การพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป วิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

book_icon3บทคัดย่อ

 รายงานผลการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ผู้วิจัย อรวรีย์  ฟองจันทร์
ปีที่ศึกษา 2550

รายงานผลการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์  งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนระหว่างก่อนและหลังใช้บทเรียนสำเร็จรูปวิชา การประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียนเกี่ยวกับความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด  และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ  ในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 46 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ บทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จำนวน 5 หน่วยการเรียน  แบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนของบทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 5 ฉบับ เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย  ชนิด 4 ตัวเลือก ฉบับละ 10 ข้อ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  และแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนเกี่ยวกับความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

             ผลการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สรุปได้ดังนี้
              1. ประสิทธิภาพบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีประสิทธิภาพ 93.30/88.80  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
               2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 13.91 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 17.76  จึงสรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และผลการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
             3. ความเหมาะสมของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  มีความเหมาะสมโดยรวมมีความเหมาะสมระดับมาก ( x= 4.44)  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงอันดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย  ได้แก่  ด้านการนำ ไปใช้ (x = 4.49)  ด้านผลการเรียนจากบทเรียนสำเร็จรูป  (x = 4.45)  ด้านเนื้อหา (x = 4.44)  และด้านลักษณะรูปเล่ม (x = 4.38)  ตามลำดับ
                      3.1  ด้านการนำไปใช้ของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก  ( x= 4.49) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลำดับความเหมาะสมระดับมากที่สุด 4 ข้อ คือ ความสามารถนำไปใช้ศึกษาด้วยตนเอง  (x = 4.61)  สามารถเขียนข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์งาน กศน. ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ (x = 4.57)  เป็นข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติมความรู้ (x = 4.52)  และใช้เป็นประโยชน์ในการทบทวนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์งาน กศน. ( x= 4.52)  ตามลำดับและมีความเหมาะสมระดับมาก 2 ข้อ คือ สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนตามความคิดเห็นกับนักศึกษา ผู้บริหาร กศน. ครู กศน. เครือข่าย กศน. และประชาชนทั่วไป (x  = 4.37) และสามารถนำไปค้นคว้าอ้างอิงได้ (x = 4.35)  ตามลำดับ
                     3.2 ด้านผลที่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก(x = 4.45)  และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด 2 ข้อ คือเป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับสำนักงาน กศน.จังหวัด และศูนย์ กศน.อำเภอ (x = 4.57) นักศึกษา กศน.  ผู้บริหาร กศน.  ครู กศน.  เครือข่าย กศน. และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กศน.ได้สะดวกรวดเร็ว (x = 4.50) ตามลำดับ และมีความเหมาะสมในระดับมาก 2 ข้อ คือ มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษา  ผู้บริหาร  ครู กศน.  เครือข่าย และประชาชนทั่วไป (x = 4.37) สามารถแก้ไขภาพพจน์ หรือทัศนคติที่เป็นทางลบของประชาชนที่มีต่อสำนักงาน กศน. จังหวัด และศูนย์ กศน. อำเภอ (x = 4.37)  ตามลำดับ
                     3.3 ด้านเนื้อหาสาระของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x = 4.44)และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลำดับความเหมาะสมระดับมากที่สุด 4 ข้อ คือ ความชัดเจนของโครงสร้างบทเรียนสำเร็จรูป (x = 4.50)  ความเหมาะสมของการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นระบบ  ( x= 4.50)  ความเหมาะสมของปริมาณเนื้อหา (x = 4.50)  และความครบถ้วนของเนื้อหา ( x= 4.50)  ตามลำดับ สำหรับความเหมาะสมในระดับมากมี 3 ข้อ คือ ความชัดเจนของคำแนะนำในการใช้บทเรียนสำเร็จรูป (x = 4.41)  ความเหมาะสมของการเรียงลำดับ กรอบและขั้นตอนของเนื้อหา ( x= 4.35)  ความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหา  ( x= 4.35)  ตามลำดับ
                    3.4 ด้านลักษณะรูปเล่มของบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( x= 4.38)  และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลำดับความเหมาะสมระดับมากที่สุด 3 ข้อ คือ ความชัดเจนของภาษาที่ใช้ ( x= 4.54)    ความเหมาะสมของการจัดลำดับกรอบเนื้อหา (x = 4.54) และความเหมาะสมของขนาดตัวอักษร (x = 4.52)  ตามลำดับ สำหรับความเหมาะสมในระดับมากมี 4 ข้อคือ ความเหมาะสมของขนาดรูปเล่ม ( x = 4.41)  ความเหมาะสมของภาพประกอบ (x = 4.30)ความถูกต้องของการพิมพ์ (x = 4.20) และความเหมาะสมของการออกแบบปก (x = 4.15)   ตามลำดับ 

              4. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเรียงตามลำดับ ได้แก่  อันดับ ที่หนึ่งเป็นคู่มือที่สามารถศึกษาได้ด้วยตนเองทำให้เกิดการพัฒนาเรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 93.48  อันดับที่สอง มีประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นอย่างมากสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาและนำไปพัฒนาปรับปรุงงานประชาสัมพันธ์ที่ตนเองรับผิดชอบได้ คิดเป็นร้อยละ 91.30  อันดับ ที่สาม สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติได้จริงตามขั้นตอนในบทเรียนสำเร็จรูป คิดเป็นร้อยละ 86.96 และอันดับรองลงมาได้แก่  ทำให้ทราบหลักการและความสำคัญของการประชาสัมพันธ์และวิธีการขั้นตอนในการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น คิดเป็นร้อยละ 84.78  บทเรียนสำเร็จรูปอ่านเข้าใจง่ายสามารถปฏิบัติได้ทันที คิดเป็นร้อยละ 80.43 ทำให้มีทักษะความรู้ในการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์หน่วยงานมากยิ่งขึ้น คิดเป็นร้อยละ 76.09  จัดทำรูปเล่ม ดูสวยงามกะทัดรัดชัดเจนดี  คิดเป็นร้อยละ 76.09 และทำให้งานประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 73.91 ตามลำดับ  และในด้านข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบทเรียนสำเร็จรูปวิชาการประชาสัมพันธ์งานการศึกษานอกโรงเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยพิจารณาเรียงตามลำดับได้แก่  อันดับหนึ่ง อยากให้หน่วยงาน กศน. นำความรู้ในด้านต่าง ๆ มาจัดทำเป็นบทเรียนสำเร็จรูปเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีคู่มือในการปฏิบัติงาน และสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เพราะจากการเข้ารับการอบรมอื่น ๆ เอกสารไม่ได้ทำเป็นรูปเล่ม ทำให้การจัดเก็บไม่สะดวกและเนื้อหาไม่สามารถจดจำได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีคู่มือในการทำงานด้วย  คิดเป็นร้อยละ 95.65  อันดับที่สองได้แก่  อยากให้มีการเรียนรู้ด้วยตนเองในรูปแบบบทเรียนสำเร็จรูปที่หลากหลาย  เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในหน่วยงาน กศน.  คิดเป็นร้อยละ 93.48  และอันดับสุดท้าย ควรมีการเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพที่ดีในการใช้ประกอบข่าวประชาสัมพันธ์  คิดเป็นร้อยละ 76.09

หมายเหตุ x = mean

********************************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s