การประเมินโครงการคุณธรรมนำความรู้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดอุทัยธานี

book_icon3บทคัดย่อ
 ชื่อ  รายงานการประเมินโครงการคุณธรรมนำความรู้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน  จังหวัดอุทัยธานี
ผู้ประเมิน  นายปรีชา  พิทักษ์วงศ์
ปีที่ศึกษา 2551
อาจารย์ที่ปรึกษา  อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล 

          การประเมินโครงการครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการคุณธรรมนำความรู้ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุทัยธานี โดยใช้รูปแบบการประเมิน CIPP Model ในด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการ ด้านผลผลิต และเพื่อศึกษาปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินโครงการ ประชากรที่ประเมินครั้งนี้จำนวน 229 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุทัยธานี 1 คน ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ 8 คน ครู 60 คน และนักศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 160 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบสอบถามที่ผู้รายงานสร้างขึ้น จำนวน 5 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows นำข้อมูลจากการวิเคราะห์ที่ได้มาแปลความหมายโดยเทียบเกณฑ์แล้วนำเสนอข้อมูลในรูปตาราง ผลการประเมินสรุปได้ดังนี้

  1. ด้านบริบท พบว่า ผู้ดำเนินโครงการคือ ครู และผู้บริหารว่าโครงการมีความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัญหาด้านคุณธรรมของนักศึกษา และสอดคล้องต่อการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และนโยบายของรัฐบาล หน่วยงาน และชุมชนอยู่ในระดับมาก
  2. ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น พบว่า ผู้ดำเนินโครงการคือผู้บริหาร และครูมีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ ได้แก่ บุคลากร งบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ สื่อ และความพร้อมด้าน   อื่น ๆ ความพร้อมของโครงการอยู่ในระดับมาก
  3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ พบว่า ผู้ดำเนินโครงการคือผู้บริหาร และครูมีความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การจัดกิจกรรม เนื้อหาสาระ การติดตามประเมินผล และการทำงานเป็นทีมของโครงการ การดำเนินการด้านกระบวนการของโครงการอยู่ในระดับมาก
  4. ด้านผลผลิต พบว่า นักศึกษา กศน. ผู้ร่วมอบรมมีความคิดเห็นด้านบริหารจัดการความเหมาะสมการฝึกอบรม การจัดกิจกรรม กระบวนการ และผลที่เกิดกับนักศึกษาเกิดความตระหนักมีความมั่นใจที่จะสามารถนำข้อคุณธรรม 9 ประการ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเองได้

         ปัญหา และอุปสรรคของการดำเนินโครงการที่สำคัญ คือ การมอบหมายหน้าที่การดูแลนักศึกษาภาคกลางคืนในการอบรมไม่ชัดเจน เนื้อหากิจกรรมมากและมีซ้ำซ้อน กฎระเบียบไม่เข้มงวด ข้อเสนอแนะ คือ ควรที่จะมีการมอบหมายบทบาทหน้าที่การดำเนินงานชัดเจน กำกับติดตามพร้อมทั้งให้ขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน ที่สำคัญโครงการคุณธรรมนำความรู้เป็นโครงการที่ดี สร้างความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนักนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตของตนเอง และชุมชน ควรที่จะดำเนินการต่อไป

         สรุปการประเมินโครงการคุณธรรมนำความรู้ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุทัยธานีเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสม ควรดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษา และประชาชนในการดำรงชีวิตอยู่ในวิถีสังคมปัจจุบัน

*******************************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s