุ่มอำนวยการ  มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานธุรการ งานสารบรรณ งานการเงินบัญชีและพัสดุ งานอาคาสถานที่และยานพาหนะ งานเกี่ยวกับสวัสดิการ งานประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้บริการข่าวสารข้อมูล งานควบคุมภายใน งานบุคลากร งานนิติการ และงานศูนย์ราชการใสสะอาด

2. กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา  มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดทำข้อเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ จัดทำแผนงาน/โครงการ แผนปฏิบัติราชการประจำปี วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายแผนงาน/โครงการ จัดทำและเสนอขอจัดตั้ง จัดสรรงบประมาณประจำปี จัดทำระบบและฐานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน สนับสนุนการตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ งานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด / กรุงเทพมหานคร

3. กลุ่มส่งเสริมการศึกษานอกระบบ  มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมการศึกษาพื้นฐานนอกระบบ การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ การเทียบโอนการศึกษา งานเทียบระดับการศึกษา เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ (Advice Center) การส่งเสริมงานกิจการนักศึกษา ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษา การจัดทำข้อมูลรายบุคคลเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ และการจัดทำ GPA/PR

4. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา การพัฒนาห้องสมุดประชาชน การศึกษาทางสื่อสารมวลชน ศูนย์การเรียนชุมชน และการจัดนิทรรศการและเผยแพร่

5. กลุ่มส่งเสริมภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่าย โดยระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ให้ทุกภาคส่วนของสังคมเป็นเครือข่ายร่วมจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สนับสนุนโครงการพิเศษต่าง ๆ เช่น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ กิจกรรมประชาธิปไตย งานลูกเสือและยุวกาชาด งานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา งานการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ และส่งเสริมสนับสนุนนโยบายของจังหวัด / กระทรวงศึกษา

6. กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการนิเทศติดตามและประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส่งเสริมระบบประกันคุณภาพการศึกษา งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลและเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การปฏฺบัติงาน งานส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การวัดผลและประเมินผลการศึกษา         

7. กลุ่มตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบการบริหารงบประมาณ การเงิน การบัญชี การพัสดุ การสอบทาน การควบคุมภายใน และตรวจสอบการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด

8.สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีจำนวน 964 แห่ง มีดังนี้ (ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ.2551:1-34)

8.1 สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร คือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขต (กศน.เขต) จำนวน 50 แห่ง

8.2 สถานศึกษาสังกัดสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด คือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ (กศน.อำเภอ) จำนวน 877 แห่ง

8.3 สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 37 แห่ง มีดังนี้

1) ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง)                  
2) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ                     
3) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนจำนวน 7 แห่ง
4) ศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี”สามสงฆ์ทรงพระคุณ”                      
5) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จำนวน 12 แห่ง
6) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (เอกมัย)
7) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
8) ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
9) อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
10) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ
11) สถาบันการศึกษาทางไกล
12) สถาบันการศึกษาต่อเนื่องสิรินธร
13) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร
14) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค
15) สถาบันส่งเสริมและ พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้

9. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต

9.1 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ.2551:2-37)

1) จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
2) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย เพื่อการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
3) ดำเนินการตามนโยบายพิเศษของรัฐบาลและงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
4) จัด ส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานการจัดการศึกษาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่
5) จัด ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น
6) วิจัยและพัฒนาคุณภาพหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้และมาตรฐานการศึกษานอกระบบ
7) ดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้แลประสบการณ์
8) กำกับ ดูแล ตรวจสอบ นิเทศภายใน ติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
9) พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
10) ระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
11) ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ให้สอดคล้องกับระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
12) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

9.2 โครงสร้างการบริหารงานของ กศน.อำเภอ ประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน ดังต่อไปนี้

กลุ่มงานอำนวยการ งานธุรการและสารบรรณ งานการเงินและบัญชี งานงบประมาณและระดมทรัพยากร งานพัสดุ งานบุคลากร งานอาคารสถานที่และยานพาหน งานแผนงานและโครงการ งานประชาสัมพันธ์ งานสวัสดิการ  งานข้อมูลสารสนเทศและการรายงาน  ศูนย์ราชการใสสะอาด งานควบคุมภายใน  งานนิเทศภายใน ติดตามประเมินผล งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษา งานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

กลุ่มงานจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย   งานส่งเสริมการรู้หนังสือ งานการศึกษาพื้นฐานนอกระบบ งานการศึกษาต่อเนื่อง งานการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ (กพอ)  งานการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ  งานการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต  งานการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน /เศรษฐกิจพอเพียง  งานการศึกษาตามอัธยาศัย งานจัดพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น งานพัฒนา กศน.ตำบล งานห้องสมุดประชาชน  งานการศึกษาเคลื่อนที่  งานการศึกษาทางสื่อสารมวลชน/ทางไกลผ่านดาวเทียม งานพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา งานทะเบียนและวัดผล งานศูนย์บริการให้คำปรึกษาแนะนำ งานกิจการนักศึกษา

กลุ่มงานภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ งานส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่าย  งานกิจการพิเศษ งานป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด /โรคเอดส์  งานส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย งานสนับสนุน  ส่งเสริมนโยบายจังหวัด/อำเภอ  งานกิจการลูกเสือและยุวกาชาด งานอื่น ๆ

10. การนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

กระทรวงศึกษาธิการ  โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  (ก.ค.ศ.) ได้กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติของศึกษานิเทศก์ (2548) ดังนี้

 หน้าที่และความรับผิดชอบ

ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับงานวิชาการและงานนิเทศการศึกษาเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน ให้ได้มาตรฐานการศึกษา ค้นคว้าทางวิชาการและวิเคราะห์ วิจัย ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล  เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

1) การนิเทศการศึกษา  โดยส่งเสริมให้สถานศึกษาบริหารหลักสูตรสถานศึกษา  จัดกระบวนการเรียนรู้  มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาชาติ  พัฒนาการวัดและประเมินผลการศึกษา  การพัฒนาสื่อ  นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ

2) การศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ เพื่อจัดทำเป็นเอกสาร คู่มือและสื่อใช้ในการปฏิบัติงานและเผยแพร่ให้ครูได้ใช้ในการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน

3) การวิเคราะห์วิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา  เพื่อพัฒนาระบบการบริหารงานวิชาการ  พัฒนามาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและเผยแพร่แก่ผู้บริหารสถานศึกษา  ครูและผู้สนใจทั่วไป

4) การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล เพื่อเป็นข้อมูล และสารสนเทศในการวางแผนนิเทศและพัฒนางานทางวิชาการ

5) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

คณะกรรมการคุรุสภา (2549) ได้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของศึกษานิเทศก์ ดังนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้

1) ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาการนิเทศการศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา

2) ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมการนิเทศการศึกษา โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้รับการนิเทศ

3) มุ่งมั่น พัฒนาผู้รับการนิเทศให้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมจนเกิดผลต่อการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

4) พัฒนาแผนการนิเทศให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง

5) พัฒนาและใช้นวัตกรรมการนิเทศการศึกษาจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นลำดับ

6) จัดกิจกรรมการนิเทศการศึกษาโดยเน้นผลถาวรที่เกิดแก่ผู้รับการนิเทศ

7) รายงานผลการนิเทศการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ

8) ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

9) ร่วมพัฒนางานกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์

10) แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา

11) เป็นผู้นำและสร้างผู้นำทางวิชาการ

12) สร้างโอกาสในการพัฒนางานได้ทุกสถานการณ์

11. ขอบเขตใน การนิเทศตามลักษณะงานและกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังนี้

1. การส่งเสริมให้สถานศึกษาบริหารหลักสูตรสถานศึกษา

2. การจัดกระบวนการเรียนรู้

3. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

4. การวัดผลประเมินผลการศึกษา

5. การพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา

                       

                               

เอกสารอ้างอิง

1. กระทรวงศึกษาธิการ.(2551) พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  พ.ศ. 2551. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:สำนักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. 

2. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง การกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา.(2551,25 มีนาคม).ราชกิจจา  นุเบกษา. เล่ม 125 ตอนพิเศษ  60 ง หน้า 2-12

3. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง บัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551. (2551,10  มีนาคม).ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนพิเศษ 60 ง หน้า 1-34

4. สำนักงาน กศน. (2553) นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ:พับบลิค เอ็ดดูเคชั่น จำกัด.      

******************

การวางแผนการนิเทศ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสำนักงาน กศน.จังหวัด

ความสำคัญ

     การวางแผนการนิเทศเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งในการบริหารงานนิเทศการศึกษาของสำนักงาน กศน.จังหวัด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการนิเทศที่มีประสิทธิภาพ และเน้นการทำงานที่เป็นระบบ เพื่อประโยชน์ของสถานศึกษาในสังกัด คือ กศน. อำเภอ โดยใช้แผนเป็นเครื่องมือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานนิเทศ ใช้แสดงรายละเอียดและเค้าโครงของสิ่งที่จะต้องปฏิบัติ บอกให้รู้ถึงจุดมุ่งหมาย สิ่งที่คาดหวัง ระบุวัตถุประสงค์ที่ต้องการที่ได้กำหนดไว้ บอกเป้าหมายที่ต้องการในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ของการดำเนินงานตามแผน แสดงวิธีการดำเนินงานที่มุ่งไปสู่การบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ แสดงให้เห็นถึงงบประมาณ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการทำงาน แสดงถึงวิธีการติดตามควบคุมกำกับการปฏิบัติงานนิเทศและการประเมินผลสำเร็จของการนิเทศ ตามที่กำหนดไว้ในแผน

1.หลักการวางแผนนิเทศการศึกษา

1.1 ผู้รับผิดชอบในการวางแผน

   ผู้รับผิดชอบในการวางแผนการนิเทศคือผู้บริหาร กศน. จังหวัด เพราะงานนิเทศเป็นบทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร และผู้ร่วมวางแผนได้แก่ศึกษานิเทศก์ ผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่นิเทศ และผู้รับการนิเทศ ได้แก่ครู และผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการนิเทศการศึกษาเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ให้การนิเทศและผู้รับการนิเทศ

1.2 ขอบเขตของงานนิเทศ กศน.

  ขอบเขตของงานนิเทศ กศน. เนื่องจากงานนิเทศ กศน.นั้นเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการนิเทศ กศน. จึงเกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของสถานศึกษา ตามโครงสร้างการบริหารของ กศน.อำเภอ แบ่งเป็น 3 กลุ่มงาน ดังนี้

1) กลุ่มงานอำนวยการ งานธุรการและสารบรรณ งานการเงินและบัญชี งานงบประมาณและระดมทรัพยากรงานพัสดุ งานบุคลากร งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานแผนงานและโครงการ งานประชาสัมพันธ์ งานสวัสดิการ งานข้อมูลสารสนเทศและการรายงาน ศูนย์ราชการใสสะอาด งานควบคุมภายใน งานนิเทศภายใน ติดตามประเมินผล งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษา งานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

2) กลุ่มงานจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

2.1) งานส่งเสริมการรู้หนังสือ
2.2) งานการศึกษานอกระบบ
         2.2.1) งานการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
         2.2.2) งานการศึกษานอกระบบการศึกษาต่อเนื่อง  
                       - งานการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ
                       – งานการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
                       – งานการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน
                       – งานการศึกษาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2.3 งานการศึกษาตามอัธยาศัย
                       - งานจัด/พัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น
                       - งานห้องสมุดประชาชน
2.4 งานพัฒนา กศน.ตำบล
2.5 งานพัฒนาหลักสูตรสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
2.6 งานทะเบียนและวัดผล
2.7 งานศูนย์บริการให้คำปรึกษาแนะนำ
2.8 งานกิจการนักศึกษา

3) กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ

- งานส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่าย
- งานกิจการพิเศษ
- งานป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด/โรคเอดส์
- งานส่งเสริมกิจกรรมประชาธิปไตย
- งานสนับสนุน  ส่งเสริมนโยบายจังหวัด/อำเภอ
- งานกิจการลูกเสือและยุวกาชาด
- งานอื่น ๆ

1.3 การวางแผนนิเทศ กศน. ที่ดี            

ผู้ทำหน้าที่วางแผนนิเทศควรมีความรู้ ความสามารถ ดังต่อไปนี้

3.1 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผน แผนงาน/โครงการ การติดตามและประเมินผล
3.2 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ กิจกรรม กศน. แลภารกิจของสถานศึกษา
3.3 มีข้อมูลเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ ความรู้ ความสามารถของครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ของสถานศึกษา
3.4 การกำหนดแผนงาน/โครงการ ต้องมีความยืดหยุ่น เพื่อจะสามารถปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนแปลงบางส่วนได้โดยไม่กระทบต่อเป้าหมายแต่อย่างใด

2. กระบวนการในการวางแผนการนิเทศ   มี 4 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1  การประเมินสภาพปัจจุบันปัญหาความต้องการและความจำเป็นในการนิเทศ กศน.
ขั้นตอนที่ 2  การกำหนดจุดมุ่งหมายในการนิเทศ
ขั้นตอนที่ 3  การกำหนดทางเลือก
ขั้นตอนที่ 4  การจัดทำโครงการนิเทศ

แนวทางในการปฏิบัติภารกิจในการวางแผนการนิเทศ กศน. มีเทคนิควิธีการดำเนินงานดังนี้

ขั้นตอนที่ 1  การประเมินสภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการและความจำเป็นในการนิเทศ กศน

    หลักการในการจัดการนิเทศการศึกษานั้น จะมีจุดเริ่มต้นจากสภาพที่เป็นปัญหาความต้องการและความจำเป็นในการปรับปรุงคุณภาพ กศน.ให้ดียิ่งขึ้น การที่จะทราบปัญหาความต้องการความจำเป็นในการนิเทศ สามารถดำเนินการได้ 2 ลักษณะ คือ

1) การศึกษาปัญหาการจัด กศน. ที่เป็นปัญหาเฉพาะ(Study of Specific Problem) การศึกษาปัญหาเฉพาะเป็นการวิเคราะห์ถึงรายละเอียดของสภาพข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเร่งด่วนหรือปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นใน กศน. อำเภอ ยกตัวอย่าง เช่น

1.1) ปัญหาเกี่ยวกับนักศึกษา

- นักศึกษา กศน.ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2/2554  ของ กศน.อำเภอ ……….  มีผลสัมฤทธิ์ในสาระความรู้พื้นฐานต่ำกว่าร้อยละ 60

- นักศึกษา กศน.ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 1/2554  ของ กศน.อำเภอ ………  มีอัตราคงอยู่ต่ำกว่าร้อยละ50

- 1.2) ปัญหาเกี่ยวกับครู
- ครูยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำแผนการเรียนรู้ ทำให้ไม่สามารถจัดทำแผนการเรียนรู้ได้
- ครูยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน ทำให้ไม่สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้
- ครู กศน. ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานได้

1.3) ปัญหาผู้บริหาร กศน. อำเภอ

- ผอ. กศน. อำเภอ ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศภายใน ทำให้ไม่สามารถนิเทศภายในอย่างเป็นระบบได้

1.4) ปัญหา กศน. อำเภอ

-  ผลการประเมินภายนอกของ กศน.อำเภอไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

สภาพการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นปัญหาวิกฤต(Critical problem) ดังนั้นจะต้องศึกษาหาสาเหตุของปัญหาและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาเพื่อนำข้อมูลมาวางแผนแก้ปัญหาต่อไป สำหรับวิธีการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหานั้น มีหลายวิธี ที่สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น การสัมภาษณ์ การสอบถาม การสังเกต การวิเคราะห์องค์ประกอบ การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

2)  การประเมินความต้องการ ความจำเป็น(Needs Assessment) วิธีประเมินความต้องการ ความจำเป็นสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

2.1) การศึกษารวบรวมข้อมูลความต้องการ ความจำเป็นโดยตรงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการจัด กศน.ของสถานศึกษา ได้แก่ ครู กศน. และผู้ปฏิบัติงาน ของสถานศึกษา ผู้เรียน/ผู้รับบริการ และชุมชน เช่น ผู้นำชุมชน กรรมการสถานศึกษา เป็นต้น โดยวิธีการวิจัยเชิงสำรวจ  การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง การสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม กศน. หรือการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ต่าง ๆ และการระดมความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง

2.2) การศึกษาโดยทางอ้อม ได้แก่การวิจัยเอกสาร การรับฝังความคิดเห็นจากแหล่งต่าง ๆ

การประเมินความต้องการความจำเป็น อาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์หรืออาจจะใช้ทั้งสองวิธี ก็ได้

ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดจุดมุ่งหมายในการนิเทศ

1. ลักษณะของการกำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศ มีสองลักษณะคือจุดมุ่งหมายระยะสั้นและจุดมุ่งหมายระยะยาว ซึ่งการกำหนดจุดมุ่งหมายลักษณะใดขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่อไปนี้

1.1) สภาพความสำคัญของปัญหา ในสถานศึกษาแต่ละแห่งซึ่งมีปัญหาเดียวกันแต่ความรุนแรงหรือความสำคัญของปัญหาอาจแตกต่างกัน ย่อมทำให้ระดับของการตั้งจุดมุ่งหมายมีความแตกต่างกันด้วย เช่นปัญหานักศึกษา กศน.ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 2/2554  มีผลสัมฤทธิ์ในสาระความรู้พื้นฐานต่ำกว่าร้อยละ 60 กศน.อำเภอหลายแห่งอาจมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่ร้อยละของนักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ในสาระความรู้พื้นฐานต่ำกว่าร้อยละ 60 มีปริมาณแตกต่างกัน จึงมีผลทำให้ความเร่งด่วนหรือความสำคัญของจุดมุ่งหมายการนิเทศ แตกต่างกันไปด้วย

1.2) ประสบการณ์และความสามารถในการแก้ปัญหาของผู้ทำหน้าที่นิเทศแต่ละสถานศึกษามีความแตกต่างกัน ผู้นิเทศของสถานศึกษาที่มีประสบการณ์นิเทศมากและมีความสามารถในการทำงานนิเทศสูง จะตั้งจุดมุ่งหมาของการนิเทศที่มีความชัดเจน มีความเป็นไปได้ ลักษณะของจุดมุ่งหมายของการนิเทศที่ตั้งขึ้นจะมีเป้าหมายระยะยาว มีการทำงานนิเทศให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างต่อเนื่องและตั้งจุดมุ่งหมายไว้สูงกว่าผู้นิเทศที่มีประสบการณ์น้อย

 2) หลักในการกำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศ ในการกำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศ มีหลักที่ควรยึดถือดังนี้
 2.1) การกำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศ ควรกำหนดร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ เพื่อให้การปฏิบัติการนิเทศไปสู่เป้าหมายเดียวกันและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2.2) การกำหนดจุดมุ่งหมายของการนิเทศควรมีความเป็นไปได้ โดยพิจารณาจากความพร้อมของผู้นิเทศ ทรัพยากรที่ใช้ในการนิเทศ วิธีการนิเทศและการบริหารจัดการนิเทศ
 2.3) การกำหนดจุดมุ่งหมายระยะยาว ควรแบ่งเป็นจุดมุ่งหมายย่อย ๆ เป็นช่วง ๆ เพื่อให้สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายได้โดยง่าย
2.4) การสื่อสารจุดมุ่งหมายการนิเทศให้คณะผู้นิเทศมีความเข้าใจตรงกันและร่วมมือกันในการปฏิบัติงานนิเทศ เพื่อให้การนิเทศบรรลุตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้

ขั้นตอนที่ 3 การกำหนดทางเลือก (Selecting of Alternatives)

     ในการนิเทศให้บรรลุเป้าหมาย สามารถดำเนินการได้หลายวิธีการ ดังนั้นในการกำหนด วิธีการนิเทศจำเป็นจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อจะได้ทางเลือกที่เหมาะสมและสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยง่าย

1) หลักการกำหนดทางเลือก
1.1) การนิเทศให้บรรลุผลสำเร็จนั้นไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการนิเทศหลายวิธี ควรเลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่คิดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้
1.2) วิธีการนิเทศบางวิธีอาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ของสถานศึกษาบางแห่ง
1.3) ผู้นิเทศแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้นิเทศจะต้องเลือกวิธีการนิเทศที่เหมาะสมกับตนเอง

2) การระบุทางเลือก หลังจากกำหนดจุดมุ่งหมายการนิเทศอย่างชัดเจนแล้ว ภารกิจที่จะต้องทำต่อไปคือการระบุทางเลือก ในการนิเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสามารถดำเนินการได้หลายวิธีการ ผู้นิเทศจะต้องพยายามศึกษาข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการนิเทศแบบต่าง ๆ และเลือกวิธีการนิเทศที่มีความเป็นไปได้สูงสุด นำไปปฏิบัติเพื่อให้ประสบผลสำเร็จ การบุทางเลือกคือการหาทางแก้ปัญหาการจัดการศึกษา กศน.นั่นเอง การแก้ปัญหาที่ได้ผลดีนั้นจำเป็นจะต้องแสวงหาข้อมูลต่าง ๆให้มากที่สุด เพื่อจะได้วิธีนิเทศที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาภายในเวลาที่กำหนดไว้

3) การประเมินทางเลือก ในการนิเทศเพื่อแก้ปัญหาการจัด กศน. ซึ่งเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ผู้นิเทศอาจใช้ประสบการณ์เดิมมาเป็นแนวทางในการนิเทศเพื่อแก้ปัญหา แต่สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่นั้น ก่อนที่จะเลือกวิธีการนิเทศจำเป็นจะต้องแสวงหาข้อมูลต่าง ๆ ตลอดจนความมุ่งหวังของผู้รับการนิเทศ สำหรับการประเมินทางเลือกในการนิเทศนั้น ควรยึดหลักอย่างน้อย 2 ประการ คือ ประการแรกความเป็นได้ (possibility) ของทางเลือกในการที่จะทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการนิเทศที่กำหนดไว้ และประการที่สองสภาพทรัพยากร (resources) ที่มีอยู่จะสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการนิเทศนั้น ๆได้ดีเพียงใด

วิธีการประเมินทางเลือกนั้น คูนทซ์ โอดอนเนลและวีนริช (Koontz,O Donnell and Weinhrich,1982) กล่าวว่ามี 3 วิธีการ คือ การใช้ประสบการณ์ การทดลอง และการวิจัย

3.1) การใช้ประสบการณ์ (Experience) เป็นการใช้ประสบการณ์ในอดีตมาเป็นข้อมูลสำหรับวินิจฉัยในบางโอกาสการใช้ประสบการเดิมเป็นเรื่องที่ได้ผลดีมาก แต่บางครั้งก็ไม่ประสบผลสำเร็จโดยวิธีการนิเทศแบบเดิม การใช้ประสบการณ์ในอดีตจะช่วยให้ตระหนักถึงความสำเร็จและความล้มเหลวในภารกิจการนิเทศแต่ละภารกิจ และนำประสบการณ์นั้นมาเป็นเกณฑ์ในกาจพิจารณาตัดสินเกี่ยวกับทางเลือก การใช้ประสบการณ์เดิมเป็นเครื่องตัดสินใจมีข้อจำกัดหลายประการ คือ
-  คนเราไม่สามารถจดจำความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีตได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงทำให้ได้ข้อมูลที่ไม่เป็นการเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ
- ประสบการณ์ในอดีตอาจไม่เหมาะกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาชนิดใหม่ การตัดสินใจที่ดีจึงควรใช้เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตจะดีกว่าใช้ประสบการณ์ในอดีต อย่างไรก็ตามการใช้ประสบการณ์ในอดีตมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาก็ยังมีความสำคัญอยู่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติงานนิเทศที่ไม่มีข้อมูลอยู่เลยจะพบว่ามีความยุ่งยากยิ่งกว่าการใช้ประสบการณ์เดิมหรืออาศัยข้อมูลในอดีตมาเป็นพื้นฐานในการพิจารณา

3.2) การทดลอง(Experimentation) เป็นวิธีการเลือกทางเลือกที่สามารถตัดสินใจที่ได้ข้อมูลอย่างชัดเจนที่สุดวิธีการหนึ่ง คือการทดลองเพื่อให้เห็นว่าวิธีการนิเทศที่นำไปใช้นั้นจะได้ผลอย่างไร วิธีการทดลองนั้นเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายและใช้เวลา การทดลองเป็นวิธีการที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะทำให้ไม่เกิดความล้มเหลวหรือเกิดความผิดพลาดในการทำงาน การใช้วิธีการทดลองอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องเทคนิควิธี การทดลองเป็นการทำงานในสภาพการณ์ในขอบเขตจำกัด ในสถานการณ์จริงอาจไม่เป็นไปตามการทดลองก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนิเทศที่เกี่ยวข้องกับครูและผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก มักมีความผันแปรกับลักษณะของครูและผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก

3.3) วิธีวิเคราะห์และวิจัย เป็นวิธีการที่ใช้อย่างได้ผลในการประเมินทางเลือก โดยการแยกองค์ประกอบของวิธีการนิเทศแต่ละวิธีออกส่วน ๆ แล้วทำการศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบของวิธีการนิเทศนั้น ๆแต่ละส่วนทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวิธีการนิเทศนั้น วิธีการใดมีความเป็นไปได้สูงกว่าวิธีการอื่น การประเมินทางเลือกวิธีการนิเทศโดยกระบวนการวิจัยถือว่าเป็นวิธีการที่ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องมากกว่าการใช้ประสบการณ์ และเป็นวิธีการที่ลงทุนต่ำกว่าวิธีทดลอง ดังนั้นวิธีการประเมินทางเลือกจึงนิยมใช้วิธีการวิเคราะห์วิจัยมากกว่าวิธีการอื่น ๆ

ขั้นตอนที่ 4. การจัดทำโครงการนิเทศ
      การจัดทำโครงการนิเทศ หลังจากที่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันปัญหา ความต้องการและความจำเป็นในการนิเทศ มีจุดมุ่งหมายการนิเทศที่ชัดเจน และได้ทางเลือกในการปฏิบัติงานนิเทศแล้ว ภารกิจที่จะต้องทำในขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนนิเทศคือการจัดทำโครงการนิเทศ

4.1 ความหมายของโครงการ(PROJECT) หมายถึง : กิจกรรมหรือกลุ่มกิจกรรมและการปฏิบัติที่มีลักษณะเฉพาะ แตกต่างไปจากการทำงานปกติ เป็นการปฏิบัติงานเฉพาะ  เป็นการดำเนินการเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะที่ชัดเจนของโครงการนั้นเท่านั้น โครงการจะมีลักษณะเป็นงานที่มีจุดเริ่มต้นและมีจุดสิ้นสุดของการดำเนินงานที่ชัดเจนซึ่งแตกต่างไปจากงานประจำโครงการสามารถสนองนโยบายของหน่วยงานได้

4.2 ความสำคัญของโครงการ
      1) โครงการสามารถใช้เป็นหลักฐานในการปฏิบัติงาน
      2) การดำเนินงานตามโครงการทำให้บรรลุวัตถุประสงค์เร็วขึ้น
      3) ทำให้ประหยัดทรัพยากรเนื่องจากโครงการได้กำหนดกรอบในการใช้งบประมาณ
      4) โครงการเป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานโครงการ

4.3 ลักษณะของโครงการที่ดี
     1) สามารถนำไปปฏิบัติได้ ไม่เพ้อฝัน ไม่เลื่อนลอย
     2) มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน
     3) มีรายละเอียดชัดเจน เช่น กลุ่มเป้าหมาย วิธีการ ระยะเวลา
     4) มีทรัพยากรเพียง เช่น งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ
     5) ตรงกับพันธกิจของหน่วยงาน

4.4 โครงสร้างของโครงการ
     1) ชื่อโครงการ
     2) หลักการและเหตุผล
     3) วัตถุประสงค์
     4) เป้าหมาย
     5) วิธีดำเนินการ
     6) ระยะเวลาดำเนินการ
     7) งบประมาณ/แผนเบิกจ่ายงบประมาณ
     8) การประเมินผล
     9) เครือข่าย
    10) ผลลัพธ์
    11) ตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการ
    12) การติดตามประเมินผล
    13) ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
    14) ผู้รับผิดชอบโครงการ
    15) ความสัมพันธ์กับโครงการอื่น

4.5 การเขียนโครงการ

1)   ชื่อโครงการ ชื่อโครงการจะต้องบ่งบอกว่าทำอะไร อ่านแล้วเข้าใจและมองเห็นภาพของงาน การตั้งชื่อโครงการควรครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้
    1.1) มีความชัดเจน เหมาะสม กระชับ
    1.2) เฉพาะเจาะจงเข้าใจง่าย
    1.3) บ่งบอกถึงสิ่งที่จะทำ

2) หลักการและเหตุผล หลักการและเหตุผล หรือเหตุผลความจำเป็น หรือความสำคัญของปัญหาเป็นการแสดงถึงเหตุผลที่ต้องทำโครงการว่า ทำไมต้องทำ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ใครบ้าง การเขียนหลักการและเหตุผล ควรครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้
     2.1) ระบุเหตุผลและความจำเป็น
     2.2) มีหลักฐานอ้างอิง ไม่กล่าวลอย ๆ
     2.3) มีน้ำหนักที่น่าเชื่อถือ
     2.4) ควรกล่าวถึงภาพรวมก่อนแล้วจึงกล่าวถึงปัญหา

3) วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ เป็นเครื่องชี้ทิศทางการดำเนินงานของโครงการ โดยวัตถุประสงค์จะเป็นข้อความที่บอกให้ทราบว่า โครงการนี้จะทำอะไร ถ้ามีข้อความหลายข้อ ควรเขียนเรียงลำดับความสำคัญ จากที่มีความสำคัญมากไปหาน้อย วัตถุประสงค์มี 2 ลักษณะ
     3.1) วัตถุประสงค์ทั่วไป เป็นการเขียนกำหนดทิศทางอย่างกว้าง ๆ
     3.2) วัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นการเขียนกำหนดทิศทางเฉพาะเจาะจง

4) เป้าหมาย เป็นการกำหนดถึงผลงานตามโครงการ เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วจะได้อะไร การกำหนดเป้าหมายมี 2 ลักษณะ คือ
     4.1) เป้าหมายเชิงปริมาณ เป็นการกำหนดผลงานในด้านปริมาณ ว่าจะได้อะไร เท่าไหร่
     4.2) เป้าหมายเชิงคุณภาพ เป็นการกำหนดคุณภาพของผลงานที่ระบุไว้เชิงคุณภาพว่า ผลงานที่ได้จากโครงการดีอย่างไร มีคุณค่าอย่างไร เกิดประโยชน์อย่างไร

5) วิธีดำเนินการ เป็นขั้นตอนของการเขียนรายละเอียดภารกิจที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ มีวิธีเขียน ดังนี้
     5.1) จำแนกกิจกรรมหลักหลาย ๆ กิจกรรมตามลำดับ ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนกระทั้งเสร็จสิ้นโครงการ ให้ชัดเจน
     5.2) กิจกรรมแต่ละกิจกรรมจะต้องกำหนดระยะเวลา โดยกำหนดเป็นแผนปฏิบัติงาน

 ตัวอย่าง  วิธีการดำเนินงานโครงการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการดำเนินงาน กศน.ตำบล จังหวัดตาก ปีงบประมาณ  2554

 

 

6) ดำเนินการ ระยะเวลาในการดำเนินโครงการเป็นการระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงเวลาเสร็จสิ้นโครงการ

     ตัวอย่างที่ 1
     *เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553
     *สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2554

     ตัวอย่างที่ 2
     *ระหว่างวันที่ 10 เมษายน – 25 สิงหาคม 2554

     ตัวอย่างที่ 3
     *เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 – เมษายน 2555

7) งบประมาณ การระบุรายละเอียดงบประมาณมีหลักในการเขียนดังนี้
     7.1) ในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าหน่วยงานใดให้การสนับสนุนงบประมาณให้ระบุแหล่งที่มาของงบประมาณและจำนวนเงินที่ได้รับ
     7.2) ระบุรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจนโดยอาจเขียนรายละเอียดแนบท้ายโครงการ

8) ผู้รับผิดชอบโครงการมีเพียงคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ในกรณีที่เป็นโครงการที่มีหลายฝ่ายดำเนินการร่วมกัน

9) เครือข่าย หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล ชุมชน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งแหล่งวิทยาการในชุมชน ที่มีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานในการดำเนินโครงการในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านวิทยากร อาคารสถานที่ งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการ

10) ความสัมพันธ์กับโครงการอื่น ในการเขียนโครงการควรระบุสาระรายละเอียดที่สัมพันธ์กับโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ ดังนี้
     10.1) เป็นการตรวจสอบว่ามีความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นมากน้อยเพียงใด
     10.2) ทำให้ทราบว่าผลที่ได้รับจากโครงการจะนำไปใช้ในประกอบการดำเนินงานของโครงการอื่นได้มากน้อยเพียงใด
     10.3) ทำให้ทราบว่าความสัมพันธ์ระหว่างโครงการเป็นผลดีต่อการประสานงานแผนการปฏิบัติงานมากน้อยเพียงใด

11) ผลลัพธ์ (0utc0mes) ผลลัพธ์ หมายถึง ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการหรือผลประโยชน์จากผลผลิต (Outputs) ที่มีต่อบุคคล ชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

12) ดัชนีวัดผลสำเร็จของโครงการ
     12.1) ผลผลิต หมายถึง ตัวชี้วัดที่แสดงผลงานที่เป็นรูปธรรมในเชิงปริมาณและคุณภาพอันเกิดจากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
     12.2) ตัวชี้วัดผลลัพธ์ หมายถึง ตัวชี้วัดที่แสดงถึงผลประโยชน์จากผลผลิตที่มีต่อบุคคล ชุมชน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

13) การติดตามประเมินผล
     13.1) ระบุการติดตามผลและการประเมินผลให้ชัดเจน
     13.2) ควรทำแผนควบคุมการประเมินโครงการ
     13.3) เน้นการประเมินภายในโครงการ

14) ผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมาในกรณีที่เป็นโครงการต่อเนื่อง

4.6 การวิเคราะห์โครงการ

    การวิเคราะห์โครงการ หมายถึง การศึกษารายละเอียดของโครงการเพื่อการปรับปรุงเอกสารโครงการให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด และให้ได้โครงการที่ดี เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน การวิเคราะห์โครงการเป็นวิธีการหนึ่งที่มีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินโครงการ ซึ่งมีแนวทางในการวิเคราะห์ดังนี้
     1) โครงการที่เขียนมีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนสมบูรณ์
     2) องค์ประกอบมีความถูกต้อง และชัดเจนตามหลักการเขียนโครงการ
     3) องค์ประกอบต่าง ๆ มีความสอดคล้องและสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
     4) โครงการมีความเป็นไปได้ในทางเทคนิควิชาการ มีความพร้อมในด้านวัสดุอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกความพร้อมในด้านงบประมาณ ตลอดจนความพร้อมในด้านบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน วิเคราะห์โครงการ

**************************************

แนวคิดเกี่ยวกับการนิเทศ กศน. แบบมีส่วนร่วม

 อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
8  มกราคม  2553

 

การนิเทศการศึกษา

           การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาครูเพื่อให้ครูปรับปรุงและพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุจุดมุ่งหมายที่วางไว้ การนิเทศการศึกษา จึงเป็นกระบวนการในการแนะนำช่วยเหลือครู ให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศนั้นอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย คือ หลักของการยอมรับนับถือในความเท่าเทียมกันในความมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์รู้จักเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น มีความเมตตากรุณา อดทน อดกลั้น และมีความซื่อสัตย์ หลักของการใช้ปัญญาในการตัดสินหรือแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิถีของการปฏิบัติ    หลักการมีส่วนร่วม  หลักการแบ่งปัน เป็นการแบ่งปันประโยชน์สำหรับทุกคนและหลักของการประสาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันและมีความเข้าใจในงานที่เป็นหน้าที่ของตน และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น 
      การนิเทศการศึกษามีจุดมุ่งหมายสำคัญ  4  ประการ คือ (สงัด  อุทรานันท์ : 2530)   เพื่อพัฒนาคน เพื่อพัฒนางาน สร้างประสานสัมพันธ์ และสร้างขวัญกำลังใจ
            การนิเทศเพื่อพัฒนาคน หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการทำงานร่วมกับครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากรได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น
            การนิเทศเพื่อพัฒนางาน หมายถึง การนิเทศการศึกษา มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียน ซึ่งเป็นผลผลิตจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเหตุนี้การนิเทศที่จัดขึ้นจึงมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ดีขึ้น
            การนิเทศเพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์ หมายถึง การนิเทศการศึกษาเป็นการสร้างการประสานสัมพันธ์ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
            การนิเทศเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ หมายถึง การจัดกิจกรรมการนิเทศที่มุ่งให้กำลังใจแก่ผู้รับการนิเทศ ซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนิเทศ เนื่องจากขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้รับการนิเทศมีความตั้งใจทำงาน

      ประเภทของการนิเทศ แบ่งออกเป็น  4  ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการนิเทศ ดังนี้ 

  1.  การนิเทศเพื่อการแก้ไข (Correction)  เป็นการนิเทศที่เกิดจากการพบข้อผิดพลาดและบกพร่อง และต้องการหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
  2. การนิเทศเพื่อป้องกัน (Presentive) เป็นการนิเทศที่พยายามหาวิธีการต่างๆ มาดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น
  3. การนิเทศเพื่อก่อ (Construction) เป็นการนิเทศที่เกิดจากความพยายามที่จะนำเทคนิควิธีการต่างๆ มาใช้ในการนิเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
  4. การนิเทศเพื่อการสร้างสรรค์ (Creation) เป็นการนิเทศที่พยายามคิดสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่ ให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาหรือวงการศึกษา

            

แนวคิดเกี่ยวกับการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กศน.

       การนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้นำแนวคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตย จุดมุ่งหมายของการนิเทศและหลักการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาเป็นแนวทางในการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดังนี้
        การนิเทศ กศน. หมายถึง กระบวนการทำงานร่วมกันของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนประชาชน ผู้นำหมู่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพบุคลากรในหน่วยงานสถานศึกษาให้มีขวัญและกำลังใจ รู้จักใช้และวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันทันต่อเหตุการณ์และสถานการณ์ เพื่อนำมาใช้ในการคิด การแก้ปัญหา และพัฒนางานด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้มีประสิทธิภาพ ตรงตามนโยบาย จุดหมาย แผนงาน หลักการที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ โดยผ่านกระบวนการสื่อสารทั้งสองทาง บนรากฐานของมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีแผนงานและความต่อเนื่องและด้วยเจตคติของการพึ่งพาตนเอง 
        การนิเทศ กศน. หมายถึง กระบวนการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย เพื่อให้สามารถจัด กศน. ได้อย่างมีคุณภาพ

1.  แนวคิดเกี่ยวการนิเทศงาน กศน. ตั้งอยู่บนพื้นฐานแนวคิดต่อไปนี้ 

          1)  การนิเทศจะต้องอยู่บนพื้นฐาน ปรัชญา และหลักการของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการจัด กศน. ของสำนักงาน กศน. และสถานศึกษา
          2)  การนิเทศ กศน. ควรเป็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ เช่น แผนงานโครงการกิจกรรมและเทคนิคต่างๆ ในการนิเทศ ควรตั้งอยู่บนเจตคติและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผลของการนิเทศจะต้องถูกต้องสมบูรณ์เชื่อถือได้ สามารถสะท้อนคุณภาพการจัด กศน. ของสถานศึกษาได้ตรงตามสภาพจริง
          3) การนิเทศ กศน. เป็นกระบวนการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่าย ที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อให้เขาได้พัฒนาศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่เคารพศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นมนุษย์ อดทนต่อความแตกตาง คามหลากหลายให้ความเท่าเทียมกันเสมอภาคกัน ความเป็นอิสระ สร้างบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม
           4) การนิเทศ กศน. ควรเป็นวิชาชีพ การนิเทศจะต้องมีการประเมินผลการนิเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านปัจจัยการนิเทศ กระบวนการนิเทศ และผลที่เกิดจากการนิเทศ และนำผลการประเมินมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการดำเนินงานนิเทศ เพื่อพัฒนาการนิเทศการศึกษาให้มีคุณภาพ

2. ความสำคัญของการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 

           การนิเทศเป็นงานสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารเพราะการนิเทศเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร องค์ประกอบของการบริหารย่อมขึ้นอยู่กับคน เงิน วัสดุ และการจัดการ การที่จะบริหารคนให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้บริหารจะต้องมีเทคนิคที่เหมาะสม เทคนิคในการบริหารอย่างหนึ่ง คือ การนิเทศเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ สามารถใช้เงิน วัสดุได้อย่างคุ้มค่า มีหลักการจัดการที่ดี ดังนั้น การที่จะควบคุมการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่กำหนดไว้ ผู้บริหารต้องใช้เทคนิคการบริหารงานและการนิเทศควบคู่กัน การนิเทศการศึกษาเป็นความพยายามในการแนะนำ กระตุ้นให้กำลังใจช่วยเหลือของผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ หรือปรับปรุงกระบวนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการสูญเปล่าทางการศึกษาน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีการจัดกิจกรรมการศึกษาที่หลากหลายให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายประเภทต่างๆ และไม่ได้สังกัด สำนักงาน กศน. ทำให้เห็นความจำเป็นของการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษาทุกประเภทเข้าใจนโยบายปรัชญาการจัด กศน. ที่สามารถสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่การจัดกิจกรรม กศน.

3.  จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

          1) เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาบริหารหลักสูตรจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการศึกษาพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีและการนิเทศภายในอย่างมีคุณภาพ
          2) ส่งเสริมให้สถานศึกษามีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐาน กศน.
          3) เพื่อให้คำปรึกษา เสนอแนะและเป็นที่พึ่งในการพัฒนาวิชาการของสถานศึกษาและสำนักงาน กศน. จังหวัด
          4) เพื่อประสาน สนับสนุนและเผยแพร่งานทางด้านวิชาการแก่สถานศึกษาและสำนักงาน กศน. จังหวัด 

 

การนิเทศแบบมีส่วนร่วม

          งาน กศน. มีขอบข่ายกว้างขวางทั้งด้านกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม กศน. ผู้จัดกิจกรรม กศน.  มีทั้ง หน่วยงาน สถานศึกษาและเครือข่าย ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและส่งเสริมการจัดกิจกรรม กศน. ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย จากความหลากหลายดังกล่าว สืบเนื่องจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี การเมือง การปกครอง และปัญหาต่างๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น การจัด กศน. จำเป็นจะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียนและชุมชน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนและผู้รับบริการให้มีศักยภาพและมีความพร้อม สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างสงบสุข
         การนิเทศ กศน. มีจุดมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาคน พัฒนางาน สร้างประสานสัมพันธ์และสร้างขวัญกำลังใจให้กับครู และผู้ปฏิบัติงาน กศน. การนิเทศมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ  เพื่อพัฒนาครูและผู้ปฏิบัติงานให้สามารถจัดกิจกรรม กศน. และส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและผู้รับบริการอย่างมีคุณภาพ การนิเทศ กศน. ยึดหลักการประชาธิปไตยในการนิเทศ คือการเคารพซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศมีบรรยากาศแห่งความเป็นกัลยาณมิตร คือผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ มีความรับผิดชอบในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน เริ่มตั้งแต่ร่วมวางแผนการนิเทศ ร่วมดำเนินการนิเทศ ร่วมประเมินผลการนิเทศและทำผลจากการนิเทศมาร่วมกันปรับปรุง และพัฒนาการจัด กศน. ให้มีคุณภาพ
        การนิเทศงาน กศน. จะสำเร็จได้มีผลดีเพียงใดนั้น มีองค์ประกอบหลายประการ เช่น ผู้รับการนิเทศ ผู้นิเทศ รูปแบบการนิเทศ เทคนิคการนิเทศและวิธีการนิเทศในรูปแบบต่าง ๆ   ที่นำมาใช้อย่างเหมาะสมกับเนื้อหาสาระและผู้รับการนิเทศ
        การนิเทศแบบมีส่วนร่วม เป็นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการนิเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา การนิเทศแบบมีส่วนร่วมเป็นการทำงานอยู่บนพื้นฐานแนวคิดเกี่ยวกับหลักการนิเทศ กศน. หลักการเรียนรู้ร่วมกัน หลักการทำงานเป็นทีม หลักการทำงานอย่างเป็นระบบ และหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน

1.  องค์ประกอบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม 

         องค์ประกอบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม ประกอบการ

         1.1  ผู้นิเทศ ได้แก่บุคลากรของหน่วยศึกษานิเทศก์ คือศึกษานิเทศก์และบุคลากรของ กศน. จังหวัด / กทม. ได้แก่ ผอ. รองผอ. ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่นิเทศ
         1.2  ผู้รับการนิเทศ ได้แก่ พนักงานราชการ ครูอาสาสมัคร กศน.  ครู ศรช. เจ้าหน้าที่ห้องสมุด บรรณารักษ์ วิทยากรวิชาชีพของ กศน. อำเภอ และภาคีเครือข่าย
         1.3  เนื้อหาสาระที่นิเทศ มีดังนี้

       1) การศึกษานอกระบบ
                     - การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช  2551
                     - การศึกษาต่อเนื่อง ได้แก่ การศึกษาอาชีพการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน
       2)  การศึกษาตามอัธยาศัย ได้แก่ การจัดห้องสมุดประชาชน การจัดแหล่งเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย
       3)  การประกันคุณภาพการศึกษา
       4)  การนิเทศตามนโยบายและจุดเน้นของสำนักงาน กศน.

          1.4  รูปแบบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม

               มีกระบวนการ  6 ขั้นตอน ดังนี้
                     ขั้นที่ 1  การเตรียมการนิเทศ
                     ขั้นที่ 2  รูปแบบและแนวทางการนิเทศ
                     ขั้นที่ 3  กำหนดเครื่องมือนิเทศ
                     ขั้นที่ 4  ดำเนินการนิเทศ
                     ขั้นที่ 5  การประชุม
                     ขั้นที่ 6  การประเมินผล

2. รูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วม 

           การนิเทศงาน กศน. จะต้องอาศัยรูปแบบการนิเทศที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ผู้ปฏิบัติงานและกิจกรรม กศน. จึงจะสามารถพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และพัฒนาครู บุคลากร และเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนิเทศและต้องให้รับความร่วมมือของครู และผู้ปฏิบัติงานทุกคนในสถานศึกษา จึงจะทำให้การนิเทศมีประสิทธิภาพ การนิเทศดังกล่าวจึงเป็นลักษณะของการนิเทศแบบมีส่วนร่วม

            รูปแบบของการนิเทศแบบมีส่วนร่วมมี 6 ขั้นตอน ดังนี้  
                     ขั้นที่ 1  การเตรียมการนิเทศ
                     ขั้นที่ 2  รูปแบบและแนวทางการนิเทศ
                     ขั้นที่ 3  เครื่องมือประกอบการนิเทศ
                     ขั้นที่ 4  ดำเนินการนิเทศ
                     ขั้นที่ 5  การประชุม
                     ขั้นที่ 6  การประเมินผล

ขั้นที่ 1    การเตรียมการนิเทศ

         ก่อนที่จะดำเนินการนิเทศต้องชี้แจงนโยบาย แผนงาน โครงการที่จะต้องปฏิบัติ  มอบหมายงานในหน้าที่ ภารกิจที่จะต้องดำเนินการ ศึกษาสภาพความพร้อม บรรยากาศ ข้อมูลและอื่น ๆ โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้

  1. จัดตั้งคณะทำงาน จัดทำนโยบาย แผนงานและโครงการ ทำในรูปของแผนปฏิบัติการประจำปี
  2. ชี้แจงให้บุคลากรทราบถึงนโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ วิธีการดำเนินการการติดตามและประเมินผล ทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ที่นิเทศและผู้รับการนิเทศ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจเป็นไปในแนวเดียวกัน
  3. ผู้รับการนิเทศและผู้นิเทศเตรียมข้อมูล ปัญหาของตนเพื่อร่วมกันวางแผนงานมอบหมายงานพิจารณาผู้รับผิดชอบงานในหน้าที่ โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติเพื่อแสดงถึงการบริหารงานแบบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นแสดงเหตุผลหรือความจำเป็น
  4. นำผลการประชุมเป็นบรรทัดฐานใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง ชัดเจนในการปฏิบัติภารกิจ
  5. การจัดการเกี่ยวกับทรัพยากร โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่มีอยู่แล้วค่อยๆ ดำเนินการทีละขั้น เปลี่ยนแปลงและปรับปรุงทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป
  6. ตั้งวัตถุประสงค์ในการนิเทศให้ชัดเจน เพื่อบรรลุจุดหมายร่วมกัน
  7. ส่งเสริมความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ เพื่อให้ทุกคนได้แสดงออกตามความถนัดและตามความสามารถ อันจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
  8. รักษามารยาทในการนิเทศ พูดจาไพเราะ มีมนุษย์สัมพันธ์

 

ขั้นที่ 2    รูปแบบและแนวทางในการนิเทศ

       เมื่อมีโครงการที่จะดำเนินการนิเทศ ในขั้นที่ 1 แล้ว ผู้นิเทศจะต้องดำเนินการนิเทศเพื่อที่จะได้เกิดการพัฒนา  4  ประการ คือ

  1. เพื่อการพัฒนาคน
  2. เพื่อพัฒนางาน
  3. เพื่อสร้างการประสานสัมพันธ์
  4. เพื่อขวัญและกำลังใจ (สงัด   อุทรานันท์, 2533, 15 – 17)

      การนิเทศการศึกษาที่ดี จะต้องมีจุดหมายทั้ง  4  ประการดังกล่าว ดังนั้นผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศจึงต้องมีภารกิจร่วมกัน เพื่อให้การนิเทศเกิดประโยชน์สูงสุด และผู้รับการนิเทศเกิดความพึงพอใจในการนิเทศ ดำเนินการ ดังนี้

  1. ซักซ้อมทำความเข้าใจกันระหว่างผู้มีหน้าที่นิเทศและผู้รับการนิเทศ
  2. ปฏิบัติการเลือกเครื่องมือการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศทั่วไปและกิจกรรมการนิเทศ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจเป็นไปในแนวเดียวกันก่อนที่จะดำเนินการนิเทศ
  3. ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศเลือกกำหนด วัน เวลา ในการนิเทศร่วมกัน ทำปฏิทินในการนิเทศให้เป็นระบบอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน
  4. การบันทึกข้อมูลทั่วไป ผู้นิเทศมอบแบบบันทึกให้ผู้รับการนิเทศ เป็นผู้บันทึกและเก็บบันทึกนี้ไว้ หากมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงให้บันทึกเพิ่มเติมแนบท้ายทุกครั้ง และทำบันทึกให้เป็นปัจจุบันพร้อมที่ผู้นิเทศจะนำไปประกอบเป็นข้อมูลในการพิจารณาหาทางช่วยเหลือตามแต่กรณี
  5. บันทึกข้อมูลเบื้องต้นของผู้รับการนิเทศ ผู้รับการนิเทศเป็นผู้บันทึกรายการของเครื่องมือและเก็บไว้ในแฟ้มปฏิบัติงานของตนเอง เมื่อผู้นิเทศปฏิบัติการนิเทศจะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นรับฟังความคิดเห็นและปัญหาต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้บันทึกไว้ทุกครั้ง
  6. รวบรวมข้อมูล เช่นข้อมูลทั่วไป ข้อมูลเบื้องต้น ของผู้รับการนิเทศ ผู้รับการนิเทศจะต้องรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลการนิเทศ

ขั้นที่ 3   เครื่องมือประกอบการนิเทศ

       เครื่องมือที่ผู้รับการนิเทศและผู้นิเทศมีส่วนร่วมในการเลือกใช้เพื่อการนิเทศในขั้นที่ 2 เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการส่งเสริมแผยแพร่ความรู้ ผู้นิเทศต้องมีเอกสาร ตำราอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้รับการนิเทศได้ศึกษาทำความเข้าใจในรูปแบบการนิเทศแบบต่างๆ หรืออาจจะเชิญผู้มีความชำนาญในการนิเทศมาให้ความรู้เป็นเรื่องๆ ไป โดยดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้ความรู้ แนวทางแก่ผู้รับการนิเทศ ตามรูปแบบการนิเทศทั่วไปและกิจกรรมการนิเทศ เช่น จัดการประชุมทางวิชาการ เป็นการกระตุ้นให้ผู้รับการนิเทศทราบถึงความสำคัญของการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมให้แก่ตนเองและหมู่คณะ
  2. มอบหมายงานให้ผู้รับการนิเทศ ได้ศึกษาเอกสารทางวิชาการแล้วสรุปเนื้อหาของเอกสารและรายงานผู้นิเทศ
  3. รายงานเอกสารทางวิชาการทุกฉบับเมื่อผ่านผู้นิเทศแล้ว ผู้รับการนิเทศนำไปเผยแพร่ให้แก่เพื่อนร่วมงานทั้งในและนอกสถานศึกษาได้ตามความเหมาะสม และเก็บไว้ในแฟ้มงานของตนเอง เพื่อจะได้นำไปประเมินเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจอีกครั้ง
  4. เมื่อมีการปฏิบัติการเผยแพร่วิทยาการและมีผลงานดีเด่น ผู้รับการนิเทศต้องลงบันทึกผลงานของตนเอง เสนอผู้นิเทศทราบเพื่อให้คำเสนอแนะเพิ่มเติมและเก็บไว้ในแฟ้ม เพื่อการประเมินเมื่อเสร็จภารกิจ

ขั้นที่ 4    ดำเนินการนิเทศ

       จากการศึกษาเอกสารการนิเทศตามขั้นที่ 3 แล้ว ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศร่วมมือกันทั้ง  2 ฝ่าย ทั้งนี้เพื่อให้ทราบปัญหาเกี่ยวกับหลักสูตรแผนการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดทำ การจัดหา การใช้และการเก็บรักษาสื่อ เพื่อการเรียนรู้ การวัดผลและการประเมินผล โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศด้วย โดยดำเนินการ ดังนี้

  1. ร่วมกันกำหนดนัดหมายวัน เวลา ที่จะนิเทศ เป็นการล่วงหน้า และผู้รับการนิเทศต้องส่งแผนการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้นิเทศได้ศึกษารายละเอียดก่อนการนิเทศ อย่างน้อย  1 วัน
  2. ดำเนินการนิเทศตามขั้นตอน ที่ผู้รับการนิเทศได้เลือกรูปแบบการนิเทศ หรือได้เลือกกิจกรรมการนิเทศไว้
  3. แบบบันทึกที่ให้ผู้รับการนิเทศจัดทำข้อมูลในขั้นที่ 2 ผู้นิเทศใช้เวลาว่างตรวจสอบความจริง ความถูกต้อง ทุกรายการหากพบว่ารายการใดไม่ถูกต้องขาดความสมบูรณ์ หรือปริมาณการปฏิบัติงานน้อยเกินไป หรือมากเกินไป ผู้นิเทศต้องเสนอแนะปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมตามแต่กรณี โดยมุ่งหวังว่าให้เกิดผลทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ ผู้นิเทศบันทึกเพิ่มเติมลงท้ายแบบบันทึกหลังการพบกลุ่ม เพื่อให้ผู้รับการนิเทศหาวิธีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
  4. ผู้รับการนิเทศ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงงานให้ดีขึ้นตามผู้นิเทศบันทึกไว้ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เก็บรวบรวมไว้เป็นข้อมูล เพื่อเสนอผู้นิเทศให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมทุกครั้ง
  5. ภารกิจทั้งหมดเก็บไว้ในแฟ้มงาน เพื่อการประเมินผลในครั้งสุดท้ายเมื่อสิ้นปีการศึกษา

ขั้นที่ 5    การประชุม

      เมื่อนิเทศตามขั้นตอนที่ 4 แล้ว นำจุดเด่น – จุดด้อย มาวิเคราะห์ร่วมกันเป็นการส่งเสริมให้ครูมีความรู้ มีการแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยดำเนินการดังนี้

  1. ดำเนินการประชุม กำหนดให้ดำเนินภารกิจต่อจากการพบกลุ่มครั้งสุดท้าย เป็นการนำเอาปัญหาต่างๆ ที่พบขั้นที่ 4 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มาวิเคราะห์ปัญหา เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย
  2. บันทึกการจัดกิจกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนองความต้องการของผู้รับการนิเทศ เช่น ผู้รับการนิเทศต้องการเข้ารับการศึกษาอบรม เมื่อมีการจัดอบรมที่ใดก็ใช้ข้อมูลนี้ส่งให้กับครูที่สมัครใจเข้ารับการอบรม
  3. ทำการสำรวจการบันทึกกิจกรรมเกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบบันทึกการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมเสริมวินัย กิจกรรมส่งเสริมจริยธรรม การเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ ฯลฯ ผู้รับการนิเทศต้องตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้ง และนำเสนอผู้นิเทศทุกสิ้นเดือนเพื่อรับทราบข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
  4. แบบบันทึกต่างๆ เก็บไว้ในแฟ้ม รวบรวมส่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ วันสุดท้ายของปีการศึกษาหรือปีงบประมาณ

ขั้นที่ 6    การประเมินผล

6.1 การประเมินผลการนิเทศการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
         การประเมินผลทางการเรียน การควบคุมดูแล สังเกตพฤติกรรม ตลอดจนการให้คำปรึกษาต่างๆ เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยดำเนินการดังนี้

  1. การประเมินผล คือ การประเมินผลตามกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ครูประเมินผลผู้เรียนเมื่อปลายภาคเรียนและปลายปีการศึกษา เป็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ใช้ข้อมูลสำหรับวิเคราะห์และดำเนินการในกระบวนการนิเทศผู้รับการนิเทศจะกรอกข้อมูลลงเก็บในแฟ้มงานภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยคัดลอกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในสมุด กศน.5 แล้วนำเสนอผู้นิเทศได้ทราบและลงความเห็นเพิ่มเติมทุกภาคเรียน
  2. การทดสอบสมรรถภาพทางการเรียนของนักศึกษาทุกระดับชั้นแต่ละวิชา ผู้นิเทศต้องดำเนินการสุ่มทดสอบนักศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยใช้วิธีการประเมินผลหลากหลายรูปแบบตามหลักสูตรของระดับนั้นๆ และผู้รับการนิเทศได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว ผลการประเมินแจ้งให้ผู้รับการนิเทศทราบเพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลนำไปพัฒนา ปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป
  3. การควบคุมดูแล สังเกตพฤติกรรม การให้คำปรึกษาหารือ ทั้งด้านการศึกษา ปัญหาส่วนตัว ปัญหาสุขภาพ ตลอดจนความประพฤติของนักศึกษา เป็นการดำเนินการของผู้รับการนิเทศที่มุ่งประสงค์ให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร ผู้ดำเนินการบันทึกและลงความเห็นเพิ่มเติมทุกครั้ง
  4. การดำเนินการทุกขั้นตอนในภารกิจนี้ ผู้รับการนิเทศรวบรวมผลการปฏิบัติงานไว้ในแฟ้มงานของตนเอง เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาเมื่อสิ้นสุดภารกิจ ในวันสิ้นภาคเรียนต่อไป

6.2 การประเมินการนิเทศการจัดการศึกษาต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการประเมินในเรื่องต่อไปนี้

                        1.  คุณภาพของหลักสูตร/กิจกรรม
                        2. ประสิทธิผลของการจัดการศึกษา
                        3. ความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ
                        4. คุณภาพของการจัดการศึกษา

          การที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ มีส่วนร่วมในการดำเนินการตามขั้นตอนทุกขั้น ตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 6 โดยเฉพาะการเลือกรูปแบบและแนวทางในการนิเทศ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะพัฒนาไปสู่การนิเทศเพื่อไม่นิเทศ เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน มีความรู้ ความสามารถที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างถาวร แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นิเทศจะได้รับการต้อนรับอย่างดี ผู้รับการนิเทศจะเกิดการพึงพอใจในการนิเทศ กิจกรรมที่จัดจะเกิดความสอดคล้องทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ราบรื่น นับว่าเป็นการนิเทศที่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง

3. การดำเนินการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วม 

          การดำเนินการนิเทศตามรูปแบบการนิเทศการมีส่วนร่วม ต้องอาศัยเทคนิควิธีการนิเทศที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ที่ส่งผลให้การนิเทศประสบความสำเร็จต้องมีความต้องการของแต่ละบุคคลที่มุ่งหวังจะพัฒนาด้านการนิเทศและผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมรวมทั้งการพัฒนาที่จะให้การนิเทศเกิดขึ้นได้คือ ผู้บริหารหรือผู้นิเทศ นอกจากนี้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาการจัด กศน. และพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาจะส่งผลให้เกิดการนิเทศการศึกษาและมีการพัฒนา การดำเนินการตามรูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วมเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำเสนอกำหนดภารกิจที่สอดคล้องและประสานสัมพันธ์กันในทางปฏิบัติ โดยจัดทำปฏิทินการนิเทศ ดังนี้

1. กำหนดภารกิจที่จะทำการนิเทศ
2. กำหนดเวลาที่ทำการนิเทศ (วัน เดือน ปี)
3. กำหนดเวลาที่ทำการนิเทศ (เวลา)
4. กำหนดชื่อผู้นิเทศ
5. กำหนดชื่อผู้รับการนิเทศ

 

4.  ตัวชี้วัดการนิเทศแบบมีส่วนร่วม

          1.  คุณภาพของการจัดการศึกษา
          2.  การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการนิเทศ
          3.  การมีส่วนร่วมของผู้รับการนิเทศ
          4.  ความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศ

อ้างอิงบทความนี้
อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล
http://panchalee.wordpress.com/2010/01/15/participatory_supervision

******************