Archive | กันยายน 2010

หลักสูตรวิชาประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก

อัญชลี ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
29 กันยายน 2553

หลักสูตรประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก

 

ความสำคัญ

            ประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก เป็นประเพณี ที่แสดงการคารวะแม่น้ำปิงของประชาชนจังหวัดตาก ซึ่งมีตำนานบอกเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ชาวบ้านลงเรือออกไปหาปลาในแม่น้ำปิงช่วงวันเดือนเพ็ญ  เมื่อคิดถึงบ้าน จึงนำกะลาลอยอาหารผ่านสายน้ำปิง สู่คนที่บ้านซึ่งอยู่ท้ายน้ำ  จึงสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำสายนี้ที่เป็นทั้งแหล่ง อาหารและนำพาความคิดถึงไปสู่คนทางบ้าน ต่อมาได้มีการพัฒนาการทำกระทงสาย โดยใช้กะลาบรรจุน้ำมันเทียน ลอยในแม่น้ำปิง เพื่อรำลึกและทดแทนพระคุณแม่น้ำปิงจนกลายเป็นกระทงสาย และมีการทอดผ้าป่าน้ำ คล้ายๆ การบังสุกุล กรวดน้ำอุทิศบุญกุศล ให้กับเจ้ากรรมนายเวร ผู้มีพระคุณ สืบทอดมาเกือบร้อยปี

          ประเพณีลอยกระทงสายจึงเป็นความภาคภูมิใจของคนจังหวัดตาก ซึ่ง ถือว่าเป็นประเพณีเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก  การลอยกะลาเทียน หรือประทีปซึ่งประกอบด้วยกระทงนำ กระทงตามและกระทงปิดท้าย จะเน้นความสามัคคี จังหวะ การลอยสายประทีปให้ต่อเนื่องและเป็นกลุ่ม หลังจาก ลอยกระทงนำหรือกระทงประธาน หรือกระทงทาน ซึ่งเป็นกระทงที่มีธูป เทียน ดอกไม้ เครื่องเส้นไหว้ แม่น้ำ ต่อด้วยกระทงตามจะมีจำนวนกระทงตามหรือประทีป มากน้อยเท่าไรขึ้นอยู่กับผู้ที่จะแสดงความเคารพ ไม่จำกัดจำนวนและต่อท้ายด้วยกระทงปิดท้าย

          ดังนั้นประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตากเป็นประเพณีที่มีความสำคัญเหมาะสมในการนำมาพัฒนารายวิชาเลือก เพื่อนำมาใช้ในการการจัดการศึกษานอกระบบตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศึกษา สาระการพัฒนาสังคม ซึ่งกำหนดให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสืบทอดศาสนา วัฒนธรรมประเพณีเของท้องถิ่นและประเทศไทย 

จุดมุ่งหมาย

           เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีและประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก

จุดประสงค์

          1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในประวัติความเป็นมาและความสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีและประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
          2. เพื่อให้สามารถประดิษฐ์และลอยกระทงสายได้
          3. เพื่อให้ตระหนัก เห็นคุณค่า อนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีและประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก

เนื้อหา

              1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรม
              2. ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
              3. ประเภทของกระทงสายจังหวัดตาก
              4. การประดิษฐ์กระทงสาย
              5. วิธีการลอยกระทงสายจังหวัดตาก
              6. การอนุรักษ์ และการส่งเสริมประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก

ระยะเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิต

               จำนวน  40  ชั่วโมง  1  หน่วยกิต
                     ภาคทฤษฎี 10 ชั่วโมง
                     ภาคปฏิบัติ 30 ชั่วโมง

สื่อประกอบการเรียนและแหล่งเรียนรู้

1. ใบความรู้
2. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. วิดีทัศน์เรื่องประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
4. แหล่งเรียนรู้ประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
              4.1 ชุมชนวัดไผ่ล้อม
              4.2 ชุมชนระแหง
              4.3 ชุมชนเขาแก้ว
              4.4 ชุมชนเชียงทองเหนือ
              4.5 ชุมชนเชียงทองใต้
              4.6 เทศบาลเมืองตาก 

การวัดผลประเมินผล

1. การสังเกตการเข้าร่วมกิจกรรม
2. ตรวจแบบฝึกหัด
3. การตรวจชิ้นงาน
4. ประเมินโครงงาน
5. ตรวจแบบทดสอบ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีและประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
  2. ผู้เรียนสามรถประดิษฐ์และลอยกระทงสายจังหวัดตากได้
  3. ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่า อนุรักษ์ และสืบทอด วัฒนธรรมประเพณีและประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก

โครงสร้างหลักสูตร

               1.  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรม
               2.  ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
               3.  ประเภทของกระทงสาย
                         3.1  กระทงนำ
                         3.2 กระทงตาม 
                         3.3 กระทงปิดท้าย

              4. การประดิษฐ์กระทงสาย
                         4.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
                         4.2 การประดิษฐ์กระทงนำ
                         4.3 การประดิษฐ์กระทงตาม
                         4.4 การประดิษฐ์กระทงปิดท้าย

                5. วิธีการลอยกระทงสายจังหวัดตาก
                           5.1 กระทงนำ
                           5.2 กระทงตาม
                           5.3 กระทงปิดท้าย

                  6. การอนุรักษ์และการส่งเสริมประเพณีลอยกระทงสายจังหวัดตาก
                           6.1 พิธีในวันขึ้น 14, 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12
                           6.2 จุดประทีปตามไฟ
                           6.3 พิธีสืบชะตาในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12
                           6.4 การประกวดกระทงสาย

 

Download                        

    *********************************** 

รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน

 

ชื่อเรื่อง  รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี

ชื่อผู้ศึกษา  สุรัตน์ ก้อนนาค

ปีที่ศึกษา  ปีการศึกษา 2550

บทคัดย่อ

          รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานีมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) สร้างและพัฒนาเอกสารประกอบการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุ จังหวัดอุทัยธานี ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80   
2)  ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอน หมวดวิชาพัฒนาสังคม และ ชุมชน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุ จังหวัดอุทัยธานี
3) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเรียน   โดยใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคม และ ชุมชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุ จังหวัดอุทัยธานี

           กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ลงทะเบียนเรียนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชนในภาคเรียนที่ 1 /2550  ของกลุ่มศูนย์การเรียนชุมชนสะแกกรัง ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี จำนวน 32  คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย

1) เอกสารประกอบการสอนเรื่องประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี 6หน่วยการเรียน ได้แก่
                           หน่วยที่ 1 ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
                           หน่วยที่ 2 ประวัติความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี
                           หน่วยที่ 3 การตั้งถิ่นฐานในท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี
                           หน่วยที่ 4 โบราณสถานที่สำคัญในจังหวัดอุทัยธานี
                           หน่วยที่ 5 โบราณวัตถุที่สำคัญในจังหวัดอุทัยธานี
                           หน่วยที่ 6 แนวทางการดูแลโบราณสถานและโบราณวัตถุ

2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
3) แบบสอบถาม ความคิดนักศึกษาที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนเรื่องประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี

            ผลการศึกษา มีดังนี้

1) เอกสารประกอบการสอนเรื่องประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี มีผลคะแนนจากการทดสอบระหว่างเรียน(E1) เท่ากับ 48.23  คิดเป็นร้อยละ 80.39  และได้คะแนนเฉลี่ยจากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(E2) เท่ากับ 49.73  คิดเป็นร้อยละ 82.89  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  เรื่อง ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.38/82.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคม และ ชุมชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุ จังหวัดอุทัยธานี  พบว่าคะแนนเฉลี่ยทดสอบหลังเรียนโดยเอกสารประกอบการสอน มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ84.27 และคะแนนทดสอบก่อนเรียนโดยเอกสารประกอบการสอนมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 56.67 มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 27.60 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี สูงขึ้นกว่าเดิม จึงสรุปได้ว่านักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องประวัติโบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี

3. ความรู้ความเข้าใจและความพึงพอใจ ของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง ประวัติศาสตร์โบราณสถานและโบราณวัตถุจังหวัดอุทัยธานี พบว่าโดยภาพรวมมีความรู้ความเข้าใจและมีความพึงพอใจ ต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนอยู่ในระดับมาก

 ********************************

รายงานการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง  รายงานการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่  5

ผู้รายงาน  นางสาวนิตยา  ตระกูลไทย

ระยะเวลา  ปีการศึกษา 2552       

         การพัฒนาและการทดลองใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา มีความมุ่งหมายของการศึกษา ดังนี้

1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม  ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80

2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้   

3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติม  ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้  กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ภาคเรียนที่  2 ปีการศึกษา  2552 โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา  จำนวน  30  คน   การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง  (Experimental  Research) โดยใช้แบบแผนการศึกษา Pre-Experimental  Design   แบบ One-Group  Pretest  Posttest  Design

       เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย

1)  หนังสืออ่านเพิ่มเติม  ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ 

2)  คู่มือการจัดการเรียนรู้ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ 

 3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  

4)  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

             การพัฒนาและการทดลองใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปรากฏผล ดังนี้

1.   หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพ  81.76/80.67  ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนา และวัฒนธรรม  ชั้นประถมศึกษาปีที่  5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 

3.  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน  ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม  ชุด  เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ อยู่ในระดับมากที่สุด

*************************