ผลสำรวจสวนดุสิตโพลต่อสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

20127

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่มีความคิดเห็นต่อสถานการณ์ของโรคดังกล่าว  จำนวน 1,194 คน  ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. 2552  มีผลสำรวจดังนี้

1. สถานการณ์ของโรคไข้หวัด 2009 ณ วันนี้ มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาหรือไม่

         อันดับ 1  มากขึ้น  91.67%  เพราะเชื้อไข้หวัดมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว , ยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้น ,กระทรวงสาธารณสุขยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ,ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันโรคนี้อยู่มาก ฯลฯ
         อันดับ 2  ไม่แน่ใจ   5.25%  เพราะการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆในขณะนี้อาจทำให้ดูเหมือนว่ารุนแรง เพราะทุกสื่อมีการนำเสนอข่าวนี้เหมือนกันหมด ฯลฯ
         อันดับ 3  เหมือนเดิม   3.08%   เพราะเมื่อเปรียบเทียบระหว่างยอดผู้เสียชีวิตกับยอดผู้ติดเชื้อพบว่ายังอยู่ในระดับที่น้อยมาก ,ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วมีจำนวนมากเช่นกัน ,คิดว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคนี้ได้ ฯลฯ

2. ความรู้สึกของประชาชนตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด 2009 จนถึงขณะนี้

        อันดับ 1   น่ากลัว  82.29%  เพราะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ,เป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ ทำให้เป็นปอดบวม , เมื่อเกิดการติดเชื้อแล้วจะไม่แสดงอาการออกมาทันที ,กระทรวงสาธารณสุขยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ฯลฯ
       อันดับ 2  ไม่น่ากลัว 17.71%  เพราะหากรู้จักป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี ,หมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ ,ปฏิบัติตามข้อแนะนำที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศออกมา ฯลฯ

 3.  สาเหตุที่ทำให้จำนวนตัวเลขการเสียชีวิตและยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

อันดับ 1   ประชาชนไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควร     25.74%
อันดับ 2   มาตรการของรัฐยังไม่รัดกุม    24.75%
อันดับ 3   มีการปกปิดข้อมูล ข้อเท็จจริงบางประการ   19.31%
อันดับ 4   การประชาสัมพันธ์ไม่เพียงพอ 15.84%
อันดับ 5   สภาพอากาศทำให้เชื้อแพร่กระจายได้เร็ว  14.36%

 

4. จากที่รัฐบาลประกาศสั่งปิดโรงเรียนกวดวิชาเป็นเวลา 15 วัน ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดจะได้ผลหรือไม่

        อันดับ 1   ไม่ได้ผล   68.75%  เพราะการแพร่ระบาดไม่ได้มีเฉพาะแค่ ร.ร.กวดวิชาเท่านั้น ห้างสรรพสินค้า สถานที่ทำงาน หรือตามสถานที่ต่างๆที่มีคนอยู่จำนวนมาก ก็มีภาวะเสี่ยงเช่นกัน ,เป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ,ถ้าประชาชนไม่รู้จักป้องกันตัวเองก็ทำให้แก้ไขปัญหาได้ยาก ฯลฯ
        อันดับ 2  ได้ผล  31.25% เพราะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่กำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วได้ในระดับหนึ่ง ,เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังตัวเองให้มากยิ่งขึ้น ,ทำให้เด็กไม่เสี่ยงต่อการติดโรค

 

5.  ความเพียงพอต่อมาตรการต่างๆที่รัฐบาลประกาศออกมา

อันดับ 1   ไม่เพียงพอ   89.58%
อันดับ 2   เพียงพอ      10.42%

 

6.  มาตรการที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลประกาศออกมาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและยับยั้งการเสียชีวิต

อันดับ 1   ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และการป้องกันตัวให้มากยิ่งขึ้น   22.51%
อันดับ 2   การเปิดเผยข้อมูลความจริง ทั้งตัวเลขการเสียชีวิตและยอดผู้ติดเชื้อ  17.84%
อันดับ 3   ปิดทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ตามสถานที่ต่างๆทั้งรัฐและเอกชน  14.62%
อันดับ 4   กำหนดให้ประชาชนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน  13.45%
อันดับ 5   งดจัดคอนเสิร์ตตามสถานบันเทิงและตามสถานที่ต่างๆ  9.65%
อันดับ 6   งดจัดประชุมสัมมนา /งดจัดนิทรรศการ งาน EVENT ต่างๆ   8.77%
อันดับ 7   ใช้มาตรการปิดโรงเรียน เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1  สัปดาห์ ทั่วประเทศ  7.02%
อันดับ 8    ปิดสถานที่ทำงานทั้งรัฐและเอกชนไม่น้อยกว่า 1  สัปดาห์ทั่วประเทศ 6.14%

 

7. ประชาชนคิดอย่างไร จากที่มีการประเมินกันว่าโรคนี้จะอยู่ในประเทศต่อไปอีกเป็นเวลา 3 ปี   และจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น

         อันดับ 1  รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งหามาตรการควบคุมอย่างเร่งด่วน  26.37%
         อันดับ 2  ควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตนเองมากยิ่งขึ้น  25.41%
         อันดับ 3  ทำให้ประชาชนต้องดำรงชีวิตประจำวันด้วยความลำบากมากขึ้น /ทำให้วิตกกังวล  เครียด  22.80%
         อันดับ 4  เป็นโรคที่น่ากลัวและมีความร้ายแรง/ส่งผลให้เศรษฐกิจและประเทศชาติย่ำแย่  17.73%
         อันดับ 5  ทางแพทย์ไทยควรเร่งคิดค้นวัคซีนที่ใช้ในการรักษาให้เร็วที่สุด    7.69%

 

8. ความเชื่อมั่นต่อ “รัฐบาล” “กระทรวงสาธารณสุข” และ “แพทย์ไทย” ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

                                           เชื่อมั่น               ไม่เชื่อมั่น

อันดับ 1   แพทย์ไทย                 74.47%          25.53%
อันดับ 2   รัฐบาล                      38.30%          61.70%
อันดับ 3   กระทรวงสาธารณสุข      31.91%          68.90%

 9.  คะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้คะแนนดังต่อไปนี้

อันดับ 1   แพทย์ไทย                  7.41  คะแนน
อันดับ 2   รัฐบาล                       5.69  คะแนน
อันดับ 3   กระทรวงสาธารณสุข       5.59  คะแนน

 10. จากที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกในการผลิตวัคซีน โดยจะมีการเปิดโรงงานผลิต และวิจัยวัคซีนป้องกัน ไข้หวัด 2009 ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร

อันดับ 1  เห็นด้วยและควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน  60.32%
อันดับ 2  ทำให้วัคซีนมีราคาไม่แพงเกินไปและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ   21.01%
อันดับ 3  ควรเปิดเป็นโรงงานผลิตและพัฒนา วิจัยวัคซีนต่างๆอย่างถาวรไปเลย  18.67%

 

ข้อมูลอ้างอิง http://dusitpoll.dusit.ac.th/polldata/2552/2552_067.html

***********************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s