Archive | พฤศจิกายน 2010

รายงานการศึกษาการพัฒนาชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม

 

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง   รายงานการศึกษาการพัฒนาชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม

ผู้รายงาน   นางสมพิศ  เจตนา

หน่วยงาน  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์

ปีที่ศึกษา    2552

 

         การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างและพัฒนาชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม สำหรับนักศึกษาการศึกษานอกระบบ หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 50 ชั่วโมง ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบ หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 50 ชั่วโมง วิชาการ  แปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จำนวน 40 คนโดยเลือกสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและพัฒนาชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ระหว่างก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาการศึกษานอกระบบ หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 50 ชั่วโมง วิชาการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ มีดังนี้

         1) ชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม  มี 7 หน่วยการเรียน

                   หน่วยที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะขาม พันธุ์มะขามหวาน และการขยายพันธุ์มะขาม
                   หน่วยที่ 2 การแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม : อาหารคาว
                   หน่วยที่ 3 การแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม : อาหารขบเคี้ยว
                   หน่วยที่ 4 การแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม : ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับร่างกาย
                   หน่วยที่ 5 สุขอนามัยในการผลิตอาหารและการบรรจุภัณฑ์
                   หน่วยที่ 6 การจัดการและการตลาด
                   หน่วยที่ 7 การรวมกลุ่มอาชีพและการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

        2) แบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียน
        3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
        4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับความเหมาะสมของชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม

ผลการศึกษาพบว่า

      1) กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 37 คน มีอายุ 51 ปี ขึ้นไปมากที่สุด จำนวน 17 คน รองลงมามีอายุ 31–40 ปี จำนวน 10 คน และอายุ 41–50 ปี มีจำนวน 9 คน มีอาชีพรับจ้าง 34 คน เกษตรกร 5 คน และเป็นแม่บ้าน 1 คน มีการศึกษาระดับประถมศึกษา 33 คน มัธยมศึกษาตอนต้น 4 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรี และไม่มีวุฒิอย่างละ 1 คน ประสบการณ์ความรู้ที่เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม ไม่มีประสบการณ์เลย 19 คน รองลงมามีประสบการณ์ ความรู้ที่เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม 5-10 ปี มี 10 คน มีประสบการณ์ ความรู้ที่เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม น้อยกว่า 5 ปี มี 7 คน และมีประสบการณ์ ความรู้ที่เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม มากกว่า 10 ปี มี 4 คน 

       2) ประสิทธิภาพของชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม มีค่าเท่ากับ 82.61/89.90 แสดงว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80.00/80.00  และจากการเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม การทดสอบหลังเรียนมีคะแนนสูงกว่าการทดสอบก่อนการใช้ ชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขามอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01

        3) ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม มีความคิดเห็นว่าชุดการเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขาม มีความเหมาะสมในระดับมาก ถึงมากที่สุด โดยด้านรูปเล่มของชุดการเรียนมีค่าเฉลี่ยมากอับดับแรก รองลงมา คือด้านประโยชน์ที่ได้รับจากชุดการเรียน และด้านเนื้อหาของชุดการเรียน เป็นลำดับ

 *******************************

การวิจัย : แนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ชื่อเรื่องการวิจัย: แนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ผู้วิจัย:  นายณรงค์ อภิธนัง   ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอแม่จัน

ปีที่วิจัย:  ปีการศึกษา 2551

อาจารย์ที่ปรึกษา:  อัญชลี  ธรรมะวิธีกุล   ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ   

            การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนอำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย การดำเนินการวิจัยมี 2 ขั้นตอน ดังนี้

            ขั้นตอนที่ 1  การวิเคราะห์แนวทางการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย  ดำเนินการโดย
          1) ศึกษาสำรวจปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของ ศูนย์การเรียนชุมชนอำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย  เป็นการวิจัยภาคสนาม (Field research)
          2) วิเคราะห์แนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน  อำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ที่ศึกษา คือ  ศูนย์การเรียนชุมชนประจำตำบล 6 แห่ง ได้แก่ศูนย์การเรียนชุมชน ตำบลแม่จัน ตำบลป่าซาง ตำบลศรีค้ำ ตำบลแม่คำ  ตำบลสันทราย  ตำบลป่าตึงและศูนย์การเรียนชุมชนสำหรับชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงบ้านหล่อโย  1 แห่ง การวิจัยภาคสนามใช้การวิจัยแบบผสมผสาน(Mixed Methodology) เชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ  การรวบรวมข้อมูล โดยสัมภาษณ์เจาะลึก  (In – depth Interview) สนทนากลุ่ม (Focus – Group Discussion) และสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation)  เครื่องมือเครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม  ประเด็นการสนทนา ประเด็นการสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบบันทึกการสังเกตแบบมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนอำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย

             ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าแนวทางการมีส่วนร่วม  มี 5 ขั้นตอน ดังนี้

            ขั้นรับรู้  (Inform)  เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมเข้าถึงการรับรู้ข่าวสารข้อมูลต่างๆทุกด้านของศูนย์การเรียนชุมชน  สู่ประชาชน  เช่นการให้ข่าวสารทางวิทยุชุมชน  การกระจายเสียงตามสายในชุมชน ป้ายปิดประกาศ  จัดนิทรรศการ การให้ข้อมูลผ่านเว็บไซด์  รวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารของศูนย์การเรียนชุมชน จาก คณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชน  อาสาสมัคร  กศน. สู่ชาวบ้าน  และชาวบ้าน  สู่ชาวบ้าน  ในลักษณะปากต่อปาก  ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต่ำที่สุด แต่สำคัญที่สุด  เพราะเป็นก้าวแรกของการที่ราชการให้โอกาสประชาชนเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วม

            ขั้นรับฟังความคิดเห็น  (Consult) เป็นกระบวนการให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดเพื่อสะท้อนข้อมูล  ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสภาพและปัญหาต่าง ๆ ของชุมชน โดยเปิดเวทีชุมชนให้ประชาชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาของชุมชน  

            ขั้นเกี่ยวข้อง (Involve) เป็นกระบวนการเวทีชุมชนที่ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาด้วยการออกแบบการจัดการเรียนรู้ กศน.ในรูปแบบแม่จันโมเดล  เพื่อนำไปใช้ในการจัดการศึกษา กศน. ของศูนย์การเรียนชุมชนให้แก่ประชาชน

            ขั้นความร่วมมือ (Collaborate) เป็นกระบวนการเวทีชุมชนที่ประชาชน องค์กรในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมตัดสินใจออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ของโรงเรียนเกษตรกร  และร่วมเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตของชาวนาที่เดือดร้อน  เรียนรู้หลักสูตรเรียนรู้การทำนาที่ลดต้นทุน  และเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยเกษตรอินทรีย์  ร่วมเรียนรู้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายร่วมสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเองโดยไม่พึ่งพาโรงสีข้าว  แต่ระดมทรัพยากรชุมชนสร้างโรงสีชุมชน  และเรียนรู้การกำหนดราคาข้าวขึ้นเองโดยเปิดตลาดชุมชนข้าวกล้องอินทรีย์เป็นผลิตภัณฑ์  OTOPของ ชุมชน  เช่นที่บ้านแม่คำ ได้รวมกลุ่มเป็นกลุ่มวิสาหกิจข้าวกล้องอินทรีย์ชุมชน

             ขั้นเสริมอำนาจประชาชน (Empower) เป็นขั้นที่ให้ประชาชนมีบทบาทในระดับสูงสุด คือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการควบคุมคุณภาพการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน  ด้วยการ ให้คณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชนร่วมประเมินคุณภาพการศึกษาตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน

             ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาแนวทางการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย  ได้นำแนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนไปทดลองใช้โดยนำไปปฏิบัติจริงในศูนย์การเรียนชุมชน  6  แห่ง  และ 1 ศูนย์การเรียนชุมชนสำหรับชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง ตลอดภาคเรียน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551

             กลุ่มตัวอย่าง  ที่ในการศึกษามีจำนวน 270 คน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
            1) ผู้นำชุมชนประกอบด้วย กำนัน 6  คน ผู้ใหญ่บ้าน  58  คน สมาชิก อบต 113  คน  รวม 177  คน
            2) ผู้มีบทบาทจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนประกอบด้วย ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน  10  คน ครูประจำกลุ่ม  15 คน รวม 25 คน
            3) ผู้มีบทบาทสนับสนุนการจัดการศึกษา ของ ศูนย์การเรียนชุมชน ประกอบด้วย เจ้าอาวาสวัดที่มีศูนย์การเรียนชุมชนตั้งอยู่ 7 รูป คณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชน 55 คน ตัวแทนผู้รับบริการการศึกษาจากศูนย์การเรียนชุมชน ได้แก่ ประธานนักศึกษา  6  คน รวม 68 คน 

            การเลือกกลุ่มตัวอย่าง  ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง  (Purposive Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 
            1) แบบสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมการจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
            2) ประเด็นการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษา ของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 
            3) ประเด็นการสนทนากลุ่มเพื่อหาแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษา ของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

            การรวบรวมข้อมูล ดำเนินการโดย   
             1) รวบรวมข้อมูลแนวทางการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนอำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย ด้วย การสัมภาษณ์ข้อมูลบริบทชุมชน แบบเจาะลึกผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 7   คน
             2) สอบถามกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 270  คน
             3)  สนทนากลุ่มและสัมภาษณ์แบบเจาะลึก กลุ่มตัวอย่าง  42  คน    
             4 ) สังเกตแบบมีส่วนร่วมโดยสังเกตสภาพทั่วไปของชุมชนและศูนย์ การเรียนชุมชน  ลักษณะการเรียนรู้ของคนในชุมชน  ในช่วงเวลาหลังสนทนากลุ่ม
              5) สนทนากลุ่มเพื่อสรุปผลการทดลองแนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียราย      

            ผลการศึกษา  พบว่าแนวทางพัฒนาการ  มีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนอำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย  ประกอบด้วยกระบวนการ 5  ขั้นตอน  คือ

            ขั้นตอนที่ 1 การรับรู้ เป็นขั้นการร่วมรับรู้โดยศูนย์การเรียนชุมชนเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลให้ชุมชนได้เข้าถึงรับรู้ข้อมูลข่าวสารทุกด้านด้วยวิธีการที่หลากหลายวิธี อย่างทั่วถึง และต่อเนื่อง
            ขั้นตอนที่ 2 การรับฟังความคิดเห็นเป็นขั้นการ ร่วมคิดโดยคณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชนร่วมกับ ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนเปิดเวทีชุมชนให้ประชาชน สะท้อนปัญหาและร่วมคิดหาแนวทางแก้ปัญหา
            ขั้นตอนที่ 3 การเกี่ยวข้องคือการร่วมออกแบบ โดยจัดเวทีชุมชนให้ประชาชนร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆของชุมชนด้วยการกำหนดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของศูนย์การเรียนชุมชน
            ขั้นตอนที่ 4 ความร่วมมือเป็นขั้นการร่วมเรียนรู้ในเวทีชุมชน ร่วมคิดออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ ในรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ กศน.ของศูนย์การเรียนชุมชน และร่วมเรียนรู้เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน  
            ขั้นตอนที่ 5 การเสริมอำนาจประชาชนเป็นขั้นการร่วมตรวจสอบคุณภาพโดยคณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชนเป็นตัวแทนชุมชนร่วมประเมินคุณภาพการศึกษาตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน

            ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วม จัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชน  อำเภอแม่จันประกอบด้วย  ปัจจัยภายในชุมชน คือ ผู้นำชุมชน  คณะกรรมการศูนย์การเรียนชุมชนและครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อชุมชน  คนในชุมชนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้พื้นฐานและมีจิตสำนึกต่อการยึดประโยชน์ของส่วนรวม  และ ปัจจัยภายนอก คือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอมีจิตสำนึกและมีกระบวนทัศน์ในการที่จะเสริมสร้างการมีส่วนร่วมจัดการศึกษาของศูนย์การเรียนชุมชนอำเภอแม่จัน

 ************************