8 กันยายน วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ

 8-september-1

 

ความเป็นมา
            เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว ที่โลกได้มีการเฉลิมฉลองวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ (International Literacy Day) ในวันที่ 8 กันยายนของทุกปี โดยเริ่มต้นแต่ปี พ.ศ. 2509 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการรู้หนังสือ อันเป็นหลักการของ UNESCO 
            การประชุมสมัยสามัญของ UNESCO แรกเมื่อปี พ.ศ. 2489 ผู้อำนวยการใหญ่ได้ เรียกร้องให้ชาวโลกให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อปวงชน(Education for All) โดยเฉพาะเด็กที่ตกหล่นอยู่นอกโรงเรียนและในที่ประชุม World Conference of Ministers of Education on the Eradication of  llliteracy ณ กรุงเตหะราน เมื่อปี พ.ศ. 2508  มีการเสนอให้ วันที่ 8 กันยายน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของการประชุมดังกล่าว ให้เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ

 

ทศวรรษแห่งการรู้หนังสือของสหประชาชาติ (2003 – 2012)

logo_UNLD_15องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้นำเสนอประเด็นในช่วงนี้คือ ทศวรรษแห่งการรู้หนังสือ  ภายใต้คำขวัญของ “Literacy as Freedom” การรู้หนังสือเป็นการให้อิสรภาพแก่ผู้คนทั้งหลาย เป็นอิสรภาพจากความไม่รู้ อิสรภาพจากความยากจน อิสรภาพจากความเจ็บไข้ได้ป่วย เพียงเพราะคนเหล่านั้น มีความรู้ สามารถอ่านออกเขียนได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อรู้หนังสือและมีโอกาสนำไปปฏิบัติแล้ว ก็จะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเสรี และมีชีวิตที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น การรณรงค์ในวันที่ 8 กันยายน จึงเป็นความพยายามที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลของทุกๆ ประเทศ และทุกๆ คนในสังคมตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องระดมสรรพกำลังแก้ไขปัญหาความไม่รู้หนังสือของประชากรในประเทศ โดยมีเป้าหมายของการศึกษา คือการเพิ่มอัตราการอ่านออกเขียนได้ 50% ในปี 2,015

 

ผู้ชนะรางวัล UNESCO International Literacy 2,009

            โครงการ 4 โครงการเกี่ยวกับการรู้หนังสือใน อัฟกานิสถาน, บูร์กินาฟาโซ , อินเดีย และ ฟิลิปปินส์ ได้รับรางวัล UNESCO International Literacy ในปีนี้และโครงการใน ประเทศภูฏาน ได้รับรางวัลพิเศษ

           UNESCO International Literacy เป็นรางวัลที่ให้ทุกปีสำหรับผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับนวัตกรรมในการอ่านออกเขียนได้ทั่วโลก  ตามโครงการทศวรรษแห่งการรู้หนังสือของสหประชาชาติ  พิธีมอบรางวัลจะมีขึ้นที่ยูเนสโกในกรุงปารีส วันที่ 8 กันยายน 2009  (International Literacy Day ) 

 

1. รางวัล UNESCO King Sejong Literacy

          UNESCO King Sejong Literacy Prize ถูกตั้งขึ้นในปี 1989 จากการสนับสนุนของรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี  รางวัลนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่  King Sejong โดย ผู้สร้างอักษรภาษาเกาหลี  เมื่อ 500 ปีที่แล้ว   รางวัลมอบให้ รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐและองค์กรภาครัฐ (เอ็นจีโอ) ที่มีกิจกรรมแสดงความสำเร็จในการต่อสู้เพื่อการรู้หนังสือ  ก็ให้พิจารณาพิเศษในการสร้างพัฒนาและเผยแพร่ของภาษาแม่ ในประเทศกำลังพัฒนา   รางวัลประกอบด้วยเงินรางวัลจำนวน $ 20,000   เหรียญรางวัลและใบรับรอง.

 

Tin Tua – บูร์กินาฟาโซ

no1

 รางวัลที่ 1  คือ Tin Tua’s Literacy Programme ในบูร์กินาฟาโซตะวันออก.  ชื่อในภาษา Gulimancema หมายถึง ” let’s help ourselves develop ”  มีความผลการดำเนินงานที่ดีเลิศ เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมในการใช้ภาษาแม่  นำวัสดุในท้องถิ่นมาผลิตสื่อในการเรียน สื่อเหมาะกับผู้เรียน และเป็นการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน.

 

 Nirantar – อินเดีย

no2

รางวัลที่ 2  คือโครงการ Nirantar ของ Khabar Lahariya  “คลื่นข่าว”  ในรัฐ Uttar ทางภาคเหนือของอินเดีย  โดยสร้างหนังสือพิมพ์รายปักษ์ชนบทที่ผลิตเองและจำหน่ายโดยผู้หญิง “ชนชั้นล่างทางสังคมของอินเดีย” มีผู้อ่านมากกว่า 20,000 คน

 

 

2. รางวัล UNESCO Confucius Prize for Literacy

          UNESCO Confucius Prize for Literacy ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 จากการสนับสนุนของรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน  รางวัลนี้ให้ความตระหนักถึงกิจกรรมของบุคคลรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐและองค์กรภาครัฐ (เอ็นจีโอ) ที่ทำงานในการรู้หนังสือให้บริการผู้ใหญ่ชนบทและเยาวชนนอกโรงเรียนหญิงและเด็กโดยเฉพาะ  แต่ละรางวัลประกอบด้วยเงินรางวัลจำนวน $ 20,000  เหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร.

 

SERVE – อัฟกานิสถาน

no3รางวัลที่ 1  คือ “โครงการพัฒนาภาษา Pashai  ” ดำเนินการโดย SERVE อัฟกานิสถาน.  ได้ริเริ่มให้มีการเรียนรู้ อ่านออกเขียนได้  การสาธารณสุขและการศึกษาเกี่ยวกับโภชนาการของชนกลุ่มน้อยชาวPashai ประมาณ 1,000 คน แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในอัฟกานิสถาน โครงการมีการจัดการเพื่อรักษาเน้นการศึกษาโดยเฉพาะสตรีและเด็ก  เข้าร่วมเรียนรู้ที่จะใช้ข้อมูลในภาษาท้องถิ่นของพวกเขา

 

  สภาเทศบาลเมือง Agoo, La Union  – ฟิลิปปินส์

no4รางวัลที่ 2 คือ สภาเทศบาลของ Agoo, La Union, ฟิลิปปินส์  สำหรับการศึกษาต่อเนื่องและตลอดชีวิต มีหลักสูตรการเรียนจำนวนมาก  การศึกษาและโอกาสในการฝึกอบรมทั้งหมดประชากร  การประสานงานกิจกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการขจัดความไม่รู้หนังสือและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่ของ 49 หมู่บ้าน

 

 

 

 Non-Formal and Continuing Education Programme  – ภูฏาน

no5รางวัลพิเศษ  UNESCO Confucius Prize for Literacy ให้รางวัลแก่การศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาต่อเนื่อง หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของภูฏาน สำหรับวิธี holistic ในการอ่านออกเขียนได้และความสำเร็จในการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล  โครงการอ่านออกเขียนได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศของ “ความสุขมวลรวมแห่งชาติ” รวมทั้งเน้นการศึกษาผู้ใหญ่และเยาวชนนอกโรงเรียนโดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก

 

  

ข้อมูลอ้างอิง 

http://www.lib.ru.ac.th/journal/sep/sep08-LiterateDay.html
http://www.unesco.org/en/literacy/un-literacy-decade/
http://www.unesco.org/en/literacy/literacy-prizes/winners-2009_18872/

 ——————————————–

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s