สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009(4)


 I. สถานการณ์โรคในประเทศไทย
ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจาก
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้
1. มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในทุกจังหวัด
• มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ A (H1N1) คิดเป็นอัตราป่วย 40.14 ต่อประชากรแสนคน เพิ่มขึ้น จากสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีอัตราป่วย 38.63 ต่อประชากรแสนคน โดยมีการกระจายการป่วยตามแผนภูมิ

30-09-2009-1
รูปแสดงจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับรายงานและอัตราป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายจังหวัดประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 26 กันยายน 2552

2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 165 ราย
• จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 54 จังหวัด โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5 รายใน 4 จังหวัด ดังนี้ คือ จังหวัดสกลนคร 2 ราย มหาสารคาม สุรินทร์ และอุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย

3. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (13 กันยายน – 26 กันยายน 2552)
• มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 297 ราย พบใน 38 จังหวัด
• จังหวัดที่มีการรายงานของผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) มากกว่า
หรือเท่ากับ ร้อยละ 50 ของอำเภอในจังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา
• อำเภอที่รายงานผู้ป่วยยืนยันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 10 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองขอนแก่น เมืองอุดรธานี เมืองลำปาง และเมืองพะเยา
  
 
 

30-09-2009-2
รูปแสดงความหนาแน่น การกระจายของการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จากข้อมูลผู้ป่วยยืนยัน ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายจังหวัด และ อำเภอ ประเทศไทย

4. แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1 จังหวัด คือ จังหวัดอุบลราชธานี แนวโน้มลดลง จำนวน3 จังหวัด แนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลง จำนวน 35 จังหวัด และไม่มีข้อมูล จำนวน 37 จังหวัด

30-09-2009-3
รูปแสดงแนวโน้มการระบาดจากจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ (ILI) ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด ช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายจังหวัด ประเทศไทย

II. สถานการณ์โรคจากต่างประเทศ
           องค์การอนามัยโลกแจ้งการยกเลิก รายงานเฉพาะรายและจำนวนสะสม confirmed case ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่สะท้อนความจริงซึ่งการระบาดได้ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก และบางประเทศมีการระบาดในชุมชนแล้ว การรายงาน confirmed case จะเป็นภาระมากและไม่อาจทำได้ทันเวลาเพราะต้องใช้ทรัพยากรคน เวลา ห้องปฏิบัติการจำนวนมาก WHO แนะนำให้ใช้วิธีการทางระบาดวิทยาติดตามแทน (Epidemic Monitoring) สรุปรายงานขององค์การอนามัยโลก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 25 กันยายน 2552 (ที่มา: http://www.who.int – Update 67)

ประเทศในภูมิภาค

จำนวนผู้ป่วย

เสียชีวิต

ประเทศในแอฟริกา

8,264

41

ประเทศในอเมริกา

 130,448

2,948

ประเทศในตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน

 11,621

72

ประเทศในยุโรป

over53,000

154

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่นไทย อินเดีย อินโดนีเชีย   ศรีลังกา  บังกลาเทศ   

30,293

340

ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิกฟิกด้านตะวันตก  เช่นจีน  เกาหลี  ญี่ปุ่น เวียดนาม  ฟิลิปปินส์  มาเลเชีย

85,299

362

ทั้งหมด

318,925

3,917

30-09-2009-4

ข้อมูลอ้างอิง: http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200909301120.pdf

***************************** 

  (Update 23  กันยายน 2552)

 I. สถานการณ์โรคในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้
1. มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในทุกจังหวัด
• มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ A (H1N1) คิดเป็นอัตราป่วย 37.65 ต่อประชากรแสนคน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีอัตราป่วย 30 ต่อประชากรแสนคน

23-09-2009-1
 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับรายงานและอัตราป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายจังหวัดประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 19 กันยายน 2552

2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 160 ราย
• จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 53 จังหวัด โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 7 รายใน 6 จังหวัด ดังนี้ จังหวัด

 3. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (6 กันยายน – 19 กันยายน 2552)
• มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 635 ราย พบใน 50 จังหวัด
• จังหวัดที่มีการรายงานของผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) มากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 50 ของอำเภอในจังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู เชียงใหม่ ขอนแก่น สุโขทัย ลำพูนร้อยเอ็ด ลำปาง นครสวรรค์ แพร่ และพะเยา
• อำเภอที่รายงานผู้ป่วยยืนยันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 10 ราย ได้แก่
อำเภอเมืองขอนแก่น เมืองอุดรธานี เมืองเชียงใหม่ เมืองพะเยา เมืองลำปาง เมืองหนองบัวลำภู เมืองนครราชสีมาเมืองร้อยเอ็ด เมืองนครสวรรค์ และเมืองลำพูน

23-09-2009-3

 4. แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด

แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1 จังหวัด คือ จังหวัดลำพูน
แนวโน้มลดลง จำนวน 6 จังหวัด
แนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลง จำนวน 40 จังหวัด
และไม่มีข้อมูล จำนวน 29 จังหวัด

23-09-2009-4
รูปแสดงความหนาแน่น การกระจายของการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จากข้อมูลผู้ป่วยยืนยัน ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายจังหวัด และ อำเภอ ประเทศไทย

 II. สถานการณ์โรคจากต่างประเทศ
            องค์การอนามัยโลกแจ้งการยกเลิก รายงานเฉพาะรายและจำนวนสะสม confirmed case ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่สะท้อนความจริงซึ่งการระบาดได้ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก และบางประเทศมีการระบาดในชุมชนแล้ว การรายงาน confirmed case จะเป็นภาระมากและไม่อาจทำได้ทันเวลาเพราะต้องใช้ทรัพยากรคน เวลา ห้องปฏิบัติการจำนวนมาก WHO แนะนำให้ใช้วิธีการทางระบาดวิทยาติดตามแทน (Epidemic Monitoring)

 

ประเทศในภูมิภาค

จำนวนผู้ป่วย

เสียชีวิต

ประเทศในแอฟริกา

8,125

40

ประเทศในอเมริกา

 124,126

2,625

ประเทศในตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน

 10,533

61

ประเทศในยุโรป

over52,000

140

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่นไทย อินเดีย อินโดนีเชีย   ศรีลังกา  บังกลาเทศ   

25,339

283

ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิกฟิกด้านตะวันตก  เช่นจีน  เกาหลี  ญี่ปุ่น เวียดนาม  ฟิลิปปินส์  มาเลเชีย

76,348

337

ทั้งหมด

269,471

3,486

 
สรุปรายงานขององค์การอนามัยโลก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่18 กันยายน 2552

ข้อมูลอ้างอิง http://beid.ddc.moph.go.th/th/images/flu_200909231456.pdf

**************************

 (Update 17  กันยายน 2552)

I. สถานการณ์โรคในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 12 กันยายน 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้

1. มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในทุกจังหวัด
• มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ A (H1N1) คิดเป็นร้อยละ 90.5 ของอำเภอในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมี 3.5% โดยมีการกระจายการป่วยตามแผนภูมิรูปที่ 1

 

17-09-2009-1

 

2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 153 ราย

• จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน53 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 69.74

3. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (30 สิงหาคม – 12 กันยายน 2552)

• มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 596 ราย พบใน 50 จังหวัด
• จังหวัดที่มีการรายงานของผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) มากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 50 ของอำเภอในจังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เชียงใหม่ ภูเก็ต นครสวรรค์ ยโสธร ร้อยเอ็ดนครนายก นนทบุรี ลำพูน และหนองบัวลำภู
• อำเภอที่รายงานผู้ป่วยยืนยันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 10 ราย ได้แก่อำเภอเมืองนครราชสีมา เมืองเชียงใหม่ เมืองลำปาง เมืองขอนแก่น เมืองนครสวรรค์ เมืองร้อยเอ็ด

 17-09-2009-2

4. แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี และลำปาง แนวโน้มลดลง จำนวน 13 จังหวัด แนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลง จำนวน 30 จังหวัด และไม่มีข้อมูลจำนวน 30 จังหวัด

 

17-09-2009-3

รูปแสดงแนวโน้มการระบาดจากจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด ช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายจังหวัด

 ข้อมูลอ้างอิง http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200909161413.pdf

————————————

 (Update 9  กันยายน 2552)

I. สถานการณ์โรคในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 5 กันยายน 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้

1. มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในทุกจังหวัด

• มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ A (H1N1) คิดเป็นร้อยละ 87 ของอำเภอในประเทศไทย โดยมีการกระจายการป่วยตามแผนภูมิรูปที่ 1

• เมื่อเปรียบเทียบอัตราป่วยต่อแสนประชากรในแต่ละช่วงอายุ พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ระหว่างอายุ 5 – 19 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยเรียน ทำให้เกิดการระบาดเป็นอย่างรวดเร็ว

 

9-9-2009-1

รูปแสดงจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับรายงานและอัตราป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายจังหวัด ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 5 กันยายน 2552

2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 142 ราย

  • • จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 52 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 68.42

3. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2552)

• มีรายงานผู้ป่วยที่มีวันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 582 ราย พบใน 59 จังหวัด

• จังหวัดที่มีการรายงานของผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) มากกว่า ร้อยละ 50 ของอำเภอในจังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ลำปาง ปทุมธานี ขอนแก่น และอุดรธานี

  9-9-2009-2

 

รูปแสดงความหนาแน่น การกระจาย แนวโน้มการระบาด จากข้อมูลผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายจังหวัด ประเทศไทย

9-9-2009-3

แผนภูมิแสดงอัตราป่วยต่อแสนประชากรของผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำแนกตาม กลุ่มอายุ ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 5 กันยายน 2552

4. แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัด มีดังนี้

               แนวโน้มเพิ่มขึ้นใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี พิจิตร ปัตตานี นครพนม บุรีรัมย์ ภูเก็ต และอำนาจเจริญ
               แนวโน้มลดลง จำนวน 24 จังหวัด
               แนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลง จำนวน 23 จังหวัด และไม่มีข้อมูล จำนวน 22 จังหวัด

9-9-2009-4

ข้อมูลอ้างอิง: http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200909091214.pdf

—————————————————–

(Update 2  กันยายน 2552)

1. สถานการณ์โรคในประเทศไทย

             ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้
1. มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในทุกจังหวัด มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ A (H1N1) คิดเป็นร้อยละ 85 ของอำเภอในประเทศไทย โดยมีการกระจายการป่วยตามแผนภูมิรูปที่ 1

  

 

2sep-1
รูปที่1 จำนวนผู้ป่วยสะสมและอัตราป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  รายจังหวัด ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2552

 2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 130 ราย
• จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 46 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 61

 2sep-2

3. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (16-29 สิงหาคม 2552)
• มีรายงานผู้ป่วยที่มีวันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 717 ราย พบใน 55 จังหวัดที่มีการรายงานผู้ป่วยยืนยัน คิดเป็นร้อยละ 72 ของจำนวนจังหวัด

2sep-3

4. พื้นที่ของผู้ป่วยยืนยันตามภาคของประเทศไทย

ในช่วงเดือนสิงหาคม 2552 มีแนวโน้มของการรายงานผู้ป่วยยืนยันในภาคกลางและภาคใต้ลดลง สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีการระบาดอยู่ รายละเอียดสัดส่วนของผู้ป่วยยืนยันรายภาค

2sep-4

 5. แนวโน้มการระบาดของจำนวนผู้ป่วย

            ด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดใหญ่ และ จำนวนผู้ป่วยมีอาการปอดบวมที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 4 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร : แสดงแนวโน้มการระบาดที่ลดลงในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่อยู่ในภาวะปกติ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคปอดบวมยังมีแนวโน้มที่สูงกว่าช่วงที่ยังไม่มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เช่นเดียวกันกับแนวโน้มจากการรายงานของ 14 โรงพยาบาล นอกเขตกรุงเทพและปริมณฑล

 

II. สถานการณ์โรคจากต่างประเทศ
          องค์การอนามัยโลกแจ้งการยกเลิก รายงานเฉพาะรายและจำนวนสะสม confirmed case ทั้งนี้
เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่สะท้อนความจริงซึ่งการระบาดได้ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก และบางประเทศมีการระบาดในชุมชนแล้ว การรายงานดังกล่าวจะเป็นภาระและไม่อาจทำได้ทันเวลาเพราะต้องใช้ทรัพยากร คน เวลา
ห้องปฏิบัติการจำนวนมาก พร้อมแนะนำให้ใช้วิธีการทางระบาดวิทยาติดตามแทน (Epidemic Monitoring)
สรุปรายงานขององค์การอนามัยโลก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2552 (ที่มา: http://www.who.int
– Update 63)

ประเทศในภูมิภาค

จำนวนผู้ป่วย

เสียชีวิต

ประเทศในแอฟริกา

3,843

 11

ประเทศในอเมริกา

 110,113

1,876

ประเทศในตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน

 3,128

10

ประเทศในยุโรป

>42,557

 85

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่นไทย อินเดีย อินโดนีเชีย   ศรีลังกา  บังกลาเทศ   

15,771

139

ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิกฟิกด้านตะวันตก  เช่นจีน  เกาหลี  ญี่ปุ่น เวียดนาม  ฟิลิปปินส์  มาเลเชีย

 34,026

64

ทั้งหมด

209,438

2,185

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง: http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200909021335.pdf

———————————————-

(Update 31  สิงหาคม 2552)

ระบุสหรัฐคาดขณะนี้มีผู้ป่วยแล้วกว่า 2 ล้าน เสียชีวิตกว่า 9 หมื่นราย เผยเตรียมตัดผู้ป่วยที่เสียชีวิตออก 2 ราย หลังพบว่าติดเชื้อฉี่หนูและฟองอากาศอุดตันเส้นเลือดหัวใจ

เมื่อเวลา 18.30 น.วันนี้ (31 ส.ค.) ศ.นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการและยุทธศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการและยุทธศาสตร์การ แพทย์และสาธารณสุขถึงสถานการณ์ขณะนี้มียอดผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตั้งแต่มีการระบาดถึงเดือนส.ค.พบว่ามีผู้ป่วยทั้งสิ้น 16,876 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 11 ราย รวมเสียชีวิตทั้งสิ้น 130 ราย ทั้งนี้จากการประมาณการของคณะทำงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคที่คณะอนุกรรมการฯได้มอบหมายให้ประเมินสถานการณ์ผู้ป่วยและเสีย ชีวิตโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการทั้งสิ้น 3 ล้านคนทั่วประเทศ

“แม้ว่าจากข้อมูลการคาดการณ์พบว่ามีผู้ติดเชื้อทั่วประเทศแล้วกว่า 3 ล้านคน แต่ก็ยังไม่ถึงในปริมาณ 30 % ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นปริมาณที่หากมีการป่วยในจำนวนนั้นแล้วจะทำให้ประชากรมีภูมิคุ้มกัน จนทำให้การแพร่กระจายของโรคชะลอตัวลง ซึ่งหนังสือพิมพ์ของสหรัฐอเมริกามีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 2 ล้านคนแล้ว เสียชีวิตกว่า 9 หมื่นราย หรือในประเทศอังกฤษมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6.5 หมื่นคน ซึ่งในไทยอย่างมากก็เสียชีวิตไม่ถึงหมื่นคน” ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการฯกล่าว

นพ.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญที่ตั้งขึ้นมาศึกษาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาแล้วเบื้องต้นพบว่า กรณีผู้เสียชีวิตที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กับ กระทรวงสาธารณสุข อย่างน้อย 2 รายที่อาจต้องตัดออกจากบัญชีผู้เสียชีวิต เนื่องจากพบว่า 1 รายในจำนวนนี้ เสียชีวิตจากการที่ฟองอากาศอุดตันเส้นเลือดหัวใจ และอีก 1 รายเสียชีวิตจากโรคฉี่หนู นอกจากนี้ในจำนวนผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่พบว่ามีผู้ป่วยจากเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ 2009 ประมาณ 40% ของทั้งหมด ส่วนที่เหลือเริ่มพบว่ามาจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ตามฤดูกาลชนิดเอช 3 เอ็น 2 และเอช 1 เอ็น 1 ซึ่งสิ่งที่ฝ่ายวิชาการแสดงความเป็นห่วงอย่างมากคือ เรื่องการที่เชื้อไวรัสตามฤดูกาลผสมกับสายพันธุ์ใหม่ แต่อย่างไรก็ตามคงจำนวนผู้ป่วยคงไม่มากกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.thairath.co.th/content/edu/29996

—————————————-

(Update 28  สิงหาคม 2552)

กระทรวงสาธารณสุขบราซิล รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไวรัสเอ เอช 1 เอ็น 1 ในประเทศล่าสุดเมื่อวานนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 557 ราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลกตอนนี้ แซงหน้าสหรัฐที่เพิ่งเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมอยู่ที่ 522 ราย ขณะที่อาร์เจนติน่ามีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ 439 ราย

 แถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขบราซิลระบุด้วยว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณ 1 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อวัคซีนป้อง กันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จำนวน 73 ล้านโดส รวมทั้งจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ในโรงพยาบาล อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อ และยาต้านไวรัสทามิฟูลมาสำรองไว้ แต่ก็คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังลดลง เพราะสิ้นเดือนนี้ก็สิ้นสุดฤดูหนาวในซีกโลกใต้แล้ว

 ขณะที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค หรือซีดีซีของสหรัฐ พยายามบรรเทาความตื่นตระหนกของประชาชนหลังมีการคาดการณ์ว่าอาจมีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากถึง9 หมื่นรายในปีนี้ โดยยืนยันว่า เท่าที่ดูสถานการณ์ทั้งในสหรัฐและทั่วโลกในตอนนี้ เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะไม่สูงขนาดนั้นหากเชื้อไวรัสไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบพันธุกรรมของเชื้อไวรัสที่กำลังระบาดทั่วโลกในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาก็ยังไม่พบสัญญานว่าจะมีการกลายพันธุ์แต่อย่างใด

 

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.komchadluek.net/detail/20090827/26033/

——————————-

(Update 26  สิงหาคม 2552)

I. สถานการณ์โรคในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้

1. ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ จำนวน 14,976 ราย
– จำนวนผู้ป่วยยืนยันมีอาการปอดอักเสบหรือปอดอักเสบรุนแรง คิดเป็นร้อยละ 7
– ผู้ป่วยที่ได้รับรายงานมีสัดส่วนการได้รับยาต้านไวรัสเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 15 ในเดือนมิถุนายน เป็นร้อยละ 25 ในเดือนกรกฎาคม และร้อยละ 54 ในเดือนปัจจุบัน
– แนวโน้มของการระบาดยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากการรายงานจำนวนผู้ป่วยยืนยันอาจจะล่าช้า

 2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 119 ราย

3. กลุ่มอายุของผู้ป่วยยืนยัน : ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ กลุ่มอายุ 10-19 ปี ร้อยละ 42.78 กลุ่ม อายุ 5-9 ปี ร้อยละ 15.89 กลุ่มอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 14.92 กลุ่มอายุ 0-4 ปี ร้อยละ 9.12 กลุ่มอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 7.02 กลุ่มอายุ 40-49 ปี ร้อยละ 5.14 กลุ่มอายุ 50-59 ปี ร้อยละ 3.46 กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 0.99 จำนวน

รูปที่ 2 แสดงการกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายกลุ่มอายุ ตามวันเริ่มป่วย

26-07-2009-1

 

4. พื้นที่ตามที่อยู่ของผู้ป่วยยืนยัน : พบผู้ป่วยยืนยันในทุกจังหวัดของประเทศไทย จำแนกรายอำเภอ/เขต คิดเป็นร้อยละ 83.92 จำนวนอำเภอ/เขตที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 1-10 ราย, 11-50 ราย, 51-100 ราย และมากกว่า 100 ราย คิดเป็นร้อยละ 67.28, 22.29, 7.43 และ 3.0 ตามลำดับ รายละเอียดการกระจายของผู้ป่วยยืนยัน

 

รูปที่ 3 แสดงการกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายจังหวัด อำเภอ ประเทศไทย

 26-07-2009-3

 

5. สถานการณ์โรคภายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา (16-22 สิงหาคม 2552) : พบว่า รายงานผู้ป่วยยืนยัน

เพิ่มขึ้นในจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดขอนแก่นเชียงใหม่ อุดรธานี ส่วนกรุงเทพและเขตปริมณฑล พบว่า จำนวนผู้ป่วยยืนยันต่อสัปดาห์ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

6. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (9-22 สิงหาคม 2552)

– มีรายงานผู้ป่วยที่มีวันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 881 ราย กระจายในทุกจังหวัด

ของประเทศไทย- กลุ่มอายุ : ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ กลุ่มอายุ 10-19 ปีร้อยละ 42.92 กลุ่มอายุ 5-9 ปี ร้อยละ 22.74 กลุ่มอายุ 0-4 ปี ร้อยละ 9.48 กลุ่มอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 8.25 กลุ่มอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 7.68 กลุ่มอายุ 40-49 ปี ร้อยละ 3.79 กลุ่มอายุ 50-59 ปี ร้อยละ 3.34 และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป

ร้อยละ 1.78 ซึ่งแตกต่างกันกับกลุ่มอายุของผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด โดยพบการรายงานผู้ป่วยยืนยันในกลุ่มอายุ 0-4 ปี สูงกว่ากลุ่มอายุ 20-29 ปี

– พื้นที่ตามที่อยู่ของผู้ป่วยยืนยันที่มีวันเริ่มป่วยในช่วง 14 วันที่ผ่านมา : อำเภอ/เขต ที่มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน คิดเป็นร้อยละ 25.19 พบจำนวนผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 5 ราย จำนวน 25 อำเภอ ได้แก่ เมืองขอนแก่น เมืองเชียงใหม่ เมืองอุดรธานี เมืองลำปาง สันป่าตอง เมืองร้อยเอ็ด เมืองนครสวรรค์ สารภี ภูเขียว ดอยเต่า ฝาง แม่แจ่ม สันทราย เมืองพระนครศรีอยุธยา เมืองปัตตานี เสลภูมิ แม่สาย น้ำพอง บ้านนา เมืองชุมพร เมืองเลย แม่ริม เมืองเชียงราย เมืองพิจิตร เมืองลำพูน

ข้อมูบอ้างอิง: http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200908261035.pdf

——————————————————–

(Update 21  สิงหาคม 2552)

I. สถานการณ์โรคในประเทศไทย

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้
1. ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ จำนวน 13,019 ราย
2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 111 ราย
3. กลุ่มอายุของผู้ป่วยยืนยัน : ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ กลุ่มอายุ 11-20 ปี ร้อยละ 42.0 กลุ่มอายุ 6-10 ปี ร้อยละ 17.6 กลุ่มอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 13.4 กลุ่มอายุ 1-5 ปี ร้อยละ 9.5 กลุ่มอายุ 31-40 ปี ร้อยละ6.7 กลุ่มอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 4.8 กลุ่มอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 3.1 กลุ่มอายุ มากกว่า 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 1.6
การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มอายุตามเวลา (รูปที่ 1)

รูปที่ 1 แสดงการกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายกลุ่มอายุ ตามวันเริ่มป่วย ประเทศไทย

19-07-2009

 

ข้อมูลอ้างอิง http://beid.ddc.moph.go.th/th/images/sutiation/flu_200908191705.pdf

 

———————————

(Update 20  สิงหาคม 2552)

a9องค์การอนามัยโลกรายงานตัวเลขล่าสุดเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่นที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากไข้หวัดใหญ่ 2009 นับจากเดือนเมษายนปีนี้ ได้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,799 คนแล้ว เพิ่มขึ้นกว่า 200 คนจากที่รายงานครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ก่อน และมีจำนวนยืนยันผู้ติดเชื้อสะสมรวม 182,166 คนในกว่า 170 ประเทศ จากผลตรวจในห้องแลปโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศต่างๆ  แต่เชื่อว่ายอดนี้ต่ำกว่ามากจากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดจริงๆ เพราะแต่ละประเทศไม่ได้ต้องตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบเป็นรายบุคคลอีกต่อไปแล้ว

 กาน่า ตูวาลู และแซมเบียเป็นสามประเทศล่าสุดที่รายงานพบผู้ติดเชื้อคนแรก ขณะที่ทวีปอเมริกายังเป็นทวีปที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด มีผู้ติดเชื้อสะสมรวมอย่างน้อย 105,882 คน และเสียชีวิต 1,579 คน ยุโรปมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า  32,000 คนและเสียชีวิต  53 คน ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 13,172 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 106 คน
 
 ไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ระบาดไปทั่วโลกแล้ว แม้บุคคลากรทางการแพทย์จะระบุว่าส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง ปัจจุบันกำลังมีการผลิตวัคซีนตามบริษัทเวชภัณฑ์หลายแห่ง ในหลายประเทศ และส่วนใหญ่สามารถใช้ยาต้านไวรัสรับมืออย่างได้ผลในช่วงแรกๆของการติดเชื้อ

 ทางด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดในลาติน อเมริกาอยู่ที่ 1,303 คน หรือมากกว่าร้อยละ 70 ของยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก โดยอาร์เจนติน่ามีผู้เสียชีวิตมากสุดในแถบนี้คือ 404 คน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐฯซึ่งอยู่ในแถบอเมริกาเหนือ ที่มียอดผู้เสียชีวิต 477 คน

 อเมริกาใต้มีการระบาดของโรคอย่างกว้างขวางเพราะกำลังอยู่ในช่วงฤดูหนาว ยอดผู้เสียชีวิตในหลายประเทศแซงหน้ายอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ธรรมดาแล้ว และเนื่องจากยังต้องใช้เวลาอีกว่า 1 เดือน กว่าที่บริษัทผลิตวัคซีนป้องกันโรคจะนำวัคซีนออกแจกจ่าย รวมทั้งบรรดาชาติร่ำรวยได้ครอบครองวัคซีนจากการสั่งจองล่วงหน้าไปหมดแล้ว หลายประเทศแถบลาตินอเมริกาจึงกำลังคิดจะเมินเฉยต่อสิทธิบัตรยา และจะผลิตวัคซีนใช้เอง

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.komchadluek.net/detail/20090820/25087/

—————————————————-

 

(Update 19  สิงหาคม 2552)

“หมอมงคล” ออกโรงช่วยรณรงค์ เตือนภัยไข้หวัด 2009 ระบุอีก 2 เดือนข้างหน้ายังอันตรายอยู่ กลัวเชื้อกลายพันธุ์ แนะประชาชนควรตื่นตัวตลอดเวลา ขณะที่ “รมว.สธ.” กำชับห้ามประมาทถึงแม้อยู่ในช่วงชะลอตัว หวั่นวิตกปลายฝนต้นหนาว อาจระบาดใหญ่อีกระลอก พร้อมยอมรับปัญหาผลิตวัคซีน ผลฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในไข่เยอรมัน ยังไม่ค่อยเข้าเป้า ต้องเดินหน้าทดลองอีก และเร่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก ขณะที่ “โฆษกสธ.” เผยโรคจิตโทรก่อกวน แทะโลมเจ้าหน้าที่สาว สายด่วน 1422 เฉลี่ยมากถึงวันละ 129 สาย

ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 18 ส.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว. สาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาในการผลิตวัคซีนป้อง  กันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ผลการ  คำนวณปริมาณเชื้อไวรัสที่ฉีดเข้าไปในไข่จาก  ประเทศเยอรมนี ได้ปริมาณเชื้อไวรัสต่ำกว่าที่   คาดการณ์และอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตยังไม่ได้รายงานให้ ครม.ทราบในเรื่องนี้ ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็ไม่สามารถไปฝืนได้ การ   ทดลองถ้าไม่สำเร็จก็ไม่สำเร็จ ตนไม่อยากให้ประชาชนกังวลว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่อยากให้กำลังใจในการผลิต ก่อนที่จะนำวัคซีนมาใช้จะต้องได้มาตรฐานและปลอดภัยจริง ๆ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำเล่น ๆ หรือมาทดลอง   กันเล่น ๆ และท้ายที่สุดหน่วยงานที่จะรับรองมาตรฐาน คือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
       
“การผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จะสำเร็จหรือไม่ จะเอาไข่ไทยหรือไข่จากเมืองนอกเป็นเรื่องรายละเอียด แต่ทั้งหมดเมื่อผลิตออกมาแล้วต้องได้มาตรฐาน ถ้าไม่ได้มาตรฐานก็ใช้ไม่ได้”
       
ด้านนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ประกาศลดมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยให้ผู้ป่วยหยุดพักรักษาตัว 3-5 วัน จากเดิม 7 วัน ว่า ประเทศไทยใช้การรักษาโดยดูจากอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ซึ่งการเก็บตัวอย่างต่าง ๆ ก็เพื่อตรวจสอบว่าการระบาดรอบ 2 จะเกิดขึ้นที่ใดเป็นจุดเริ่มต้น และนำเชื้อมาทดลองการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ดังนั้นการควบคุมดูแล เรายังไม่ประมาท เพราะในช่วงปลายเดือน ส.ค.-ก.ย. เป็นช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่แล้วจึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น การให้ผู้ป่วยพักรักษาตัว 7 วันยังถือว่าเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิชาการกำลัง  พิจารณาเรื่องการลดวันอยู่
       
รมช.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า การทด   ลองวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการอยู่ เบื้องต้นพบปัญหาอุปสรรคบ้าง ส่วนการนำไข่จากประเทศเยอรมนีมาทดลองนั้น จะต้องรอดูผลการทดลองก่อน เช่นเดียวกับการทดลองกับไข่ของไทย ที่ต้องรอดูผลการทดลองก่อนเช่นกัน เพราะการใช้ไข่ไทยต้องขอการรับรองจากต่างประเทศด้วยเพื่อให้ได้ผลที่ออกมาตรงกัน ซึ่งการผลิตวัคซีนจะต้องใช้เวลาสักระยะ
       
เมื่อถามถึงการที่ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระบุว่าในเดือน ส.ค. เป็นช่วงขาลงของการแพร่ระบาดของโรคนี้ นายมานิต กล่าวว่า ไม่ใช่ช่วงขาลงเพราะขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งอาจนำไปสู่การระบาดของไข้หวัดใหญ่  สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในระลอก 2 ได้ เพราะเมื่อหมดปลายฝนเข้าสู่ต้นหนาว คนก็ยังเป็นหวัดง่ายอยู่ ดังนั้น ถ้าจะให้อุ่นใจ ต้องเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือน มี.ค. 2553 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นวัคซีนต้านโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็มาพอดี
       
ภก.สมชาย ศรีชัยนาค รอง ผอ.องค์การ เภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อ ว่า การคำนวณปริมาณไวรัสที่ฉีดเข้าไปในไข่จากประเทศเยอรมนี ได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยรอบแรกคำนวณได้ 6.63 ล็อก รอบที่ 2 ได้ 6.3 ล็อก เฉลี่ยประมาณ 6.5 ล็อกเท่านั้น เมื่อได้ปริมาณไวรัสน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็ต้องสอบถามไปยังองค์การอนามัยโลก และดร.อีริค ดอง ผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนีว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในการจะเพิ่มปริมาณไวรัสให้มากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปในไข่ไก่อีก โดยทำให้ถี่ขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องรอฟังผู้เชี่ยวชาญก่อนคาดว่า 1-2 วันนี้จะได้คำตอบ
       
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้าของการให้บริการสายด่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงเปิดให้บริการความรู้ความเข้าใจประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับโรคดังกล่าว ทางหมายเลขโทรศัพท์ 1422 และ 0-2590-3333 ตลอด 24 ชม. โดยไม่มีวันหยุด ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 10-16 ส.ค. มีประชาชนโทรฯเข้ามาสอบถามรวมทั้งหมด 6,756 สาย เฉลี่ยวันละ 965 สาย ซึ่งยอดการใช้บริการเพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 3-9 ส.ค. ถึง 2,176 สาย ที่น่าเป็นห่วงพบว่า มีประชาชน   ส่วนหนึ่งที่โทรฯเข้ามาก่อกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะสายด่วน 1422 ซึ่งเป็นบริการฟรี ผู้โทรฯ ส่วนใหญ่เป็นเด็ก และมีผู้ใหญ่โทรฯในลักษณะแทะโลมเจ้าหน้าที่หญิง เฉลี่ยวันละ 129 สาย
       
ส่วนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ช่วงสายวันเดียวกัน นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ร่วมกับกระทรวงคมนาคม องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดโครงการ “รถเมล์ไทยปลอดภัย รวมพลังสู้หวัด 2009” นพ.มงคล กล่าวว่า ในแต่ละวันมีประชาชนใช้บริการรถเมล์ไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านคน ซึ่งเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้จากการสัมผัสราวบันได ราวจับที่นั่ง ที่ยืน กริ่ง โดยเฉพาะรถปรับอากาศจะติดต่อได้ง่ายกว่ารถเมล์ร้อน แต่รถเมล์ร้อนเชื้อโรคก็สามารถอยู่ได้ 2-6 ชม. สามารถติดโรคได้เช่นกัน
       
“แม้สถานการณ์จะเริ่มชะลอตัว คนตายน้อยลง เกรงว่าคนไทยจะเป็นคนขี้ลืม ลืมง่ายโดยเฉพาะอีก 2 เดือนต่อจากนี้ คือ ก.ย.และต.ค.จะเป็นช่วงระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล อาจมีเชื้อไวรัสต่าง ๆ เข้ามา ถ้าไวรัส 2-3 ชนิดมาเจอกันหรือมีการกลายพันธุ์อาจทำให้เกิดการระบาดรุนแรงได้ ดังนั้น 2 เดือนข้างหน้าต้องไม่ประมาทเพราะยังอันตรายอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวตลอดเวลา”
       
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียว่า นายยันดรา โยคะ อาดิทามา อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อกระทรวง    สาธารณสุขอินโดนีเซียแถลงว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 4 ด้วยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นเด็กชายอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ติดเชื้อไวรัสแล้วมาเสียชีวิตเมื่อหลายวันก่อนเพราะโรคปอดอักเสบ ขณะนี้อินโดนีเซียมีผู้ป่วยติดเชื้อแล้ว 872 ราย หลังพบการติดเชื้อครั้งแรก เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษและนักบินชาวอินโดนีเซีย
       
ขณะที่นายเอ็ด ไรบีสกี นักไวรัสวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เปิดเผยว่า ปัญหาความยากจน โรคร้าย และระบบสาธารณสุขที่ต้องแบกภาระเกินกำลังนั้น ทำให้ทวีปแอฟริกาเป็นเป้าหมายสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้อย่างง่ายดาย แม้จะเป็นทวีปสุดท้ายในโลกที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,000 ศพทั่วโลกแล้วก็ตาม แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังน้อยอยู่ มีเพียง 6 ศพในแอฟริกาใต้ 3 ศพในมอริเชียส และอียิปต์อีก 1 ศพ.

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=14973

————————————–

(Update 14  สิงหาคม 2552)

 

สถานการณ์โรคในประเทศไทย 

 14-07-2009

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2552 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้

 1. ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ จำนวน 11,398 ราย
2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 97 ราย
3. กลุ่มอายุของผู้ป่วยยืนยัน : ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ กลุ่มอายุ 11-20 ปี ร้อยละ 43.44 กลุ่มอายุ 6-10 ปี ร้อยละ 16.95 กลุ่มอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 13.83 กลุ่มอายุ 0-5 ปี ร้อยละ 9.34 กลุ่มอายุ 31-40 ปี  ร้อยละ 6.85 กลุ่มอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 4.98 กลุ่มอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 3.10 กลุ่มอายุ มากกว่า 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 1.52

4. พื้นที่ตามที่อยู่ของผู้ป่วยยืนยัน : พบผู้ป่วยยืนยันในทุกจังหวัดของประเทศไทย อำเภอ/เขต ที่พบ ผู้ป่วยยืนยัน คิดเป็นร้อยละ 77.38 พบจำนวนผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 100 ราย จำนวน 20 เขต ได้แก่

เมืองนนทบุรี 305 ราย
เมืองเชียงใหม่ 268 ราย
เมืองอุดรธานี 251 ราย
เมืองสมุทรปราการ 191 ราย
เมืองปทุมธานี 161 ราย
จตุจักร 157 ราย
พญาไท 149 ราย
เมืองขอนแก่น 130 ราย
ปากเกร็ด 129 ราย
ภาษีเจริญ 129 ราย
บางขุนเทียน 125 ราย
จอมทอง 124 ราย
ดุสิต 120 ราย
ลาดพร้าว 115 ราย
เมืองภูเก็ต 114 ราย
ดินแดง 113 ราย
บางแค 110 ราย
บางบัวทอง 104 ราย
ราชเทวี 102 ราย
ยานนาวา 101 ราย

 

14-07-2009-2

 การกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายจังหวัด อำเภอ

5. สถานการณ์โรคภายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา (1 – 7 สิงหาคม 2552)

– จำนวนผู้ป่วยที่มีวันเริ่มป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มี 410 ราย

– กลุ่มอายุ : ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้ กลุ่มอายุ 11-20 ปี ร้อยละ 30.24 กลุ่มอายุ 6-10 ปี ร้อยละ 25.85 กลุ่มอายุ 0-5 ปี ร้อยละ 14.39 กลุ่มอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 12.20 กลุ่มอายุ 31-40 ปี ร้อยละ 7.32 กลุ่มอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 3.66 กลุ่มอายุ 51-60 ปี และกลุ่มอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 3.17

– ผู้ป่วยที่มีวันเริ่มป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา พบใน 45 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ ชุมพร เชียงใหม่ ตาก นครนายก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ยะลา ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ลำปาง เลย สกลนคร สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ หนองบัวลำภู อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี

 

 14-07-2009-3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 การกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายจังหวัด

ข้อมูลอ้างอิง: http://beid.ddc.moph.go.th/th/images/news/Influenza_A__H1N1__11_08_091.pdf

—————————————————————-

(Update 12  สิงหาคม 2552)

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงยอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ประจำสัปดาห์ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1-8 สิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 16 ราย เท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีผู้เสียชีวิต 16 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 97 ราย โดยผู้เสียชีวิต 16 ราย มี 11 ราย ที่มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน หัวใจหลอดเลือด โรคไต โรคปอด และตั้งครรภ์ 1 ราย โดยร้อยละ 50 ของผู้เสียชีวิตเริ่มป่วยก่อนที่จะมีนโยบายกระจายยาต้านสู่คลีนิค ทั้งนี้ เชื่อใจว่าในอีก 3-4 สัปดาห์ การระบาดจะชะลอตัวลดลง หากยังดำเนินการตามมาตรการป้องกันที่ สธ.กำหนดไว้ ทั้งนี้ แนวโน้มการระบาดในเขต กทม. และปริมณฑล ขณะนี้ลดลง นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า กลุ่มผู้ป่วยนักเรียน อายุ 6-20 ปี มีการติดเชื้อน้อยลง สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการคัดกรองและมาตรการต่างๆ เช่น หยุดอยู่บ้านเมื่อป่วย เริ่มเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป ส่วนกลุ่มเกษตรกร มีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แสดงให้เห็นว่า ต้องรีบป้องกันเชื้อในชุมชน และในสัปดาห์หน้า จะเร่งให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เร่งคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ เพื่อป้องกันการระบาดและแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งจะเข้าร่วมเครือข่ายด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่มีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพกว่า 1,000 องค์กร ร่วมรณณงค์กับ สธ. “ส่วนการกระจายยาต้านไวรัสลงคลีนิคเอกชน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 15 โดยนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้เร่งรัดผู้ตรวจ 18 เขต ดำเนินการให้ความเข้าใจแพทย์เจ้าของคลีนิคแล้ว เชื่อว่าจะมีคลีนิคเข้าร่วมโครงการกระจายยามากขึ้น โดยจะปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ขณะที่คลีนิคบางส่วนได้แสดงความจำนงเป็นเครือข่ายในการคัดกรองผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล” นพ.ไพจิตร์กล่าว วันเดียวกัน เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ สธ. นายวิทยาเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือการเข้าถึงยาซานามิเวียร์ และการสำรองใช้ภายในประเทศ ระหว่าง นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กับนายเนมี่ ลิม กรรมการผู้จัดการบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (จีเอสเค) ทั้งนี้ นพ.วิทิตกล่าวว่า อภ.ได้รับเป็นผู้แทนในการจำหน่ายยาซานามิเวียร์ ให้เฉพาะโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศแต่เพียงผู้เดียว มีผลตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม เป็นต้นไป เนื่องจากยาซานามิเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษเช่นเดียวกับยาโอเซลทามิเวียร์ ส่วนปริมาณการสั่งซื้อยานั้น ต้องมีการพิจารณาอีกครั้งว่า อภ.จะสั่งซื้อในปริมาณเท่าใด แต่เบื้องต้นขณะนี้ประเทศไทยมียาซานามิเวียร์สำรองอยู่แล้ว 20,000 ชุด โดยสำรองไว้ที่กรมควบคุมโรค นพ.วิทิตกล่าวว่า มีการเบิกจ่ายยาซานามิเวียร์ไปใช้แล้วประมาณ 5 ชุดรักษา จากโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่จะยังไม่มีการกระจายยาชนิดนี้ ให้โรงพยาบาลรัฐต่างๆ เพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ โดยจะให้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นผู้พิจารณาหลักเกณฑ์ในการกระจายยาให้กับโรงพยาบาลรัฐอย่างไร คาดว่าอาจจะมีการกระจายยาไปยังโรงพยาบาลศูนย์แห่งละประมาณ 3-5 ชุด “สำหรับยอดการกระจายยาโอเซลทามิเวียร์ ขณะนี้ได้กระจายไปแล้ว 9 ล้านเม็ด ขณะที่ยังสต๊อคยามีเหลืออยู่ที่ อภ. 6 ล้านเม็ด และกรมควบคุมโรค 6 แสนเม็ด วัตถุดิบพร้อมผลิต 30 ล้านเม็ด ขณะนี้ มีรายงานการใช้ยาจากโรงพยาบาลต่างๆ กลับมาจำนวน 600 แห่ง จาก 1,021 แห่ง ซึ่งกำลังเร่งรวบรวมปริมาณการใช้จริงให้สามารถทราบจำนวนการใช้รายวัน” นพ.วิทิตกล่าว นางนาฎยา ไชยนาเคนทร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)สุราษฎร์ธานี เขต 1 กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ ในสังกัด สพท.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ว่า ด.ช.โชติรส รักษาเพชร อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา โดย ด.ช.โชติรสมีโรคประจำตัวเป็นโรคหืด มีน้ำหนักตัว 80 กิโลกรัม และมีเลือดกำเดาออกเป็นประจำ ทั้งนี้ ในส่วนของโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ได้สั่งปิดห้องเรียนดังกล่าว และรายงานให้ สพฐ.ทราบแล้ว

              ด้าน นพ.วีรศักดิ์ เกียรติผดุงกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 2 ราย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล โดยรายแรกเป็นหญิงอายุ 32 ปี ตั้งครรภ์ที่สอง ระยะเวลา 27 สัปดาห์ หรือกว่า 6 เดือนครึ่ง และเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก แพทย์สูตินารีเวชกรรม ได้ผ่าตัดนำลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยเป็นทารกเพศหญิง น้ำหนัก 1,300 กรัม ซึ่งเราต้องนำเข้าตู้อบดูแลอย่างใกล้ชิด และผลการตรวจทารกเป็นลบ หมายถึงลูกไม่ได้ติดเชื้อไข้หวัดจากแม่ ส่วนอีกรายเป็นหญิงวัย 24 ปี ตั้งครรภ์ 34 สัปดาห์ หรือกว่า 8 เดือน อาการทั่วไปไม่น่าเป็นห่วง ผู้ป่วยไม่หอบเหมือนรายอื่นๆ จึงไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนผลตรวจสัญญาณชีพจรของลูกในครรภ์ ยังได้ยินเสียงอยู่ แต่เด็กทารกจะรอดปลอดภัยหรือไม่ ยังไม่สามารถยืนยันได้

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249988722&grpid=01&catid=no

————————————-

(Update 11  สิงหาคม 2552)

zanaศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐอเมริกา บันทึกไว้ว่า Zanamivir เป็นยาสำหรับไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก และ ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ใช้รักษาโรคติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในเด็กและผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป แต่ใช้ ป้องกันการติดเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ในเด็กและผู้ใหญ่ อายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป  ตัวยา เป็นผงแห้งสำหรับสูดทางปาก ขนาดสำหรับการรักษา คือ 10 mg ใช้สูดเข้าทางปากวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน โดยเริ่มให้ยาภายใน 2 วัน หลังจากอาการปรากฎ ที่สำคัญควรใช้ยาเป็นเวลาเดิมของทุกวัน

 

 

   
สำหรับสตรีมีครรภ์ คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐจัดให้ Zanamivir อยู่ใน Pregnancy Category C ซึ่งบ่งชี้ว่ายังไม่มีการศึกษาทางคลินิกเพื่อประเมินความปลอดภัยของยานี้ในสตรีมีครรภ์ ดังนั้นการใช้ยานี้จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงในคนที่ใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์รวมถึงเด็กที่เกิดมา
   
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการหลอดลมตีบหรือมีปัญหาการหายใจอย่างรุนแรง ดังนั้นจึงไม่แนะนำ Zanamivir สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น หอบหืด หรือ โรคอุดกั้นทางเดินหายใจเรื้อรัง (COPD) ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคปอด ควรใช้ยาขยายหลอดลมที่ออกฤทธิ์เร็วชนิดสูดพ่นระหว่างที่ได้รับยา Zanamivir โดยใช้ยาขยายหลอดลมก่อนให้ใช้ Zanamivir ข้อควรระวัง! หากเกิดอาการแพ้ยา ได้แก่ ปาก คอหอย หรือหน้าบวม ให้หยุดใช้ยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที
 
 

 

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=457&contentId=13446

—————————————————

(Update 8  สิงหาคม 2552)

สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009

248601นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่า สำนักระบาดวิทยาประเมินสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอช 1 เอ็น1 ว่า ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. นี้ คาดว่าการแพร่ระบาดยังเป็นช่วงขาขึ้น เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาในปี 2551 มีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ช่วงเดียวกันจำนวนประมาณ 10,000 รายต่อเดือน ขณะที่ปีนี้ในช่วงเดือนมิ.ย.และ ก.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เฉลี่ยมากกว่าเดิมประมาณ 10 เท่า เป็นผลจากการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ประชาชนยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นเมื่อเข้าสู่เดือน ส.ค.-ก.ย. เป็นช่วงปกติที่ไข้หวัดใหญ่จะระบาดมากที่สุด  จะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแน่นอน 
             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในรอบแรกของไทยครั้งนี้ จะต่อเนื่องไปถึงเดือนม.ค.-ก.พ. ปี 2553 เพราะฤดูที่ระบาดมากจะอยู่ช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว แต่การที่ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น ทำให้บางพื้นที่เริ่มเห็นอัตราป่วยค่อนข้างคงที่ไม่เพิ่มขึ้นเหมือนระยะแรก ถือเป็นสัญญาณที่ดี และการมีคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกันฯ มาสนับสนุนและเป็นหน่วยงานกลางประสานกับทุกภาคส่วน จะทำให้การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากประชาชนทุกคน สามารถช่วยหยุดการระบาดของโรคนี้ได้ ด้วยการมีสุขนิสัยที่ดีในการไอ จาม หมั่นล้างมือ ข้อสำคัญที่สุดคือหากป่วยมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ แม้อาการน้อยก็ขอให้หยุดงานหรือหยุดเรียนเฝ้าสังเกตอาการ และแยกพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ถ้าอาการน้อยจะหายได้เอง  หากเริ่มมีอาการมากหรือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงให้ไป หาแพทย์ทันที  
 
 
 
 
 

 

            นพ.มงคล ณ สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจัดการปัญหาไม่ได้ คนไทยทุกคนต้อง “รวมพลังสู้หวัด 2009” คณะอนุกรรมการฯเห็นตรงกันว่า ยุทธศาสตร์สำคัญคือสร้างเจ้าภาพร่วมในการทำงาน โดยมาตรการเร่งด่วนจะดำเนินการใน 7 หน่วยงานและสถานที่ที่มีคนจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 33 ล้านคน

            1. สถาบันการศึกษา ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม. ) เอกชน 40,153 โรง ที่มีนักเรียน นักศึกษาในความดูแล 20 กว่าล้านคน จะมีมาตราการเข้มข้นในการคัดกรองผู้ป่วย ทำความสะความสะอาดจุดสัมผัสร่วมกัน ให้นักเรียนมีแก้วน้ำและช้อนทานอาหารของตนเอง พร้อมสนับสนุนสื่อให้ความรู้เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009

           2. สถาบันอุดมศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน ราชภัฎ ราชมงคล มีมาตรการเข้มข้นคัดกรองผู้ป่วย และจะประชุมร่วมกันภายในกลางเดือนนี้ เพื่อให้เยาวชนมาร่วมเป็นพลังในการป้องกันโรค  

            3. กลุ่มบริการขนส่งสาธารณะ องค์การขนส่งมวลชนฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา ที่จะติดตั้งเจลล้างมือบริเวณให้บริการ อาทิ บนรถเมล์ ท่าเรือ สถานี ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะสนับสนุน 2 รูปแบบ คือ การมอบเจลล้างมือให้ในช่วงแรก และประสานกับองค์การเภสัชกรรม เพื่อให้หน่วยงานต่างๆจัดซื้อในราคาต่ำ โดยมีผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะไม่ต่ำกว่า 2600,000 คนต่อวัน คาดว่าจะเริ่มติดตั้งจุดล้างมือได้ภายในสัปดาห์หน้า

            4. เหล่าทัพ ที่ได้รับความร่วมมือ จากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ที่จะให้นำสื่อให้ความรู้เรื่องไข้หวัดเข้าไปเผยแพร่  เป็นนโยบายของทุกเหล่าทัพที่จะป้องกันไข้หวัด 2009 เพื่อดูแลกำลังพลและครอบครัวกว่า 2 ล้านคน 

            5. กรุงเทพมหานคร ที่ร่วมมือจัดมาตรการดูแลสถานที่ชุมชน อาทิ สวนสาธารณะ ตลาด โรงเรียน

            6. กระทรวงแรงงาน ที่จะร่วมสนับสนุนสื่อในการจัดคาราวานแรงงานป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009 ทั่วประเทศ ที่มีแรงงานในประกันสังคมกว่า 9 ล้านคน

            7. ชุมชนท้องถิ่น ผ่านกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนสื่อในองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ทั้ง 6,746 แห่ง โดยคณะอนุกรรมการฯ จะเดินหน้าประสานความร่วมมือ และสนับสนุนหน่วยงานอื่นๆต่อไป เพราะการ ป้องกัน  คือการต่อสู้กับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  2009 ได้อย่างดีที่สุด

            ส่วนมาตรการระยะยาวด้านวิชาการ ได้สนับสนุนให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาวิจัยพัฒนาวิธีการตรวจสอบภูมิ ต้านทาน เพื่อทราบภูมิคุ้มกันในระดับชุมชน และใช้ประเมินประสิทธิภาพของวัคซีน พร้อมทั้งศึกษาระบบควบคุมป้องกันโรค เพื่อเตรียมทำข้อเสนอแนะปรับปรุงระบบของไทย ต่อรัฐบาลสำหรับหน่วยงานและประชาชน สามารถติดต่อขอรับสื่อให้ความรู้ อาทิ โปสเตอร์ สติกเกอร์ ได้ที่หมายเลข 1330 และ 1422 หรือดูข้อมูลได้ที่ http://www.flu2009thailand.com  ที่จะมีวิธีการทดสอบการป่วยหรือไม่ป่วยด้วยไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 องค์ความรู้และข้อมูลจากทั่วโลก ที่ปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.thairath.co.th/content/special/24860

——————————————

(Update 6 สิงหาคม 2552)

สถานการณ์โรคในประเทศไทย

           ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2552 เวลา 11.00 น. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้

1. ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ จำนวน 10,043  ราย

2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 81 ราย

3. กลุ่มอายุของผู้ป่วยยืนยัน : ที่พบมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้

กลุ่มอายุ 11-20 ปี ร้อยละ 44.2

กลุ่มอายุ 6-10 ปี ร้อยละ 16.3

กลุ่มอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 13.7

กลุ่มอายุ 1-5 ปี ร้อยละ 8.5

กลุ่มอายุ 31-40 ปี ร้อยละ6.7

กลุ่มอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 4.9

กลุ่มอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 2.9

กลุ่มอายุ มากกว่า 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 1.5

 แสดงการกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายกลุ่มอายุ

6-7-2009

4. พื้นที่ตามที่อยู่ของผู้ป่วยยืนยัน : พบผู้ป่วยยืนยันในทุกจังหวัดของประเทศไทย อำเภอ/เขต ที่พบผู้ป่วยยืนยัน คิดเป็นร้อยละ 74.59 พบจำนวนผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 100 ราย จำนวน 19 เขต ได้แก่

เมืองนนทบุรี 291 ราย

เมืองเชียงใหม่ 251 ราย

เมืองอุดรธานี 221 ราย

เมืองสมุทรปราการ 178 ราย

เขตพญาไท 149 ราย

เมืองปทุมธานี 146 ราย

เขตจตุจักร 145 ราย

เขตปากเกร็ด 124 ราย

เขตภาษีเจริญ 123 ราย

เขตจอมทอง 121

เขตดุสิต 119 ราย

เขตบางขุนเทียน 117 ราย

เมืองภูเก็ต 114 ราย

เขตดินแดง 111 ราย

ลาดพร้าว 106 ราย

เขตบางแค 105 ราย

เขตบางบัวทอง 102 ราย

เขตยานนาวา 101 ราย

เขตราชเทวี 100 ราย

 แสดงการกระจายของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายอำเภอ

6-7-2009-2

 

ข้อมูลอ้างอิง: http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200908051440.pdf

****************

รายงานขององค์การอนามัยโลก

          ข้อมูลจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิต ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2552  องค์การอนามัยโกแจ้งการยกเลิก รายงานเฉพาะรายและจำนวนสะสม confirmed case ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่สะท้อนความจริงซึ่งการระบาดได้ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก และบางประเทศมีการระบาดในชุมชนแล้ว การรายงานดังกล่าวจะเป็นภาระและไม่อาจทำได้ทันเวลาเพราะต้องใช้ทรัพยากร คน เวลาห้องปฏิบัติการจำนวนมาก พร้อมแนะนำให้ใช้วิธีการทางระบาดวิทยาติดตามแทน (Epidemic Monitoring) 

ประเทศในภูมิภาค

จำนวนผู้ป่วย

เสียชีวิต

ประเทศในแอฟริกา

229

 0

ประเทศในอเมริกา

 98,242

1,008

ประเทศในตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน

 1,301

1

ประเทศในยุโรป

26,089

 41

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่นไทย อินเดีย อินโดนีเชีย   ศรีลังกา  บังกลาเทศ   

9,858

 65

(ไทย)

ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิกฟิกด้านตะวันตก  เช่นจีน  เกาหลี  ญี่ปุ่น เวียดนาม  ฟิลิปปินส์  มาเลเชีย

 26,661

39

ทั้งหมด

162,380

 1,154

 

 http://www.who.int/csr/don/2009_08_04/en/index.html

 

 ——————————–

(Update 5 สิงหาคม 2552)

             กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่า ในการประชุมผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 18 เขต ซึ่งมีนายวิทยา เป็นประธาน ทางสำนักวิชาการสาธารณสุข โดย พญ. ศรีวรรณา พูลสรรพสิทธิ์ หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข ได้จัดทำเอกสารรายงานตัวเลขผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่แจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน โดยระบุว่าขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยยืนยัน 10,045 ราย แล้ว นอกจากนี้ยังมีการแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบตัวเลขผู้เสียชีวิตในรอบ สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งจะแถลงในวันที่ 5 ส.ค.นี้  มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 16 ราย เมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตสะสมก่อนหน้านี้ 65 ราย ทำให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตสะสม 81 ราย

             สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงฮานอยประเทศเวียดนามว่า โฆษกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดคาห์น ฮัว จังหวัดชายฝั่งด้านทิศใต้ของประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตรายแรกของประเทศเวียดนามด้วยเชื้อไวรัสไข้ หวัดใหญ่เป็นหญิงสาววัย 29 ปี ในจังหวัดคาห์น ฮัว เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้เพียง 4 วันเท่านั้นก็เสียชีวิต โดยผลการตรวจชันสูตรศพยืนยันออกมาเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อ นอกจากนั้น บุตรชายวัย 9 ขวบ ของผู้ตายก็ติดเชื้อไวรัสเช่นกัน

   

             ประเทศอินเดีย มีรายงานว่าพบผู้ป่วยเสียชีวิตรายแรกเช่นกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี อยู่ที่เมืองปูเน่ ทางตะวันตกของประเทศ โดยผลตรวจยืนยันออกมาแล้วว่าติดเชื้อไวรัส

             ประเทศมาเลเซีย สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย แจ้งว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นรายที่ 8 แล้วของมาเลเซีย เป็นหญิงวัย 51 ปี อาชีพครู ติดเชื้อไวรัสแล้วเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วประเทศนั้นอยู่ที่ 1,446 ราย

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=12313

———————————

(Update 2 สิงหาคม 2552)

สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่2009 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

              เมื่อวันที่ 2  สิงหาคม 2552 องค์การอนามัยโลกได้รับรายงาน จำนวนผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จำนวน  10,036 ราย  มีผู้เสียชีวิต  จำนวน  65 ราย  จากประเทศไทย  ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่ได้รับการรายงานการเสียชีวิตในภูมิภาคนี้

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พื้นที่ที่มีการยืนยันแล้วมีดังนี้:

ประเทศไทย                         8,877         ราย

อินเดีย                                   551         ราย

อินโดนีเซีย                              495         ราย

ศรีลังกา                                    55         ราย

บังกลาเทศ                                28         ราย

เนปาล                                      17         ราย

พม่า                                          9          ราย

ภูฏาน                                        3          ราย

มัลดิฟส์                                      1         ราย

 

               WHO รายงานผู้ป่วยทั่งโลกเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 จำนวน 134,503  ราย  เสียชีวิตจำนวน  816  ราย ได้รับการรายงานจาก 155 ประเทศ

 ข้อมูลอ้างอิง: http://www.searo.who.int/EN/Section10/Section2562.htm

—————————————————

(Update 29 กรกฏาคม 2552)

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย

             ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 เวลา 11.00 น. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ดังนี้

1. ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ สะสม จำนวน 8,879 ราย

2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต สะสม จำนวน 65 ราย

3. กลุ่มอายุของผู้ป่วยยืนยัน : ที่พบมากที่สุดเรียงตาม ลำดับ ดังนี้ กลุ่มอายุ 11-20 ปี ร้อยละ 45.7 กลุ่มอายุ 6-10 ปี ร้อยละ 15.6 กลุ่มอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 13.9 กลุ่มอายุ 1-5 ปี ร้อยละ 7.6 กลุ่มอายุ 31-40 ปี ร้อยละ 6.7 กลุ่มอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 4.8 กลุ่มอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 2.8 กลุ่มอายุ มากกว่า 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 1.5 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง http://203.157.15.4/Flu/situation/y52/flu_200907291523.pdf

——————————

(Update 28 กรกฏาคม 2552)

                   ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ประจำภาควิชาอารุศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า การประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ที่มี ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่เป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นด้วยกับการให้คลินิกจ่ายยาต้านไวรัสเซลทามิเวียร์  นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการฯ  ที่ประชุมได้นำตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสำนักระบาดวิทยามาดู พบว่า จาก 66 รายนั้น มี 1 ใน 3 หรือ ประมาณ 22 ราย ที่ไม่มีโรคประจำตัว ดังนั้นก็เป็นไปตามที่ตนตั้งข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ว่า คนแข็งแรงก็สามารถป่วยและเสียชีวิตได้ ดังนั้นประเด็นที่ต้องตั้งคำถามคือ

                   1. ผู้ป่วยได้รับยาช้าจริงหรือไม่ 

                   2. ถ้าคนไข้ไม่ได้ยาช้ามาจากเรื่องคุณภาพของยาต้านไวรัสหรือไม่

                   3. เชื้อไวรัสดื้อยาหรือไม่

ข้อมูลอ้างอิง:  

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=38&contentID=10932

———————————

(Update 26 กรกฏาคม 2552)

สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่2009ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                   เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 องค์การอนามัยโลกได้รับรายงาน จำนวนผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จำนวน  7,559 ราย  มีผู้เสียชีวิต  จำนวน  44 ราย  จากประเทศไทย  ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่ได้รับการรายงานการเสียชีวิตในภูมิภาคนี้

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พื้นที่ที่มีการยืนยันแล้วมีดังนี้:

ประเทศไทย                         6,776         ราย

อินเดีย                                   371         ราย

อินโดนีเซีย                              322         ราย

ศรีลังกา                                    44         ราย

บังกลาเทศ                                24         ราย

เนปาล                                      16         ราย

พม่า                                          4          ราย

ภูฏาน                                        2          ราย

 

ข้อมูลอ้างอิง   http://www.searo.who.int/EN/Section10/Section2562.htm 

 ————————————-

 

 7-10-2009

รูปอัตราป่วยสะสมด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด A (H1N1) ที่ได้รับรายงาน รายจังหวัด ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2552

 2. ผู้ป่วยยืนยันฯ ที่เสียชีวิต จำนวน 165 ราย
• ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 3 ตุลาคม 2552 ไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) รายใหม่
3. สถานการณ์โรคภายในช่วง 14 วันที่ผ่านมา (20 กันยายน – 3 ตุลาคม 2552)
• มีรายงานผู้ป่วยยืนยันที่เริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวน 195 ราย พบใน 34 จังหวัด
• ไม่มีจังหวัดที่มีการรายงานของผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1)
มากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 50 ของอำเภอในจังหวัด
• อำเภอที่รายงานผู้ป่วยยืนยันเริ่มป่วยในช่วง 14 วัน ที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 10 ราย ได้แก่
อำเภอเมืองขอนแก่น และเมืองอุดรธานี

7-10-2009-2

รูปแสดงความหนาแน่น การกระจายของการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จากข้อมูลผู้ป่วยยืนยัน ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา รายจังหวัด และ อำเภอ ประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(Update 30  กันยายน 2552)

 

4 thoughts on “สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009(4)

    • เรื่องนี้ต้องช่วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะสถานศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา ตลอดจนครูทุกคนควรให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคไข้หวัด2009 แพร่กระจายอย่างทุกวันนี้
      อาจารย์ขิง

    • เรียน คุณกฤตพร ที่เคารพ
      เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ แต่กระแสของเรื่องนี้แผ่วลง ในฐานะที่เป็นครูยังคิดว่าเราควรให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่กลุ่มเป้าหมาย ตลอดเวลาเป็นการป้องกันดีกว่ามาแก้ไขมันอาจจะสายเกินไปสำหรับชีวิตคนทุกคน ค่ะ
      อาจารย์ขิง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s