การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน

รายงานการวิจัย วิจัยปฏิบัติการ : การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

ผู้วิจัย ประสิทธิ์  แสงพินิจ ผู้อำนวยการศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโนนสูง

ปีที่ศึกษาวิจัย 2550

บทคัดย่อ 

               การวิจัยปฏิบัติการ : การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ในอำเภอโนนสูงจังหวัดนครราชสีมา ครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา  ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ     1) ผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ครูการศึกษานอกโรงเรียน ของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 21 คน  2) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการนำเอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชนไปใช้ ได้แก่ ครูการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ในกลุ่มนครพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 110 คน 3) ประชาชนตำบลเมืองปราสาท และตำบลคอหงษ์ ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่รวมกลุ่มกันประกอบอาชีพ จำนวน 26 กลุ่มอาชีพ 449 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่  1) แบบสำรวจภาคสนาม เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน กลุ่มพัฒนาอาชีพ  2) แบบสัมภาษณ์เพื่อการสนทนากลุ่ม  3) แบบสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครูการศึกษานอกโรงเรียน ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา  4) แบบบันทึกการทดลอง จากการสังเกตและการสัมภาษณ์  5) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูการศึกษานอกโรงเรียน เกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้เอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และ  6) แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนที่เป็นสมาชิกกลุ่มพัฒนาอาชีพ เกี่ยวกับผลที่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

               การดำเนินการวิจัย มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยการศึกษาภาคสนาม (Field Study)  2) การออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน  3) การศึกษาความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ไปใช้ 4) ปฏิบัติการทดลองใช้ และพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน 5) ประเมินคุณภาพ รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน

ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้

               1. สภาพปัญหาการดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนกลุ่มพัฒนาอาชีพ

                      1.1 การจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน ให้กับกลุ่มพัฒนาอาชีพมีหลายกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ในรูปแบบของหมู่บ้านพออยู่พอกิน โดยจัดให้มีการประกวดคุ้มหมู่บ้านดีเด่น 5 ประเภท คือ คุ้มพออยู่พอกิน คุ้มสะอาด น่าอยู่ คุ้มสามัคคี คุ้มสุขภาพอนามัยดี คุ้มรักเรียน และมีการจัดนิทรรศการผลงานกลุ่มพัฒนาอาชีพของศูนย์การเรียนชุมชน ในอำเภอโนนสูง 16 แห่ง จัดอบรมการเรียนรู้หมู่บ้านพออยู่พอกิน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและโครงการคาราวานแก้จน นอกจากนั้นยังได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
                        1.2 ปัญหาของกลุ่มพัฒนาอาชีพ หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนและกลับไปประกอบอาชีพ มีปัญหาในการประกอบอาชีพ ดังนี้ คือ สมาชิกกลุ่มอาชีพยังมีความรู้ ทักษะ และเทคนิค ในการประกอบอาชีพน้อย ขาดการรวมกลุ่มอาชีพ เนื่องจากขาดผู้นำกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็ง สมาชิกกลุ่มอาชีพไม่เห็นความสำคัญ และประโยชน์ของการรวมกลุ่มอาชีพ ขาดความสามัคคีในกลุ่มและขาดการประสานงานที่ดีของกลุ่ม นอกจากนั้นยังขาดพื้นที่ในการประกอบอาชีพ หรือมีพื้นที่หรือสถานที่ไม่เหมาะสม  ขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ  วัตถุดิบในการประกอบอาชีพไม่เพียงพอ  มีวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ ในการประกอบอาชีพ ไม่เพียงพอ ไม่ทันสมัย มีปัญหาเกี่ยวกับราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่มีตลาดรองรับ และไม่มีหน่วยงานมาสนับสนุนส่งเสริม ในการประกอบอาชีพ 

               2. การออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ได้จัดทำเป็นเอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชนในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเอกสารประกอบด้วย เนื้อหาสาระ 6 บท ดังนี้

                           บทที่ 1 การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ
                           บทที่ 2 กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ชุมชน
                           บทที่ 3 เทคนิคเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
                           บทที่ 4 แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
                           บทที่ 5 แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด
                           บทที่ 6 แนวทางการควบคุมสินค้าและการบัญชีสำหรับธุรกิจชุมชน

                 3. การศึกษาความเป็นไปได้ ในการนำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ไปใช้
                  ผลจากการศึกษาความเป็นไปได้ ในการนำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชนไปใช้ สรุปได้ดังนี้ 
                      3.1 มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับประชาชน เนื่องจากรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้สามารถส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาอาชีพของตนเองของกลุ่มพัฒนาอาชีพและของชุมชน เป็นรูปแบบที่ให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เช่น ประชาชน ได้มีโอกาสในการวิเคราะห์ระบบงานและมาตรฐานในการทำงานของกลุ่มพัฒนาอาชีพ เพื่อที่จะพัฒนาอาชีพของกลุ่มอาชีพและได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในชุมชน ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง เช่น การร่วมกันคิดวิเคราะห์ในการวางแผนการตัดสินใจ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ การแก้ปัญหาร่วมกัน และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน ประชาชนได้มีโอกาสในการฝึกอบรมและการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชุมชน ทำให้ประชาชนมองเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพของตนและของกลุ่มพัฒนาอาชีพ เกิดการระดมทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน และมีระบบบริหารจัดการเกี่ยวกับกลุ่มพัฒนาอาชีพ ของชุมชนได้อย่างเหมาะสม
                    3.2 ความเป็นไปได้เกี่ยวกับแนวคิดและหลักการในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ มีความเป็นไปได้ดังนี้ คือ ความเป็นไปได้ตามหลักความเสมอภาคทางการศึกษา เนื่องจากรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่รวมกลุ่มพัฒนาอาชีพ มีโอกาสในการพัฒนาอาชีพของตนเอง ของกลุ่มพัฒนาอาชีพ มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่สนองตอบความต้องการของผู้เรียน มีความเป็นไปได้ ตามหลักการพัฒนาตนเองและการพึ่งพาตนเอง เนื่องจากรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เข้ารับการอบรม ได้แลกเปลี่ยนความรู้และลงมือปฏิบัติจริงและเกิดการเรียนรู้จากกระบวนการเรียนรู้จากกลุ่ม ทำให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาตนเองและพัฒนากลุ่มพัฒนาอาชีพของตนเองได้ และสอดคล้องกับหลักบูรณาการการเรียนรู้และวิถีชีวิตจริงเนื่องจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มพัฒนาอาชีพสามารถเรียนรู้พร้อมกับการประกอบอาชีพของตนเอง และของกลุ่มพัฒนาอาชีพเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิตของผู้เรียน ที่จะสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ และรูปแบบของการจัดกระบวนการเรียนรู้ยังสอดคล้องกับหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ประชาชนในชุมชน มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการพัฒนาการของกลุ่มอาชีพอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนเป็นสมาชิกของกลุ่มพัฒนาอาชีพกลุ่มต่างๆ มีบทบาททั้งเป็นผู้นำชุมชนและสมาชิกของชุมชน 
                3.3 ความเป็นไปได้ของวิธีการที่นำมาใช้ในการจัดการความรู้ โดยใช้รูปแบบกระบวนการจัดการความรู้ในชุมชน 5 ขั้นตอน คือ การกำหนดความรู้ การเสาะแสวงหาความรู้ภายในชุมชนที่ต้องการใช้ การสร้างองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ และการประยุกต์ใช้ความรู้ ซึ่งกระบวนการจัดการความรู้ดังกล่าว มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในการจัดการความรู้ให้กับผู้เรียน ดังนี้

                    การกำหนดความรู้ เป็นขั้นตอนที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้เพราะประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกของชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาชุมชนของตนเองเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายของการพัฒนาชุมชนของตน ดังนั้น การกำหนดความรู้เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้จะต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของชุมชน และความต้องการของประชาชน จึงจะสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ประชาชนได้พัฒนาอาชีพและกลุ่มพัฒนาอาชีพได้

                    การแสวงหาความรู้ภายในชุมชนที่ต้องการใช้ มีความเหมาะสมในการนำมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เนื่องจากในชุมชนมีความรู้ ภูมิปัญญาที่เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้ของคนในชุมชน เมื่อนำมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเชื่อมโยงความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน นำมาผสมผสานกับภูมิปัญญาสากล ก็จะสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประชาชน และกลุ่มพัฒนาอาชีพ ในชุมชนได้

                   การสร้างความรู้ มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้กับการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งกับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน เนื่องจากการพัฒนาอาชีพโดยใช้เศรษฐกิจกับชุมชน ประชาชนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวคิดหลักการต่าง ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน ซึ่งจะต้องศึกษาความรู้ใหม่ ๆ เช่น เรื่องธุรกิจชุมชน การแสวงหาช่องทางในการเข้าสู่อาชีพ การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด เทคนิคและการวางแผนการตลาด การควบคุมสินค้าและบริการ และการจัดทำบัญชีสำหรับธุรกิจเป็นต้น ซึ่งผู้เรียนจะต้องนำความรู้ดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ ก็จะสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้จากการปฏิบัติจริง

                    การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นวิธีการที่เหมาะสมในการนำมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เนื่องจากการเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ผู้เรียนเป็นผู้มีประสบการณ์หลากหลาย การจัดกระบวนการเรียนรู้จะเป็นลักษณะกระบวนการกลุ่ม ผู้เรียนจะอาศัยกลุ่มเป็นเครื่องมือตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของตนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผู้เรียนแบ่งปันความรู้ ความเข้าใจของตนเอง แก่ผู้อื่น และได้รับประโยชน์จากแนวคิด ความรู้และประสบการณ์ของผู้อื่นพร้อม ๆ กัน

                     การประยุกต์ใช้ความรู้ การประยุกต์ใช้ความรู้เป็นขั้นตอนที่เหมาะสมและสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้นำความรู้จากเนื้อหาสาระต่าง ๆ ที่เรียนมาแล้ว นำไปประยุกต์ ใช้ในการพัฒนาอาชีพของตนเองและกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่น การระดมทุน การผลิต การตลาด การบริหารจัดการ รวมทั้งการแสวงหาความร่วมมือ จากแหล่งอาชีพอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

                4. การทดลองใช้ และ พัฒนารูปแบบการวัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งกับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้ เศรษฐกิจชุมชน    การทดลองใช้ และพัฒนารูปแบบ ได้ปฏิบัติการทดลอง กับกลุ่มพัฒนาอาชีพ 26 กลุ่ม ในพื้นที่ตำบลเมืองปราสาท และตำบลคอหงษ์ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการทดลอง 3 ครั้งผลจากการทดลอง สรุปได้ ดังนี้
                     4.1 ผลจากการทดลองครั้งที่ 1 พบว่าผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เนื่องจากพื้นที่ที่ใช้ในการทดลองเคยเป็นพื้นที่ในตำบลนำร่องการดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน ตามยุทธศาสตร์การดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ปี พ.ศ. 2549 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน ในการพัฒนากลุ่มพัฒนาอาชีพ ทำให้ผู้เรียนมีพื้นฐานเกี่ยวกับ การพัฒนาอาชีพ นอกจากนั้น ยังพบว่า ครูการศึกษานอกโรงเรียนที่รับผิดชอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน เป็นผู้มีความเสียสละ มีความมุ่งมั่นเอาใจใส่ต่อผู้เรียน และข้อดีอีกประการหนึ่ง คือ ครูการศึกษานอกโรงเรียนเป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำเภอโนนสูง มีความเข้าใจขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนเป็นอย่างดี และครูเป็นผู้มีทักษะ ในการทำงานกับชุมชน จึงเป็นที่ยอมรับนับถือศรัทธา ของประชาชนที่อยู่ในชุมชน

                      ผู้เรียนและชุมชนมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพโดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ทำให้ผู้เรียนมีความรู้ทักษะและสามารถพัฒนาอาชีพของตนเองและของกลุ่มพัฒนาอาชีพ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มอาชีพ สร้างงาน สร้างอาชีพ มีรายได้
                       ปัญหาที่พบในการทดลองครั้งที่ 1 คือ 1) ครูการศึกษานอกโรงเรียนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาสาระที่จะนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน คือ การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ กระบวนการศึกษาวิเคราะห์ชุมชน การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด และการควบคุมสินค้า และการบัญชีสำหรับธุรกิจชุมชน 2) รูปแบบการพัฒนาครูการศึกษานอกโรงเรียนยังไม่เหมาะสม ไม่สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานให้กับครูได้ทุกคน เนื่องจากพื้นฐานความรู้ของครูแต่ละคนไม่เท่ากัน ระยะเวลาในการฝึกอบรมครูน้อย ครูการศึกษานอกโรงเรียนมีวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับเนื้อหาวิชาที่จัดกิจกรรม การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ทำให้ครูต้องใช้เวลาในการศึกษาเนื้อหาสาระมาก 3) สื่อเอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนสำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน มีเนื้อหาบางส่วน ยังไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหายังไม่สมบูรณ์ การลำดับความยากง่ายของเนื้อหายังไม่ถูกต้อง มีทฤษฎีและหลักการมากเกินไป ขาดเนื้อหาที่สำคัญ เช่น เศรษฐกิจชุมชน และขนาดรูปเล่มและตัวอักษรไม่เหมาะสม จึงนำปัญหาและข้อบกพร่องต่าง ๆ มาปรับปรุง รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพโดยใช้เศรษฐกิจชุมชน โดยพัฒนาเอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพโดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ให้มีความสมบูรณ์และมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ครูการศึกษานอกโรงเรียนสามารถนำไปใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนารูปแบบในการพัฒนาครูการศึกษานอกโรงเรียนใหม่ โดยให้ครูการศึกษานอกโรงเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาสาระ วิธีการพัฒนา และระยะเวลาในการพัฒนาครู
                     4.2 ผลจาการทดลองครั้งที่ 2 พบว่า เอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน เป็นเอกสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย คือ ครูการศึกษานอกโรงเรียนสามารถนำไปใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้ เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ ในการพัฒนาอาชีพของตนเอง ของกลุ่มพัฒนาอาชีพ กระบวนการฝึกอบรมครูการศึกษานอกโรงเรียน ทำให้ครูการศึกษานอกโรงเรียนมีทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และการปฏิบัติจริง ปัญหาที่พบในการทดลองครั้งที่ 2 คือ ครูยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาสาระที่ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งกับชุมชน และขาดทักษะเกี่ยวกับการกำหนดกลยุทธ์การตลาด และการวิเคราะห์ชุมชน
                    จากปัญหาและข้อบกพร่องที่พบจากการทดลองครั้งที่ 2 ได้นำมาปรับปรุงรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนสำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน คือ ได้ดำเนินการปรับปรุงเอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน โดยปรับปรุงเนื้อหาเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เทคนิคการศึกษาและวิเคราะห์ชุมชน เกี่ยวกับการสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การใช้ข้อมูลเอกสาร การเข้าภาคสนาม การศึกษาแบบผสมผสาน นอกจากนั้น ยังได้ปรับปรุงเนื้อหาเกี่ยวกับการวางแผนการตลาด และการกำหนด กลยุทธ์การตลาด ยุทธศาสตร์เสริมการเรียนรู้ และเทคนิคการประเมินสภาวะชนบทอย่างเร่งด่วน (Rapid Rural Appraisal) และได้ฝึกอบรมครูการศึกษานอกโรงเรียนเพิ่มเติม ให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนกลุ่มพัฒนาอาชีพ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการพัฒนาอาชีพของตนเองและของกลุ่มพัฒนาอาชีพได้
                      4.3 ผลการทดลองครั้งที่ 3 พบว่า 1) เอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน มีคุณภาพทั้งด้านกายภาพของเอกสาร ด้านเนื้อหาของเอกสาร และด้านการนำเอกสารไปใช้ 2) รูปแบบการฝึกอบรมให้ความรู้แก่ครูการศึกษานอกโรงเรียนมีประสิทธิภาพทำให้ครูการศึกษานอกโรงเรียน มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะ สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาตนเอง พัฒนากลุ่มพัฒนาอาชีพ และพัฒนาชุมชนของตนสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของการพัฒนาอาชีพทีกำลังดำเนินอยู่ในชุมชน 3) รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนสำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการเรียนรู้ด้านพัฒนาอาชีพของตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ มีการรวมกลุ่มอาชีพกับผู้มีอาชีพเดียวกัน และผู้เรียนสามารถดำรงชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

              5. การประเมินคุณภาพรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
                    5.1 ผลการประเมินคุณภาพของเอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชนการประเมินระดับความคิดเห็น ของการใช้เอกสารแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยใช้เศรษฐกิจชุมชน พบว่า ครูมีความคิดเห็นว่า โดยรวมมีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งสามารถแจกแจงระดับความเหมาะสมเป็นรายด้าน ได้ดังนี้ 1) ด้านการนำเอกสารแนวทางไปใช้มีความคิดเห็นว่า เหมาะสมมากที่สุด ซึ่งเห็นว่า เนื้อหาสามารถนำไปปฏิบัติได้ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาอาชีพได้ ทำให้เกิดความเข้าใจและมองเห็นแนวทางในการพัฒนากลุ่มมีแนวทางที่เหมาะสมให้เลือกปฏิบัติ และเอกสารสามารถเพิ่มทักษะการพัฒนาอาชีพได้ 2) ด้านเนื้อหาของเอกสารแนวทาง มีความคิดเห็นว่าเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งเห็นว่า เนื้อหาทำให้มองเห็นแนวทางการพัฒนาอาชีพของกลุ่ม เนื้อหาสอดคล้องกับการพัฒนาอาชีพ เนื้อหาอ่านแล้วทำให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น เนื้อหาครอบคลุมการจัดกระบวนการเรียนรู้ เนื้อหาเรียบเรียงเหมาะสม และเนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 3) ด้านกายภาพของเอกสาร มีความคิดเห็นว่าเหมาะสมมาก ซึ่งเห็นว่าเนื้อหาในเอกสารครอบคลุมครบถ้วน การเรียงลำดับเนื้อหา ภาษาที่ใช้เรียบเรียง มีแนวปฏิบัติชัดเจน ทั้งรูปเล่มและขนาดตัวอักษร
                  5.2 ผลการสำรวจความคิดเห็นผู้เรียนที่เป็นสมาชิกกลุ่มพัฒนาอาชีพ 26 กลุ่ม จำนวน 449 คน ที่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลที่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา 1) ผู้เรียนที่เป็นสมาชิกกลุ่มพัฒนาอาชีพมีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลที่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ความคิดเห็นของผู้เรียนส่วนใหญ่ในภาพรวมเห็นด้วยในระดับมาก 2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลที่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ เป็นรายด้านพบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่เห็นด้วยในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับดังนี้ คือ ด้านผลที่เกิดต่อเศรษฐกิจชุมชน ด้านผลที่เกิดต่อกลุ่มพัฒนาอาชีพ ด้านผลที่เกิดต่อผู้เรียน และด้านเกิดความเข้มแข็งของชุมชน 3) ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลที่เกิดจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สำหรับกลุ่มพัฒนาอาชีพ ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ผู้เรียนส่วนใหญ่เห็นด้วยในระดับมากทุกข้อทั้ง 4 ด้าน สรุปได้ดังนี้
                            (1) ด้านผลที่เกิดต่อผู้เรียน คือ ผู้เรียนมีการรวมกลุ่มอาชีพกับผู้ที่มีอาชีพเดียวกัน สามารถพัฒนาอาชีพของตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ ดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และพึ่งตนเองได้ และมีทักษะในการเรียนรู้ด้านพัฒนาอาชีพเกี่ยวกับการกำหนดความรู้ และการเสาะแสวงหาความรู้ การสร้างองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการประยุกต์ใช้ความรู้ (2) ด้านผลที่เกิดต่อกลุ่มพัฒนาอาชีพ คือ กลุ่มพัฒนาอาชีพมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ มีกองทุนหมุนเวียนในการประกอบการและการพัฒนาอาชีพ มีการรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพ กลุ่มต่าง ๆ ในชุมชน สมาชิกในกลุ่มมีการเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง สมาชิกในกลุ่มมีความสามัคคี ผู้นำกลุ่มอาชีพมีความเข้มแข็ง มีความสามารถในการบริหารจัดการกลุ่ม สามารถยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการได้สูงขึ้น มีระบบการบริหารจัดการด้านการผลิต การบริการ และการตลาด และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ การผลิต และการตลาด (3) ด้านผลที่เกิดต่อเศรษฐกิจชุมชน คือ ประชาชนในชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ ได้รับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เรื่องธุรกิจชุมชน มีทักษะในเชิงธุรกิจ รวมตัวกันประกอบอาชีพในรูปแบบกลุ่มพัฒนาอาชีพและมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของธุรกิจของกลุ่มพัฒนาอาชีพ (4) ด้านเกิดความเข้มแข็งกับชุมชน คือ สมาชิกของชุมชนมีวิถีชีวิตตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง มีความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ร่วมกันคิดตัดสินใจดำเนินกิจกรรมและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของชุมชน มีกิจกรรมพัฒนาชุมชน โดยใช้ทุนที่มีอยู่ในชุมชน คือ ทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 *************************

One thought on “การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน

  1. การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน สำหรับกลุ่มพ พูดว่า:

    เรียนอาจารย์ค่ะ น่าสนใจดีค่ะ หากอยากอ่านเรื่องเต็ม สามารถติดตามได้ที่ไหนคะ
    หรือ รบกวนอาจารย์ส่งให้ทางเมลได้ไม๊ค่ะ
    กรรณิการ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s