สวนดุสิตโพล สื่อสารไข้หวัด2009 อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

20127 
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ในหัวข้อ สื่อสาร ไข้หวัด 2009 อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ จำนวนทั้งสิ้น 1,128 คน  ระหว่างวันที่  17-20 กรกฎาคม 2552  สรุปผลได้ดังนี้

 

1. เรื่องใด เนื้อหาใด  ที่ประชาชนอยากรู้เกี่ยวกับ ไข้หวัด 2009

 อันดับ 1  วิธีการป้องกันและการดูแลรักษา  49.76%
 อันดับ 2  อาการเบื้องต้น การสังเกตอาการ  25.84%
 อันดับ 3  ลักษณะของการติดต่อ การแพร่ระบาด  13.88%
 อันดับ 4  วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสชนิด AH1N1   5.74%
 อันดับ 5  ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ   4.78%

 

2. วิธีการใด ที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับไข้หวัด 2009 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

อันดับ 1  เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ  66.30%
อันดับ 2  เผยแพร่ลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ มือถือ ฯลฯ  11.51%
อันดับ 3  เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ไปยังสถานที่ราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง   7.95%
อันดับ 4  จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตระหนักและตื่นตัวในการป้องกันโรคนี้   7.67%
อันดับ 5  แจกแผ่นพับ โบชัวร์ ใบปลิว คู่มือ    6.57%

 

3. หากกระทรวงสาธารณสุขมีการรายงานความก้าวหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารต่างๆของไข้หวัด 2009ระหว่างการแถลงข่าว รายวัน กับ รายสัปดาห์ ประชาชนอยากให้มีการแถลงแบบใด มากกว่ากัน

อันดับ 1  อยากให้มีการแถลงรายวันมากกว่า  89.50%
          เพราะ  จะได้รู้ความคืบหน้าของโรคนี้อย่างต่อเนื่อง ทันเหตุการณ์  เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรให้ความสำคัญเพราะจะต้องออกจากบ้านทุกวัน เป็นโรคระบาดที่มีความรุนแรง ฯลฯ

อันดับ 2   อยากให้มีการแถลงรายสัปดาห์มากกว่า   9.39%
          เพราะ   ทำให้ประชาชนไม่รู้สึกกังวลหรือตึงเครียดมากเกินไป น่าจะเห็นผล หรือตัวเลขต่างๆที่ชัดเจนกว่า เนื่องจากมีเวลาในการตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น ฯลฯ

อันดับ 3  ไม่อยากให้มีการแถลง    1.11%
          เพราะ   ไม่ได้ช่วยให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้นกลับเป็นการเพิ่มความกังวลและหวาดกลัวให้กับประชาชนมากกว่า ฯลฯ

 

4. ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้หวัด 2009 มากน้อยเพียงใด

อันดับ 1  พอรู้บ้าง               80.04%
อันดับ 2  รู้เป็นอย่างดี          10.68%
อันดับ 3  ไม่ค่อยมีความรู้        7.18%
อันดับ 4  ไม่มีความรู้เลย         2.10%

5. ผลกระทบที่ประชาชนได้รับโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด 2009

อันดับ 1   เกิดความวิตกกังวล กลัวติดเชื้อโรคเมื่อออกนอกบ้าน   35.07%
อันดับ 2   ระมัดระวังสุขภาพมากขึ้น ใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น  26.62%
อันดับ 3   หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนอยู่มากหรือที่แออัด 18.18%
อันดับ 4   สวมหน้ากากอนามัย   13.64%
อันดับ 5   ต้องหยุดงานเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในที่ทำงาน  6.49%

 

6. ความมั่นใจว่าจะไม่ติดโรคไข้หวัดเมื่อออกนอกบ้าน

อันดับ 1  ไม่มั่นใจ   61.54%
             เพราะ  เราไม่อาจรู้ได้ว่าคนรอบข้างคนไหนที่ติดเชื้อหรือเป็นโรคนี้บ้าง เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากทางอากาศและการหายใจ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ฯลฯ

อันดับ 2   มั่นใจ    38.46%
             เพราะ   หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่มีคนมากๆ  สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรค ดูแลสุขภาพ ร่างกายเป็นอย่างดี ฯลฯ

 

7. ความรู้สึก เมื่อเห็นคนสวมหน้ากากอนามัย

อันดับ 1   มีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม   42.05%
อันดับ 2   รู้สึกดีที่ประชาชนตื่นตัวและให้ความร่วมมือ   30.11%
อันดับ 3   ไม่แน่ใจว่าผู้ที่สวมหน้ากากเป็นผู้ติดเชื้อแล้วหรือไม่   15.34%
อันดับ 4   เฉยๆ ไม่รู้สึกว่าน่ากลัวอะไร  12.50%

 

8. ประชาชนกล้าสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่

อันดับ 1   กล้า        90.61%
อันดับ 2   ไม่กล้า      9.39%

 

 ข้อมูลอ้างอิง http://dusitpoll.dusit.ac.th/polldata/2552/2552_070.html

 

*********************

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s