ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009(3)

(Update 25 มิถุนายน 2552)

15225องค์การอนามัยโลกหรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) รายงานถึงจำนวนเสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีจำนวนถึง 56,867 คนจาก 109 ประเทศ และอีก 238 คนเสียชีวิต นับตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.เป็นต้นมา ในจำนวนนี้ มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3,707 คน และอีก 7คนเสียชีวิต นับตั้งแต่ฮูได้เปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งแคนาดามีจำนวนผู้ติดเชื้อครั้งล่าสุดเป็นจำนวนถึง 747 ราย และมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 6,457 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย ขณะที่ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 421 รายจากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,857 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย

วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขสเปน เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2 คนบนเรือสำราญของบริษัทรอยัล แคริบเบียน ที่จอดเทียบท่าอยู่ในเมืองบาร์เซโลนา โดยผู้ติดเชื้อทั้งสองคนเป็นสตรีชาวอเมริกันและอิตาเลียน เจ้าหน้าที่ได้แยกตัวทั้งสองออกจากผู้โดยสารคนอื่นแล้ว

สื่อสเปนรายงานว่า เรือลำดังกล่าวซึ่งมีผู้โดยสารประมาณ 3,000 คน ได้เดินทางมาจากเมืองนิซของฝรั่งเศส และมีกำหนดออกเดินทางจากเมืองบาร์เซโลนาไปยังเมืองปัลมา บนเกาะมาจอร์กาของสเปน

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.thairath.co.th/content/special/15225

—————————–

(Update 24 มิถุนายน 2552)

st“สธ.” ประกาศขึ้นบัญชีผู้ติดเชื้ออีก 125 ราย ทำยอดพุ่งไม่หยุดทะลุ 899 รายแล้ว ระบุรักษาหายแล้ว 888 เหลือนอน รพ.เพียง 11 ราย “วิทยา” สั่งแจ้งยอดผู้ป่วย คู่กับรักษาตัวในรพ.ต่อวัน ป้องกันทำประชาชนสับสน เชื่อผ่านวิกฤต เดือน ก.ค.ได้ ขณะที่สาวใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่พ้นขีดอันตราย แต่มีแนวโน้มดีขึ้น ทีมหมอศิริราชยังดูแลใกล้ชิด พร้อมเตรียมลุยคอนเสิร์ต “แกรมมี่” ให้ความรู้-แนะนำการป้องกันตัว-แจกหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ

จากกรณีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 แพร่ระบาดไปทุกทวีปทั่วโลก จนมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วกว่า 44,200 รายใน 94 ประเทศ เสียชีวิต 180 ศพ ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (ฮู) ต้องประกาศยกระดับการเตือนภัยการแพร่ระบาดขึ้นสู่ระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 41 ปี ขณะที่ประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุข ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยทั่วประเทศแล้วถึง 774 ราย จนหลายฝ่ายต้องวางมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ล่าสุดมีผู้ป่วยหญิง อายุ 57 ปี อาการน่าเป็นห่วงเนื่องจากมีอาการแทรกซ้อน ปอดบวมและปอดทะลุ โดยทีมแพทย์โรงพยาบาลศิริราชเฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เพิ่มอีก 125 ราย เป็นนักเรียน 66 ราย ผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 2 ราย ผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 8 ราย อยู่ระหว่างติดตามรายละเอียด 49 ราย เมื่อรวมกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 774 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 899 ราย จาก 29 จังหวัด รักษาหายเป็นปกติแล้ว 888 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอยู่ในข่ายเฝ้าระวังและสอบสวนโรคอีก 1,325 ราย โดยนักวิชาการด้านระบาดวิทยาและองค์การอนามัยโลกระบุว่าความรุนแรงของโรคดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปีมากนัก และการดูแลรักษาก็มีความใกล้เคียงกัน

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า แม้ตัวเลขผู้ป่วยจะมีเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว มีผู้ป่วยที่อยู่ในการรักษาตัวในโรงพยาบาลทั่วประเทศเพียง 11 ราย และทุกวันจะมีคนป่วยที่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ดังนั้นตนได้ กำชับให้สำนักระบาดวิทยาและศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข ต้องแจ้งยอดตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม รวมทั้งต้องแจ้งตัว เลขของผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล มิฉะนั้นจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน “เชื่อ ว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤติเดือน ก.ค. นี้ไปได้ โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่น่าจะสูงขึ้นถ้าประชาชนเข้าใจและรู้จักป้องกันตัวเอง”

ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงอาการของหญิง อายุ 57 ปี ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยังอยู่ในห้องไอซียู มีอาการปอดอักเสบต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ โดยอาการยังทรงตัวมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีการให้ออกซิเจนน้อยลง แสดงว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้น แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย และ อยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลศิริราช ทั้งนี้ขอเรียนว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีปอดทะลุหรือปอดฉีก แต่มีแผลเหมือนมีรอยฉีกนิดหน่อย ที่บริเวณหลอดลม ซึ่งอาจเกิดจากการใส่เครื่องมือแพทย์ลงไปส่องกล้อง โดยรอยแผลดังกล่าวสามารถประสานกันเองได้

ส่วน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันนี้ที่ประชุมศูนย์อำนวยการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือในเรื่องการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินแกรมมี่ ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ซึ่งจะมีประชาชนเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยกระทรวงสาธารณสุขจะไม่ห้ามการเข้าชมคอนเสิร์ต แต่เป็นห่วงหากมีผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดเข้าชมด้วย จะเป็นการแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดได้ง่ายและเป็นวงกว้าง จึงได้จัดเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคไปให้ความรู้และคำแนะนำการป้องกันตัว รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือให้ผู้ที่เป็นหวัด หรือมีอาการไอ จาม ในวันดังกล่าว

อีกด้านหนึ่ง ที่สถานีขนส่งหมอชิต วันเดียวกัน นายมานิต นพอมรบดี รมช. สาธารณสุข ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางไปรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเรื่องการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยได้นำหน้ากากอนามัย 1 หมื่นชิ้น เจลล้างมือ 3 พันหลอด คู่มือประชาชนการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 1 หมื่นเล่ม แจกให้แก่ประชาชนที่เดินทาง และได้สั่งการให้ทุกจังหวัดรณรงค์ออกให้ความรู้ประชาชนตามจุดขนส่งของแต่ละจังหวัด

ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัด นพ.สมปอง เจริญวัฒน์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลได้จัดโครงการคลีนนิ่ง เดย์ โดยนำพนักงานทำความสะอาดครั้งใหญ่ทั้งบริเวณลานจอดรถ ที่พักญาติ ห้องผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ตลอดทั้งเครื่องมือแพทย์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ รวมทั้งจัดซ้อมแผนรับมือ จัดหน่วยเคลื่อนที่บริการให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัยป้องกัน การได้รับเชื้อและแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองเมล เบิร์นประเทศออสเตรเลียว่า ดร.โรสแมรี่ เลส เตอร์ รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐวิกตอเรียแถลงว่า พบผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 2 เป็นชายชาวออสเตรเลียวัย 35 ปี และไม่ใช่ชนพื้นเมืองเผ่าอะบอริจินส์ เหมือนกับผู้เสียชีวิตรายแรก แต่มีปัญหาด้านสุขภาพป่วยหลายโรคด้วยกัน จนกระทั่งมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังเข้าพบแพทย์เพราะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ภายหลังนำตัวอย่างจากผ้าซับแผลไปตรวจสอบจึงพบว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อนึ่ง ออสเตรเลียมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 2,733 ราย และในจำนวนนี้มี 1,407 รายอยู่ในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งมี เมลเบิร์นเป็นเมืองหลวงของรัฐ

ส่วนที่ประเทศอื่น ๆ ก็มีแคนาดาพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ เป็นเด็กหญิงวัย 6 ขวบ รวมเป็นผู้เสียชีวิตทั้งหมด 14 ศพ และติดเชื้อกว่า 5,700 ราย ตามมาด้วยประเทศชิลี พบผู้เสียชีวิตอีก 2 ศพ เป็นหญิงวัย 45 ปี และ หญิงวัย 67 ปี รวมเป็นผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 ศพ และ ติดเชื้อทั่วประเทศประมาณ 4,315 ราย แล้วยังมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ศพ ที่ประเทศฮอนดูรัส เป็นผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ เป็นหญิงตั้งครรภ์วัย 23 ปี และติดเชื้อทั่วประเทศ 118 ราย ส่วนตัวเลขจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกแล้ว 231 ศพ ติดเชื้อ 52,160 รายใน 95 ประเทศทั่วโลก.

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=38&contentID=4919

ทหารเรือติดหวัด7ป่วยอีกกว่า200นาย

เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 24 มิถุนายน 2552 พลเรือโท ศิริชัย ขนิษฐกุล เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ(จก.ยศ.ทร.) พลเรือตรี ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน รองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ นาวาเอก นพดล สุภากร ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ นาวาเอก วิรัตน์ สมจิตร รองผู้บังคับการ นาวาเอก ธีรนิติ์ ฤกษะสาร รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ และฝ่ายอำนวยการทั้งหมด ได้เข้าร่วมประชุมการแก้ไขปัญหาสถานการณ์แพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายในพื้นที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ขณะนี้ได้มีพลทหารใหม่ป่วยมีอาการไอ อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูง จาม และมีเสมหะ มากกว่า 200 นาย ขณะนี้ได้มีการคัดแยก กักตัวไว้ตามอาการพักป่วยต่าง ๆ และได้มีการส่งทหารสุมตรวจเชื้อ จำนวน 10 นาย ปรากฏว่า สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ทราบผลแล้วว่ามีผู้ป่วยในเบื้องต้น พบผู้ป่วยไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แล้ว จำนวน 7 นาย ส่วนทหารที่เหลือ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ตรวจสอบ คัดแยก ส่งตรวจ ควบคุม กักตัว และป้องกันการแพร่ระบาด

นาวาเอกนพดล สุภากร ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีพลทหารใหม่ ผลัดที่ 1 / 52 ป่วยเป็นไข้หวัด มีอาการไอ จาม เป็นไข้ จำนวนมาก จึงได้ให้แผนกแพทย์ส่งตรวจที่ แผนกแพร่ระบาดวิทยา กองควบคุมโรคติดต่อ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ และได้มีการแยกผู้ป่วยไว้ไม่ให้ปะปนกับทหารที่ยังไม่มีอาการให้นอนในอาคารที่พักที่จัดไว้รองรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งทางด้าน นาวาเอก ธีรนิติ์ ฤกษะสาร รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ได้ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี สุ่มตรวจทหารกลุ่มเสี่ยง จำนวน 10 นาย ปรากฏว่าพบทหารป่วยเป็นไข้หวัด 2009 ถึง 7 นาย จึงได้รายงานให้ พลเรือโท ศิริชัย ขนิษฐกุล เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ และ พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ทราบเร่งด่วน และต่อเนื่อง

พลเรือโทศิริชัย ขนิษฐกุล เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับรายงาน จาก นาวาเอก นพดล สุภากร ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ว่าขณะนี้ได้มีพลทหารใหม่ เป็นกลุ่มเสี่ยงในการเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ จำนวนมาก จึงได้มาตรวจสอบ และรายงานให้ พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือทราบแล้ว รู้สึกสบายใจอย่างมาก เพราะ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ร่วมกับ แผนกแพร่ระบาดวิทยา กองควบคุมโรคติดต่อ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกัน และการรักษา จนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ระดับหนึ่ง แต่มิได้ไว้วางใจเพราะทหารมีการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะผลัดนี้ จำนวน 4 , 200 นาย มีการแยกผู้ป่วย การรักษาความสะอาด ให้ความรู้ แนะนำการปฎิบัติตัวทั้งก่อนป่วย และขณะที่เป็นไข้หวัด

พลเรือโทศิริชัย กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นห่วงเพราะเกรงว่าจะมีการแพร่ระบาดไปสู่ครอบครัวข้าราชการ จึงให้เพิ่มความเข้มในการกวดขัน ดูแล การเข้า-ออก ในพื้นที่ของศูนย์ฝึกทหารใหม่ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ โดยเฉพาะอาคารพักทหาร อาคารพักผู้ป่วยทั้งหมด ตลอดจนให้มีการสืบสวนหาที่มาของการแพร่ระบาด จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการที่มีญาติของทหารมาเยี่ยมในวันเสาร์-อาทิตย์ มีความใกล้ชิดกันในเรื่องของการรับประทานอาหารร่วมกัน การพูดคุยกัน การสัมผัสใกล้ชิด ซึ่งจะต้องสืบหาที่มาของเชื้อโรคที่มาแพร่ระบาด เพื่อแจ้งให้หน่วยเหนือทราบต่อไป

พลเรือโทศิริชัย กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ทหารเป็นไข้หวัดจำนวนมาก แพทย์หญิง ธนสินี เทียมทัน หัวหน้าแผนกแพทย์ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้มีการตรวจ และส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล ปรากฏว่า แพทย์หญิง ธนสินี ได้รับเชื้อไข้หวัด จนตัวเองต้องป่วย แพทย์รับตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ แพทย์ต้องขอกักตัวไว้ก่อนเพื่อตรวจพิสูจน์เชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.komchadluek.net/detail/20090624/18230/

————————————————-

Update(23 มิถุนายน 2552)

วันนี้ (23 มิ.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานผู้ป่วยมีผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการเพิ่ม 125 ราย เป็นนักเรียน 66 ราย ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 8 ราย อยู่ระหว่างติดตามรายละเอียด 49 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่เดือนเมษายน-23 มิถุนายน 2552 ทั้งหมด 899 ราย จาก 28 จังหวัด มีผู้ป่วยยืนยันครั้งแรกเพิ่มใน 2 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์และฉะเชิงเทรา ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 11 ราย ที่เหลือ 888 รายหายเป็นปกติแล้ว

สำหรับความคืบหน้าผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่อายุ 57 ปี ที่มีปัญหาปอดอักเสบต้องใส่เครื่องช่วยหายใจนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน รมว.สธ. กล่าวว่า ยืนยันว่าผู้ป่วยไม่ได้มีปอดทะลุหรือปอดฉีก แต่มีแผลที่บริเวณหลอดลม ซึ่งเกิดจากการใส่เครื่องมือแพทย์ ล่าสุดวันนี้อาการยังทรงตัว มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย อยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลศิริราช ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เสียชีวิต ทั้งนี้ ได้ประสานขอให้ช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด และพร้อมให้การสนับสนุนทั้งผู้เชี่ยวชาญและการอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ อย่างเต็มที่

ด้านนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในบ่ายวันนี้ได้นำคณะ ประกอบด้วย นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และทีมเจ้าหน้าที่ เดินทางไปรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเรื่องการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ฯ ที่สถานีขนส่งหมอชิต โดยได้นำหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น เจลล้างมือ 3,000 หลอด คู่มือประชาชนการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 10,000 เล่ม แจกให้แก่ประชาชนที่เดินทาง และได้สั่งการให้ทุกจังหวัดรณรงค์ออกให้ความรู้ประชาชนตามจุดขนส่งของแต่ละจังหวัด

ขณะที่นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันนี้ที่ประชุมศูนย์อำนวยการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือในเรื่องการจัดคอนเสิร์ต ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ (27 มิถุนายน 2552) ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ซึ่งจะมีประชาชนเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขไม่ห้ามการเข้าชมคอนเสิร์ต แต่เป็นห่วงหากมีผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดเข้าชมด้วย จะเป็นการแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดได้ง่ายและเป็นวงกว้าง จึงได้จัดเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค ไปให้ความรู้และคำแนะนำการป้องกันตัว รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือให้ผู้ที่เป็นหวัด หรือมีอาการไอ จาม ในวันดังกล่าว

สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานสถานการณ์เช้าวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย พบผู้ป่วยทั้งหมด 52,160 ราย จาก 99 ประเทศ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 231 ราย (เม็กซิโก 113 ราย สหรัฐอเมริกา 87 ราย แคนาดา 13 ราย อาร์เจนตินา 7 ราย ชิลี 4 ราย โคลัมเบีย 2 ราย ออสเตรีย คอสตาริกา โดมินิกัน กัวเตมาลา และอังกฤษ ประเทศละ 1 ราย)

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.thairath.co.th/content/special/14783

————————————————-

(Update 22 มิถุนายน 2552)

 

14510 นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ปรับการรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ต้องรายงานจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการหนักคู่กับการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมและผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล เพราะที่ผ่านมามีผู้ป่วยหลายคนที่นอนโรงพยาบาลแต่อาการไม่หนัก ซึ่งตัวเลขที่มากอาจทำให้ประชาชนแตกตื่น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยืนยันว่ามีผู้ป่วยอาการหนักเพียงรายเดียว จากผู้ป่วยที่ยังนอนโรงพยาบาลทั้งหมด 14 ราย

นพ.ไพจิตร์ กล่าวยอมรับว่า ผู้ป่วย 1 รายดังกล่าว เป็นหญิงวัย 50 ปี อาการค่อนข้างหนัก และแพทย์มีความเป็นห่วงมากเพราะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แต่ยังระบุสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ แต่ได้ให้คณะแพทย์ศิริราชพยาบาลและโรงพยาบาลเอกชน ร่วมกันตรวจวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องเข้าไปในร่างกายเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล เพราะแม้เชื้อจะรุนแรงน้อยแต่หากผู้รับเชื้อไม่มีภูมิคุ้มกันและร่างกาย อ่อนแอก็มีโอกาสเสียชีวิตได้

วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางตรวจเยี่ยมโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี และพบปะนักเรียนที่หน้าเสาธง และกล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 69 ราย รวมขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 774 ราย โดยจำนวนที่เพิ่มขึ้น 69 ราย เป็นนักเรียน 61 ราย โรงเรียนจึงเป็นสถานที่ที่น่าเป็นห่วงของการแพร่ระบาด จึงฝากให้นักเรียนยึดหลักในการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยลดการติดเชื้อหวัดทุกชนิดได้ถึงร้อยละ 90

นายวิทยา กล่าวต่อว่า โรคนี้ส่วนใหญ่หายได้เอง อัตราการเสียชีวิตจึงอยู่ที่ร้อยละ 0.2-0.4 เท่านั้น ใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดา ปีที่ผ่านมา มีผู้ป้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดาในไทย ถึง 900,000 คน เสียชีวิต 302 คน อย่างไรก็ตาม แม้ไข้หวัดใหญ่ 2009 จะไม่รุนแรงแต่ก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ จึงต้องฝากให้นักเรียนรักษาความสะอาด เพื่อป้องกันโรค

นายวิทยา กล่าวด้วยว่า แม้มีบางโรงเรียนประกาศหยุดเรียนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่ฯ 2009 แต่จะพบว่ามีการแพร่ระบาดจากโรงเรียนในเมืองไปยังโรงเรียนย่านปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เมื่อกระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบ พบว่าเป็นการแพร่ระบาดจากโรงเรียนกวดวิชาแทน สำหรับมาตรการต่าง ๆ ที่ สธ.รณรงค์ให้ความรู้ทำความเข้าใจประชาชน ได้รับการตอบรับดีและเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่ฯ 2009 ไม่ใช่หวัดมฤตยู

รัฐมนตรีว่าการ สธ. ยังกล่าวถึงผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ฯ 2009 ว่า ปัจจุบันมีเพียง 14 ราย ที่ยังรักษาตัวที่โรงพยายาล และมี 1 ราย ต้องเฝ้าระวังอย่างพิเศษ เป็นหญิงอายุประมาณ 50 ปี ติดเชื้อจากลูก มีโรคแทรกซ้อน มีอาการปอดปวมต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นอาการที่น่าห่วง

ข้อมูลอ้างอิง http://www.thairath.co.th/content/special/14510

————————————————

(Update 19 มิถุนายน 2552 )

p0105190652p1 ตัวเลขผู้ป่วยหวัด 2009 ยังไม่หยุด วันเดียวเพิ่มพรวด 113 ราย ยอดสะสมพุ่ง 518 ราย สธ.เผยมีเด็กติดเชื้อ 73 โรงเรียน 9 มหาวิทยาลัย ทีมวิทยาศาสตร์ไทยยันเชื้อกลายพันธุ์บราซิลไม่น่ากลัว “วิทยา”เตือน รพ.เอกชนอย่าฉวยโอกาสเก็บค่าตรวจแพง แพทยสภาชี้ช่องเอาผิดได้ป่วยอีก113รายสะสมพุ่ง518คน

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังระบาดในประเทศไทยไม่หยุด ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเป็น 518 ราย โดยเมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 18 มิถุนายน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศูนย์อำนวยการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ได้ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 113 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่รักษาหายแล้ว 101 ราย และยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอีก 12 ราย รวมยอดสะสมเป็น 518 ราย แต่ยังมีผู้ป่วยอยู่ในข่ายเฝ้าระวังอีก 1,098 ราย ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ป่วย 518 ราย แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 318 ราย นนทบุรี 66 ราย ปทุมธานี 58 ราย ชลบุรี 29 ราย สมุทรปราการ 21 ราย ภูเก็ต สมุทรสาคร และนครปฐม จังหวัดละ 4 ราย เชียงใหม่ ตรัง ร้อยเอ็ด ราชบุรี และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สงขลา และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย

เด็กติดเชื้อ 73 ร.ร.-9 มหาวิทยาลัย

นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า มีเด็กนักเรียนที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั้งสิ้น 73 โรงเรียน และ 9 มหาวิทยาลัย แบ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ 54 แห่ง จ.นนทบุรี 9 แห่ง จ.ปทุมธานี 3 แห่ง จ.สมุทรปราการ 3 แห่ง จ.ชลบุรี 2 แห่ง จ.นครปฐม 2 แห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนเซนต์คาเบรียลมีนักเรียนป่วยมากถึง 152 คน รองลงมาคือ โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี 17 คน โรงเรียนเซนต์ฟรังซ์ฯ 12 คน โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว 12 คน และโรงเรียนสวนกุหลาบ 6 คน เป็นต้น ส่วนมหาวิทยาลัยที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ ประกอบด้วย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ มหาวิทยา ลัยรังสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นพ.ภาสกรกล่าวถึงกรณีเด็กในสถานสงเคราะห์ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า ทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วได้รายงานว่าเด็กรายดังกล่าวอายุ 5 ขวบ ภูมิลำเนา จ.ปราจีนบุรี เพิ่งย้ายไปอยู่ จ.ปทุมธานี เพื่อศึกษา และมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก ผลการชันสูตรศพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ยืนยันว่าเด็กเสียชีวิตจากโรคลมชัก

ศธ.ให้ร.ร.ปิดเฉพาะที่จำเป็น

นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ศธ. กล่าวว่า ที่ สธ.เปิดเผยรายชื่อสถานศึกษา 60 แห่ง ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อหวัดใหญ่ 2009 และให้เป็นอำนาจตัดสินใจจะปิดเรียนหรือไม่ ซึ่งทั้ง 60 แห่งนั้นมีทั้งที่ปิดแล้วและยังเปิดตามปกติ แต่ไม่อยากให้โรงเรียนตื่นตระหนก อยากให้ปิดเรียนเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น แนะนำผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาว่ามีการแพร่ระบาดในชั้นเรียนหรือไม่ เช่น มีนักเรียนป่วยตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป อาจสั่งปิดเรียนระดับชั้นนั้นๆ แต่หากแพร่กระจายไประดับชั้นอื่นๆ จึงจะสั่งปิดเรียนทั้งหมด

นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า จากที่หารือ สธ. สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการแพร่ระบาดในโรงเรียนกวดวิชา เพราะบางแห่งเป็นห้องแอร์ขนาดเล็ก มีนักเรียนจำนวนมาก ทำให้แพร่ระบาดได้ง่าย ทำหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนกวดวิชาทุกแห่งแล้ว หากมีนักเรียนที่ป่วย และหยุดเรียนจำนวนมากให้แจ้งเข้ามา เพื่อประสาน สธ.และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าไปทำ ความสะอาด

ทปอ.ถก20มิ.ย.ป้องกันระบาด

นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศ (ทปอ.) เปิดเผยว่า วันที่ 20 มิถุนายน ที่ประชุม ทปอ.ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะหยิบยกสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 หารือ เพื่อหาแนวทางป้องกันของแต่ละมหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้รับรายงานนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เป็นไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ 2 ราย ทางโรงเรียนดูแลควบคุมแล้วอย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้ปิดเรียน ส่วนนิสิตยังไม่ได้รับรายงานการติดเชื้อ

วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรียกผู้บริหาร สธ. อธิบดีทุกกรมร่วมประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า สธ.ปกปิดข้อมูลจำนวนผู้ป่วย ขอยืนยันว่า สธ.ไม่มีการปกปิดข้อมูลใดๆ เพราะที่ประชุมวอร์รูมมีตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมประชุมทุกครั้ง และรายงานไปยังองค์การอนามัยโลกทุกวัน แต่องค์การอนามัยโลกมีความล่าช้าปรับฐานข้อมูล

วอนรพ.เอกชนอย่าฉวยโอกาส

นายวิทยากล่าวว่า สำหรับปัญหาการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อไวรัสจากห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มีโรงพยาบาลเอกชนส่งตัวอย่างเชื้อตรวจมากถึงวันละ 100-150 ตัวอย่าง และมีค่าตรวจครั้งละ 4,000 บาท แต่โรงพยาบาลเอกชนกลับคิดค่าบริการสูง 3,000-8,000 บาทนั้น สั่งการให้ปลัด สธ.หารือร่วมกับเลขาธิการสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ขอให้คิดค่าบริการกับประชาชนในราคาที่เป็นธรรม แต่หากมีเรื่องร้องเรียน สธ.จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ระดมอสม.ทั่วปท.เดินรณรงค์

“เป็นห่วงว่าในปีนี้โรคไข้หวัดใหญ่จะระบาดหนักทั้งไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิมมีผู้ป่วยเฉลี่ยปีละ 9 แสนราย จึงกำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการรณรงค์ป้องกันสุขภาพ จะเริ่มดำเนินการทันทีในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทั่วประเทศ ประชุมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 970,000 คน เดินขบวนรณรงค์ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศให้ความเข้าใจเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 และวันเดียวกัน (18 มิถุนายน) เวลา 20.30-22.00 น. สธ.จะจัดรายการพิเศษถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 เพื่อให้ความรู้เรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจสถานการณ์ และจะขยายกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น คือกลุ่มแรงงานตามสถานประกอบการต่างๆ

เวลา 13.00 น. นายวิทยา พร้อมด้วยนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหาร สธ. ได้ตรวจเยี่ยมและรณรงค์ทำความสะอาดที่ห้างสรรพสินค้า มาบุญครองเซ็นเตอร์ และรณรงค์แจกหนังสือปกเขียว “รู้เท่าทันเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่” ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

แพทยสภาชี้เอาผิดรพ.เอกชนได้

ด้าน นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ว่า สาเหตุที่การตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลเอกชนมีราคาแพง เนื่องจากบริษัทยาขึ้นราคาน้ำยา และน้ำยาขาดตลาด แต่ขอเตือนอย่าไปตื่นเต้นจนเกินเหตุแล้วเสียเงินโดยไม่จำเป็น ขณะที่แพทย์ไม่ควรให้ยาโดยไม่จำเป็น เพราะการจะให้ยาผู้ป่วยหรือไม่ มีข้อบ่งชี้ ขณะนี้หากเป็นเชื้อหวัดใหญ่ เอช 1 เอ็น 1 ที่เป็นเชื้อเก่าจะดื้อยามากกว่าร้อยละ 90 และไม่ควรบังคับให้นอนพักที่โรงพยาบาลทั้งที่ไม่เป็นอะไร หากผู้ป่วยพบว่าแพทย์ หรือสถานพยาบาลใดพยายามทำให้สิ้นเปลืองเงินโดยไม่จำเป็นสามารถแจ้งมายังแพทยสภาตรวจสอบได้ และหากโรงพยาบาลหรือแพทย์รายใดระบุว่ามีวัคซีนไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ 2009 ถือว่ามีความผิด เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อดังกล่าว

ชี้เชื้อกลายพันธุ์บราซิลไม่น่ากลัว

นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศบราซิลมีการรายงานพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 กลายพันธุ์ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เฝ้าระวังต่อเนื่อง แต่ในไทยยังไม่พบมีการกลายพันธุ์

ขณะที่ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมกันวิเคราะห์เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของประเทศบราซิล ที่พบมีการกลายพันธุ์ต่างจากสายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 พบว่า เชื้อที่กลายพันธุ์มีลักษณะแตกต่างจากเชื้อที่ตรวจพบที่แคลิฟอร์เนีย และที่ จ.นนทบุรี แต่เป็นการกลายพันธุ์ในระดับนิวคลีโอไทด์ (nucleotide) ซึ่งไม่มีความหมายในเชิงการระบาดของโรค หมายความว่า ไม่มีผลต่อการดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ และไม่มีผลต่อการแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น แต่นักวิทยาศาสตร์ยังต้องศึกษาตัวอย่างเชื้อไวรัสอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา

นพ.สมชาย พีระปกรณ์ เจ้าหน้าที่ชำนาญการ สำนักงานผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้รับทราบรายงานเชื้อกลายพันธุ์จากประเทศบราซิลแล้ว และมีความเห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นธรรมชาติของเชื้อไวรัส ที่มีกลายพันธุ์ได้ ตลอดเวลา แต่บอกไม่ได้ว่าจะรุนแรงมากหรือน้อยกว่าเดิม จะต้องระดมความคิดเห็นจากนักวิทยาศาสตร์

ลาวพบรายแรก-แคนาดา5พัน

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของลาวและองค์การอนามัยโลก ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 รายแรกในลาว แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อและสัญชาติ เพียงระบุว่าเดินทางมาจากประเทศที่กำลังระบาด และอาการดีขึ้นแล้ว ทางการลาวกำลังติดตามผู้ที่เคยสัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายดังกล่าว และโอกาสติดเชื้อจากชาวต่างชาติในลาวมีน้อยมากเนื่องจากชาวต่างชาติส่วนใหญ่เข้าลาวผ่านไทยหรือเวียดนาม

เอเอฟพีแจ้งด้วยว่า ที่ประเทศแคนาดาผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้นอีก 3 คน เป็น 12 คน ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบถึง 5,000 คนแล้ว ที่เวเนซุเอลามีการควบคุมผู้โดยสาร 1,219 คน และลูกเรืออีก 460 คน บนเรือสำราญโอเซียน ดรีม ไว้นอกชายฝั่งเกาะมาร์การิตาของเวเนซุเอลา เป็นเวลา 10 วัน ภายหลังพบลูกเรือติดเชื้อ 3 คน ส่วนผู้ติดเชื้อในเวเนซุเอลาอยู่ที่ 60 คน

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0105190652&sectionid=0101&selday=2009-06-19

—————————

(Update 18 มิถุนายน 2552 )

p1สำนักระบาดวิทยาเผยข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่ม 113 รายทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมรวม 518 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักระบาดวิทยาเผยข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มวันนี้ 113 รายทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมรวม 518 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ รวม 18 จังหวัด คือกรุงเทพมหานคร 318 ราย นนทบุรี 66 ราย ปทุมธานี 58 ราย ชลบุรี 29 ราย สมุทรปราการ 21 ราย ภูเก็ต สมุทรสาคร จังหวัดละ 4 ราย นครปฐม 3 ราย เชียงใหม่ ตรัง ร้อยเอ็ด ราชบุรี สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สงขลา สระบุรี จังหวัดละ 1 ราย

ปรับมาตรการสกัดโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิใหม่ของเดิมไม่ได้ผล
นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดสธ. กล่าวว่า จากการประเมินการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่า สามารถดักจับผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิความร้อนในร่างกายสูงได้เพียง ร้อยละ 10 เท่านั้น ความจำเป็นในการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนในขณะนี้จึงมีน้อย ดังนั้นสธ. จะไม่มีการสั่งซื้อเครื่องนี้เพิ่ม ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ที่มีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯมีการเสนอให้ซื้อเครื่องเทอร์โมสแกนเพิ่มเติม และได้รับอนุมัติงบประมาณส่วนนี้มาแล้ว 100 ล้านบาท นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ยังคงมีการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน และแจกบัตรแนะนำสุขภาพ แต่จะปรับเพิ่มมาตรการ โดยจะตั้งจุดตรวจรักษา 1 จุด มีแพทย์พยาบาลประจำการ 24 ชั่วโมง โดยติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร ทั้งภาษาไทยและอังกฤษทุกประตู เพื่อแนะนำให้ผู้ที่มีไข้ ไอ มารับการตรวจรักษาที่จุดดังกล่าว หากอาการรุนแรงจะส่งรักษาต่อในโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและติดตามอาการทุกวันส่วน
สถาบันการศึกษาที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ มียอดมสะสมรวม 60 สถาบัน เป็นแบ่ง 59 โรงเรียน และ1 มหาวิทยาลัย

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.thairath.co.th/content/special/13716

สธ.ปรับวิธีสกัด”หวัด09″ที่สุวรรณภูมิใหม่คุมไม่อยู่ ติดเพิ่ม 95 ราย มีนร.ถึง 88 รวม 405 ปิดแล้ว 24 ร.ร.

“แต่จะยกเลิกการกรอกแบบสอบถามสุขภาพ (ต 8 ) ซึ่งให้ผู้โดยสารกรอกเองก่อนลงเครื่อง เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาพบว่า ผู้โดยสาร ร้อยละ 90 กรอกข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังป้องกันโรคน้อย ซึ่งในช่วงที่มีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เจ้าหน้าที่ได้แจกใบต.8 แล้ว เดือนละ 5 แสนฉบับ ซึ่งสิ้นเปลื้องมาก ขณะที่หากเป็นสถานการณ์ปกติ สามารถใช้ได้นาน 10 ปีเลย “ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

เปลี่ยนใช้ชุดทดสอบเชื้อเฉพาะมีไข้ แค่เคสละ 400 บาท
นพ.มล.สมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ จะพิจารณาใช้ชุดตรวจทดสอบเบื้องต้นเพื่อใช้ตรวจยืนยันโรคในกลุ่มผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการตรวจกับทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งชุดตรวจทดสอบมีค่าใช้จ่ายเพียง 400 บาท ต่อครั้งซึ่งการตรวจจะใช้กับผู้ที่เดินผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนแล้วมีไข้ และหากพบให้ผลเป็นบวก จึงจะนำมาตรวจยืนยันซ้ำที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์

นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 10 กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอาจต้องลดความสำคัญลง เพราะโรคระบาดเข้ามาในประเทศแล้วขณะนี้ไม่มีประเทศใดที่ทำการตรวจไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ที่ติดเชื้อทุกคน ดังนั้น ต้องปรับวิธีการตรวจใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เสียทรัพยากรจำนวนมากโดยไม่จำเป็นโดยเปลี่ยนเป็นการเน้นสร้างความเข้าใจกับประชาชน และสุ่มตรวจเชื้อเพื่อดูแนวโน้มทิศทางที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเชื้อเท่านั้น อย่างในประเทศอเมริกาเปลี่ยนดัชนีชี้วัดการแพร่ระบาดของโรคจากจำนวนผู้ป่วยหวัดใหญ่พันธุ์ใหม่เป็นผู้ป่วยหวัด

พบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่ฯในไทยอีก 95 รายยอดรวม 405

นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการศูนย์ควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ วันที่ 17 มิถุนายนว่ส ได้รับรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 อีก 95 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 3 ราย กลุ่มนักเรียน 88 ราย และประชาชน 4 ราย ส่วนใหญ่รักษาตัวที่บ้าน รับไว้พักรักษาในโรงพยาบาลเพียง 12 ราย ทุกรายอาการดีไม่น่าห่วง

สรุปตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมจนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ สะสม 405 ราย เฉลี่ยวันละ 16 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ พบผู้ป่วยจำนวนใกล้เคียงกัน และคาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอาจจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา

เผยแต่ละปีไทยพบผู้ป่วยหวัดใหญ่ตามฤดูกาล3-4ล้านคน

นักระบาดวิทยาคาดประมาณว่า แต่ละปีไทยพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 3-4 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล 9 แสนคน นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 36,000 คน และมีผู้เสียชีวิตประมาณหลักร้อยหรือหลักพัน ขณะที่ทั่วโลก แต่ละปีพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ประมาณ 1,000 ล้านคน เป็นผู้ป่วยที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล 100-200 ล้านคน นอนโรงพยาบาล 3-5 ล้านคน เสียชีวิต 250,000–500,000 ล้านคน

“การที่ไทยพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นทุกวัน บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบการป้องกันควบคุมโรคของประเทศ มิได้หมายความว่าการทำงานล้มเหลว การตรวจตัวอย่างยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามแนวโน้มของการแพร่เชื้อ รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลวิชาการ ทั้งระดับประเทศและโลก โดยผลการตรวจยืนยันแต่ละวัน อาจพบมากหรือน้อยแตกต่างกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจที่มาของตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายวัน” นายแพทย์ปราชญ์ กล่าว

ระบุพบผู้ป่วยติดหวัด09 กทม.ระบาดมากสุด ใน 32 โรงเรียน

นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวว่า พบผู้ป่วยสะสมใน 32 จังหวัด ผู้ป่วยร้อยละ 34 อยู่ในภาคกลาง จำนวนผู้ป่วยมากที่สุดใน กทม. พบเด็กป่วยในโรงเรียน 32 แห่ง ผู้ป่วยทุกรายได้รับการดูแลรักษาเพื่อควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดที่สุด และได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เร่งการป้องกันควบคุมโรค เน้นการประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องโรค การป้องกันตัว การดูแลเมื่อป่วย แก่ประชาชนทุกช่องทาง และใช้หอกระจายข่าวทุกหมู่บ้าน และจะเร่งออกหนังสือปกเขียว “รู้เท่าทันเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่” จำนวน 1 ล้านเล่ม แจกแก่ประชาชนให้ทันภายในวันที่ 19 มิถุนายน

ด้านนายแพทย์ หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า ยังคงมีการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน และแจกบัตรแนะนำสุขภาพ แต่จะปรับมาตรการ โดยจะตั้งจุดตรวจรักษา 1 จุด มีแพทย์พยาบาลประจำการ 24 ชั่วโมง โดยติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร ทั้งภาษาไทยและอังกฤษทุกประตู เพื่อแนะนำให้ผู้ที่มีไข้ ไอ มารับการตรวจรักษาที่จุดดังกล่าว หากอาการรุนแรงจะส่งรักษาต่อในโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและติดตามอาการทุกวัน ส่วนการกรอกแบบสอบถามสุขภาพ หรือ ต 8 ซึ่งให้ผู้โดยสารกรอกเองก่อนลงเครื่อง จะยกเลิก เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาพบว่าการกรอกข้อมูลไม่ตรงกับความจริงทำให้ประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังป้องกันโรคน้อย

 

สธ.แถลงพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่2009 ในไทยอีก 95 ราย ยอดรวมพุ่ง405 เป็นเด็กนักเรียนมากถึง 88 ราย ยันทุกรายอาการดีไม่น่าห่วง ชี้กทม.มีระบาดมากสุด ใน32โรงเรียน สรุปรวมโรงเรียนที่หยุดเรียนแล้วทั่วประเทศ 24 แห่ง ยืนยันว่าป่วยเป็นหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ใน 13 สถานศึกษา ล่าสุด สาธิตสวนสุนันทาปิด3วัน พบเด็กติดหวัดใหญ่กลุ่มเอเท่านั้น

ปรับมาตรการสกัดโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิใหม่ของเดิมไม่ได้ผล
นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดสธ. กล่าวว่า จากการประเมินการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่า สามารถดักจับผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิความร้อนในร่างกายสูงได้เพียง ร้อยละ 10 เท่านั้น ความจำเป็นในการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนในขณะนี้จึงมีน้อย ดังนั้นสธ. จะไม่มีการสั่งซื้อเครื่องนี้เพิ่ม ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ที่มีพล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯมีการเสนอให้ซื้อเครื่องเทอร์โมสแกนเพิ่มเติม และได้รับอนุมัติงบประมาณส่วนนี้มาแล้ว 100 ล้านบาท นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ยังคงมีการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน และแจกบัตรแนะนำสุขภาพ แต่จะปรับเพิ่มมาตรการ โดยจะตั้งจุดตรวจรักษา 1 จุด มีแพทย์พยาบาลประจำการ 24 ชั่วโมง โดยติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร ทั้งภาษาไทยและอังกฤษทุกประตู เพื่อแนะนำให้ผู้ที่มีไข้ ไอ มารับการตรวจรักษาที่จุดดังกล่าว หากอาการรุนแรงจะส่งรักษาต่อในโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและติดตามอาการทุกวัน “แต่จะยกเลิกการกรอกแบบสอบถามสุขภาพ (ต 8 ) ซึ่งให้ผู้โดยสารกรอกเองก่อนลงเครื่อง เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาพบว่า ผู้โดยสาร ร้อยละ 90 กรอกข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังป้องกันโรคน้อย ซึ่งในช่วงที่มีการระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เจ้าหน้าที่ได้แจกใบต.8 แล้ว เดือนละ 5 แสนฉบับ ซึ่งสิ้นเปลื้องมาก ขณะที่หากเป็นสถานการณ์ปกติ สามารถใช้ได้นาน 10 ปีเลย “ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
เปลี่ยนใช้ชุดทดสอบเชื้อเฉพาะมีไข้ แค่เคสละ 400 บาท
นพ.มล.สมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ จะพิจารณาใช้ชุดตรวจทดสอบเบื้องต้นเพื่อใช้ตรวจยืนยันโรคในกลุ่มผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการตรวจกับทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งชุดตรวจทดสอบมีค่าใช้จ่ายเพียง 400 บาท ต่อครั้งซึ่งการตรวจจะใช้กับผู้ที่เดินผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนแล้วมีไข้ และหากพบให้ผลเป็นบวก จึงจะนำมาตรวจยืนยันซ้ำที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ 10 กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอาจต้องลดความสำคัญลง เพราะโรคระบาดเข้ามาในประเทศแล้วขณะนี้ไม่มีประเทศใดที่ทำการตรวจไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ที่ติดเชื้อทุกคน ดังนั้น ต้องปรับวิธีการตรวจใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เสียทรัพยากรจำนวนมากโดยไม่จำเป็นโดยเปลี่ยนเป็นการเน้นสร้างความเข้าใจกับประชาชน และสุ่มตรวจเชื้อเพื่อดูแนวโน้มทิศทางที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเชื้อเท่านั้น อย่างในประเทศอเมริกาเปลี่ยนดัชนีชี้วัดการแพร่ระบาดของโรคจากจำนวนผู้ป่วยหวัดใหญ่พันธุ์ใหม่เป็นผู้ป่วยหวัด
พบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่ฯในไทยอีก95รายยอดรวมพุ่ง405

นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการศูนย์ควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ วันที่ 17 มิถุนายนว่ส ได้รับรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 อีก 95 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 3 ราย กลุ่มนักเรียน 88 ราย และประชาชน 4 ราย ส่วนใหญ่รักษาตัวที่บ้าน รับไว้พักรักษาในโรงพยาบาลเพียง 12 ราย ทุกรายอาการดีไม่น่าห่วง สรุปตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมจนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ สะสม 405 ราย เฉลี่ยวันละ 16 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ พบผู้ป่วยจำนวนใกล้เคียงกัน และคาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอาจจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา
เผยแต่ละปีไทยพบผู้ป่วยหวัดใหญ่ตามฤดูกาล3-4ล้านคน
ทั้งนี้ นักระบาดวิทยาคาดประมาณว่า แต่ละปีไทยพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 3-4 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล 9 แสนคน นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 36,000 คน และมีผู้เสียชีวิตประมาณหลักร้อยหรือหลักพัน ขณะที่ทั่วโลก แต่ละปีพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ประมาณ 1,000 ล้านคน เป็นผู้ป่วยที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล 100-200 ล้านคน นอนโรงพยาบาล 3-5 ล้านคน เสียชีวิต 250,000–500,000 ล้านคน
“การที่ไทยพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นทุกวัน บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบการป้องกันควบคุมโรคของประเทศ มิได้หมายความว่าการทำงานล้มเหลว การตรวจตัวอย่างยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามแนวโน้มของการแพร่เชื้อ รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลวิชาการ ทั้งระดับประเทศและโลก โดยผลการตรวจยืนยันแต่ละวัน อาจพบมากหรือน้อยแตกต่างกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจที่มาของตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายวัน” นายแพทย์ปราชญ์ กล่าว
ระบุพบผู้ป่วยติดหวัด09กทม.ระบาดมากสุด ใน32โรงเรียน
นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวว่า พบผู้ป่วยสะสมใน 32 จังหวัด ผู้ป่วยร้อยละ 34 อยู่ในภาคกลาง จำนวนผู้ป่วยมากที่สุดใน กทม. พบเด็กป่วยในโรงเรียน 32 แห่ง ผู้ป่วยทุกรายได้รับการดูแลรักษาเพื่อควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดที่สุด และได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เร่งการป้องกันควบคุมโรค เน้นการประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องโรค การป้องกันตัว การดูแลเมื่อป่วย แก่ประชาชนทุกช่องทาง และใช้หอกระจายข่าวทุกหมู่บ้าน และจะเร่งออกหนังสือปกเขียว “รู้เท่าทันเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่” จำนวน 1 ล้านเล่ม แจกแก่ประชาชนให้ทันภายในวันที่ 19 มิถุนายน

ด้านนายแพทย์ หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า ยังคงมีการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน และแจกบัตรแนะนำสุขภาพ แต่จะปรับมาตรการ โดยจะตั้งจุดตรวจรักษา 1 จุด มีแพทย์พยาบาลประจำการ 24 ชั่วโมง โดยติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร ทั้งภาษาไทยและอังกฤษทุกประตู เพื่อแนะนำให้ผู้ที่มีไข้ ไอ มารับการตรวจรักษาที่จุดดังกล่าว หากอาการรุนแรงจะส่งรักษาต่อในโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่อาการไม่รุนแรงจะให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและติดตามอาการทุกวัน ส่วนการกรอกแบบสอบถามสุขภาพ หรือ ต 8 ซึ่งให้ผู้โดยสารกรอกเองก่อนลงเครื่อง จะยกเลิก เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาพบว่าการกรอกข้อมูลไม่ตรงกับความจริงทำให้ประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังป้องกันโรคน้อย
สาธิตสวนสุนันทาปิด3วัน พบเด็กติดหวัดใหญ่กลุ่มเอ
รศ.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรภ.สวนสุนันทา) กล่าวว่า ได้สั่งปิดโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรายภัฏสวนสุนันทา ตั้งแต่วันที่ 17-19 มิ.ย. เนื่องจากได้รับแจ้งว่า พบเด็กที่มีอาการเป็นไข้ 1 ราย ซึ่งผู้ปกครองได้นำตัวนักเรียนไปตรวจอาการตั้งแต่วันเสาร์ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ผลปรากฎว่า เด็กติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม เอ ไม่ใช่เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ ขณะนี้ผู้ปกครองก็ได้ให้เด็กหยุดพักที่บ้านไม่ได้มาเรียนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การปิดเรียนครั้งนี้ เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองหลายคน ที่มีความวิตกกังวล
โรงเรียนในกทม.-ปริมณฑลหยุดเรียน เพิ่มเติม
นายปรีชา จิตรสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 เปิดเผยว่า ในวันนี้มีโรงเรียนแจ้งขอหยุดการเรียนการสอน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มเติม คือ โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก แม้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่พบนักเรียนป่วยมีไข้สูงถึง 17 คน กระจายอยู่หลายห้องเรียน แพทย์เกรงว่าจะควบคุมโรคได้ยาก จึงตัดสินใจหยุดการเรียนสอน ตั้งแต่วันนี้ และจะกลับมาเปิดในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งจาก โรงเรียนนวมินทราชูทิศ สตรีวิทยา 2 ว่า ประกาศปิดเรียนในช่วงเวลาเดียวกันเช่นกัน แต่ยังไม่ยืนยันพบผู้ป่วย ขณะที่ก่อนหน้านี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ ซึ่งฝากเรียนไว้ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา น้อมเกล้า ต้องปิดเรียนไปพร้อมกันโดยปริยาย

สรุปรวมโรงเรียนที่หยุดเรียนแล้วทั่วประเทศ 24 แห่ง มีนักเรียน นักศึกษา ยืนยันว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ใน 13 สถานศึกษา
ยอดผู้เสียชีวิตจากหวัด2009เพิ่มขึ้นในหลายปท.
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาร์เจนตินา แถลงเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อีก 3 คนทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 4 คนแล้ว หลังจากเพิ่งมีการยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าเด็กทารกวัย 3 เดือนเสียชีวิตด้วยโรคนี้เป็นรายแรกของประเทศ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 871 คน
ส่วน เม็กซิโกแจ้งยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 คนรวมเป็น 113 คน และผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 6,970 คน และแคนาดา มีผู้เสียชีวิตอีก 2 คนรวมเป็น 9 คนแล้ว และผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 4,049 คน
ขณะที่ ซามัว ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยผู้ป่วยรายนี้เป็น 1 ในนักศึกษาและครูชาวออสเตรเลีย ีรวม 29 คนจากโรงเรียนในเมืองเมลเบิร์นที่เดินทางมาทัศนศึกษาที่นี่
ส่วนรัฐฟลอริดาของสหรัฐ มีผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ ทำให้ยอดเสียชีวิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 47 คน และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติเมื่อวานนี้อนุมัติเงินฉุกเฉินสำหรับต่อสู้กับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ จำนวน 7,700 ล้านดอลลาร์ โดยเงินก้อนนี้รวมอยู่ในร่างงบประมาณฉุกเฉินทั้งหมด 1 แสน 6 พันล้านดอลลาร์ที่จัดสรรสำหรับใช้ในสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน และเป็นเงินสนับสนุนเข้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศด้วย

———————————————

รายชื่อสถาบันการศึกษา ที่ปิดเรียน ทั่วประเทศมี 26 แห่ง ได้แก่

1. โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ( ปิดถึง 18 มิถุนายน )
2. โรงเรียนเซนต์ฟรังค์ซิสซาเวียร์ คอนแวนต ์ ( ปิดถึง 18 มิถุนายน )
3. โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ( เดิมปิดเรียนถึง 15 มิ.ย. และขยายปิดไปอีก 7 วันถึงวันที่ 21 มิ.ย. )
4. โรงเรียนวัดฉาง จ.ปทุมธานี ( ปิดถึง 17 มิถุนายน )
5. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ( ปิดเรียน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-17 มิถุนายน )
6. โรงเรียนราชวินิต ประถม บางแค ( ปิดเรียน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-17 มิถุนายน )
7. โรงเรียนสตรีวิทยา 3 (พุทธมณฑล) ( ปิดเรียน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-17 มิถุนายน )
8. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ( ปิดไปจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน )
9. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ถ.รามคำแหง ( ปิดโรงเรียน 15-19 มิถุนายน )
10. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ ถ.รามคำแหง ( ปิดโรงเรียน 15-19 มิ.ย. ) (ไม่พบติดเชื้อ)**
11. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ( ปิดโรงเรียน 15-17 มิถุนายน )
12. โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ (ปิด 7วัน ระหว่าง15-21 มิ.ย. ) (ไม่พบติดเชื้อ-หยุดทำความสะอาด)
13. โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว จ.สมุทรปราการ (ปิดโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 16-21 มิถุนายน )
14. โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เขตลาดพร้าว
15. โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ เขตพระนคร
16. โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ เขตห้วยขวาง
17. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
18. โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์
19. โรงเรียนภปร.ราชวิทยาลัย
20. โรงเรียนกสินธรเซนต์ปีเตอร์
21. โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน (ปิดโรงเรียน 17-22 มิ.ย. เริ่มเรียนอังคาร 23 มิ.ย.) ทำความสะอาด ร.ร.
22. โรงเรียนธัญวิทยาตงมิ้น อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี ( เปิดเรียนในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. )
23. โรงเรียนธัญญรัตน์ โรงเรียนประจำอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี ( เปิดเรียนในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. )
24. โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก ( ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ )
25. โรงเรียนนวมินทราชูทิศ สตรีวิทยา 2 ( ยังไม่ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อ )
26. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรายภัฏสวนสุนันทา ( ปิดเรียน17-19 มิ.ย. พบเด็กติดเชื้อหวัดใหญ่กลุ่มเอ )

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1245222061&grpid=04&catid=04

——————————————

(Update 16 มิถุนายน 2552)

aองค์การอนามัยโลกหรือ ดับเบิลยูเอชโอ แถลงเมื่อวานว่า ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 เพิ่มขึ้นเป็น 35,928 คนใน 76 ประเทศทั่วโลกแล้วนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในปลายเดือนมีนาคม โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทั่วโลกราว 5,834 คนจากเมื่อวันศุกร์ ซึ่งสหรัฐมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากที่สุด 4,638 คน อังกฤษเพิ่มอีก 404 คนและออสเตรเลียเพิ่มอีก 221 คน

นอกจากนี้ WHO ระบุว่าในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลกนี้ มีผู้เสียชีวิต 163 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นหลังจากมีการยืนยันผู้เสียชีวิตเพิ่ม 18 คนจากสหรัฐ โดยยังไม่รวมผู้เสียชีวิตรายแรกในอังกฤษ และตัวเลขผู้เสียชีวิตรายล่าสุดในสหรัฐและอาร์เจนตินา

ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า รัฐมินเนโซตาของสหรัฐยืนยันมีผู้เสียชีวิตเพิ่มรายล่าสุดเป็นเด็กทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 46 คน ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐที่รวบรวมล่าสุดเมื่อวันศุกร์ยังอยู่ที่ 17,855 คน นอกจากนี้อาร์เจนตินาแจ้งเมื่อวานว่ามีผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นเด็กทารกวัย 3 เดือน

ส่วนจอร์แดนแจ้งเมื่อวานว่ามีผู้ติดเชื้อสองรายแรกของประเทศเป็นเด็กหญิงสองคนที่เพิ่งกลับจากการเดินทางไปต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษรายงานว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1,320 คนแล้ว หลังมีผู้เสียชีวิตรายแรก

อนามัยโลกหวั่นชาติยากจนรับมือไม่ไหว

นางมาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวเตือนในการประชุมสาธารณสุขโลกที่จัดโดยสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์ว่า สถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศกำลังพัฒนา ปั่นป่วนจนรับมือไม่ไหว โดยชาติเหล่านี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และใช้เวลายาวนาที่สุดในการฟื้นตัว และโลกมีการเตรียมพร้อมอย่างที่สุดแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเพื่อรับมือกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ครั้งนี้ แต่ความพร้อมและความสามารถในการรับมือยังจำกัดอยู่ในเฉพาะประเทศร่ำรวย ขณะที่ชาติยากจนแทบจะมีแต่มือเปล่าเพื่อบรรเทาการระบาดของโรค

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากดับเบิลยูเอชโอเพิ่งประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นขั้นสูงสุด ซึ่งหมายถึงมีการระบาดไปทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อังกฤษลามถึงร.ร.นายร้อยแซนด์เฮิร์สต์และท็อปช็อป

เว็บไซท์ของแท็บลอยด์ เดอะซัน รายงานว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้แพร่ระบาดเข้าไปถึงโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ และร้านจำหน่ายแบรนด์ค้าปลีกยี่ห้อดังท็อปช็อปในสหราชอาณาจักรแล้ว หลังจากครูฝึกของโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์ตส์คนหนึ่ง กับพนักงานของร้านจำหน่ายเสื้อผ้าท็อปช็อป ที่ย่านถนนอ็อกซ์ฟอร์ด ในกรุงลอนดอน ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะร้านท็อปช็อปนั้น มีลูกค้าแวะเวียนเข้าไปถึงสัปดาห์ละ 2 แสนคน

รายงานระบุว่า มีนักเรียนนายร้อยของแซนด์เฮิร์สต์ ประมาณ 10 นาย ที่แสดงอาการคล้ายผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หลังการทดสอบเมื่อคืนที่ผ่านมา ถ้ามีการยืนยันการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ก็แสดงว่าได้เกิดการระบาดที่น่าวิตกที่สถาบันทหารอันทรงเกียรติแห่งนี้ และอาจทำให้ต้องปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกัน ก็เกิดความวิตกว่า ไวรัสอาจแพร่ระบาดสู่ชุมชนในย่านเบิร์กไชร์ หลังจากมีคนประมาณ 2 พันคน ไปร่วมงานประจำปีเนื่องในวัน เฮอริเทจ เดย์ ที่สถาบันแห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์ สำหรับทหารที่ป่วย ทำงานอยู่ฝ่ายพลาธิการ รับผิดชอบด้านอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้ต้องติดต่อกับนักศึกษามากถึง 750 คน

ทหารนายนี้ ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เมื่อวันศุกร์ หลังจากมีอาการป่วยมานานหนึ่งสัปดาห์ และถูกตัวดูอาการอยู่ในบ้านพักโดยทันที แต่แหล่งข่าวในแซนด์เฮิร์สต์ ระบุว่าทางการรู้เรื่องการนี้ก่อนถึงวันเฮอร์ริเทจ แต่กลับตัดสินใจจัดงานต่อไป และถ้ามีคนติดเชื้อเพราะกรณีนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างยิ่ง มีรายงานด้วยว่า โรงเรียนอีตัน ซึ่งอยู่ที่เบิร์กไชร์ ได้ปิดการเรียนการสอนชั่วคราว หลังจากพบว่า มีนักเรียนป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 คน

สำหรับท็อปช็อป ผู้บริหารได้บอกให้พนักงานทุกคนในร้านในลอนดอนว่า ถ้าพวกเขามีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก็ควรกลับบ้านทันทีและไม่ควรมาทำงาน

อธิบการบดีมช.เผยมีนร.สาธิตส่อติดหวัดเพิ่ม

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2552 ที่ห้องรับรองพิเศษ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) นพ. มล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและพบปะกับผู้บริหาร มช.โดยมี ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี มช. รศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต คณบดี คณะแพทยศาสตร์ มช. และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

อธิบดีกรมควบคุมโรคได้มอบสื่อสุขศึกษาประชาสัมพันธ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ H1 N1 ให้ผู้บริหาร มช. ประกอบด้วย แผ่นพับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จำนวน 2,00 แผ่น แผ่นพับคำถาม – ตอบโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 600 แผ่น โปสเตอร์ 100 แผ่น ชุดหน้ากากอนามัย 500 ชุด แผ่นใบปลิว Health beware card 1,000 ชุด

ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะพบนักเรียนของโรงเรียนสาธิต มช. มีอาการป่วยเป็นไข้ เด็กนักเรียนคนดังกล่าวเป็น 1 ใน 9 คน ซึ่งเป็นญาติของนักศึกษาหญิง ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มช.ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังเดินทางกลับจากไปโครงการ Work and travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 9 คนเดินทางไปรับนักศึกษาหญิงที่ติดเชื้อคนแรกที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ สำหรับญาติที่เหลืออยู่ระหว่างเฝ้าดูอาการแต่ทั้งหมดไม่ใช่นักศึกษาหรือบุคคลกรของ มช.

ผู้บริหาร มช.และโรงเรียนได้แจ้งให้เด็กที่ป่วยกลับไปพักรักษาตัวและดูอาการที่บ้านแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หากไม่ดีขึ้นภายใน 2 วันให้รับกลับมาพบแพทย์ ส่วนอาการเบื้องต้นยังไม่หนักแต่เพื่อความปลอดภัยอาจารย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านแทน ขณะเดียวกันในวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ จะมีการทำความสะอาดโรงเรียนสาธิต มช.

ส่วนอาการของนักศึกษา ภาควิชาเคมีอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มช.ที่ติดเชื้อ H1 N1 ล่าสุดอาการดีขึ้นตามลำดับ คาดว่าอีก 3 วัน แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่วนเพื่อนอีก 3 คนที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน อีก 3 วันจะทราบผลตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่

ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนักศึกษาที่ไปโครงการ Work and travel ในต่างประเทศกว่า 1,000 คน และกำลังทะยอยกลับมาในช่วงเปิดภาคเรียน เบื้องต้นภายสัปดาห์นี้จะเดินทางกลับมาประมาณ 100 คน มช.ได้แจ้งให้ทั้งหมดรายงานตัวและให้พักอยู่ที่บ้านก่อน

“สุขุมพันธุ์”ไม่เห็นด้วยปกปิดตัวเลขผู้ป่วย

วันนี้ เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้นำทีมแพทย์มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ให้กับคณะผู้บริหาร นำโดย มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และข้าราชการ ลูกจ้างกทม. หลังจากที่เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดในพื้นที่กทม.

โดยเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย เปิดเผยว่า วัคซีนที่นำมาฉีดให้กับทางคณะผู้บริหารดังกล่าวนั้น เป็นวัคซีนที่ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งตามหลักการแล้ว ถือว่า เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากผู้บริหารกทม. ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

นอกจากนั้นแล้ว คณะผู้บริหารชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ที่ถือว่า มีอายุมาก ซึ่งมีความความเป็นไปได้ ที่จะติดเชื้อไข้หวัดดังกล่าวได้ง่าย

ทั้งนี้ มีรายงานจากสำนักอนามัยแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ ทางสำนักอนามัย(สนอ.) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กทม. ทำงานประสานไปยังบุคคล ที่อยู่ในข่ายที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด ให้เข้ามาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่า โรคหวัดดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีความรุนแรง มากไปกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม.ว่า ที่ประชุมได้หารือ ถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และมีความกังวลต่อแนวโน้มของโรค ที่ขณะนี้ มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่ง กทม.จะเดินหน้าต่อไป ในการป้องกันและเฝ้าระวัง รวมทั้งให้ข้อมูลในการปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว โดย กทม.ได้ทำหนังสือถึงเจ้าของ และผู้บริหารตลาดเอกชน ทั้ง 400 กว่าแห่งทั่ว กทม. เพื่อขอให้ทำความสะอาดตลาด

ทั้งนี้ หากเจ้าของอยากได้ข้อมูล ในเรื่องของการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี สนอ.พร้อมอำนวยความสะดวก โดยทำความสะอาดตามหลักวิชาการ พร้อมกันนี้ เขายังได้กำชับเพิ่มเติม ไปยัง ผอ.โรงเรียนในสังกัด กทม.ให้เฝ้าระวังและดูแลเด็กอย่างเต็มที่ แม้ว่า จะยังไม่มีเด็กนักเรียนในสังกัด กทม.ป่วยก็ตาม

มรว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือ ในการไม่เปิดเผยจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกนั้น โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่า การเปิดเผยข้อมูล จะเป็นวิธีที่ทำให้ประชาชน หันมาทำการป้องกัน และเฝ้าระวังที่ดีที่สุด หน่วยงานภาครัฐ จึงจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูล ไม่ควรปกปิดเด็ดขาด

ด้าน พญ.มาลินี กล่าวว่า แม้ว่า ขณะนี้ จะมีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการตายยังไม่มี เพราะว่า กทม.ป้องกันตั้งแต่นาทีแรกที่ทราบเรื่อง และเฝ้าระวังอย่างกระชั้นชิด และในวันนี้(16 มิ.ย.) เวลา 16.00 น. มรว.สุขุมพันธุ์ จะเดินทางไปที่ รพ.กลาง เพื่อกำชับโรงพยาบาลในสังกัดให้เฝ้าระวัง หากพบผู้ป่วยอย่าประมาทและรักษาให้ดีที่สุด

นายกฯยันไม่ปกปิดชี้ไม่มีประโยชน์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นว่า ได้สอบถามจากกับนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ถึงกระแสข่าวที่จะไม่มีการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ ซึ่งนายวิทยา ยังยืนยันว่า จะปฏิบัติเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อได้เฉพาะที่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ เราก็ทำเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งบางประเทศก็ประสบปัญหาไม่สามารถรายงานตัวเลขได้ครบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกลับกัน การรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก จะทำความเข้าใจอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ถ้าเราไปปกปิด คงไม่เกิดประโยชน์ จะได้รู้สถานการณ์ว่า มีความหนักเบาอย่างไร ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข ต้องรายงานอย่างตรงไปตรงมา เพราะเราต้องสื่อสารให้ประชาชน ที่เป็นผู้รับสารเข้าใจ อีกทั้งผู้ที่รับข่าวสาร ก็ต้องรู้ว่า ความหนักเบาของโรคในขณะนี้อยู่ในขั้นใด

เมื่อถามว่า จะมีการปรับระดับความเข้ม ของการแพร่ระบาด ถึงขั้นต้องปิดพรมแดนชั่วคราวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีข้อเสนอใด ที่จะให้มีการจำกัดการเดินทาง

สธ.เตรียมเปิดตัวเลขผู้ป่วยหวัดวันละ1ครั้ง
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯหลายจังหวัด ดังนั้นเพื่อให้ข้อมูลตัวเลขผู้ป่วยแก่สื่อมวลชน กระทรวงสาธารณสุขจะให้ข้อมูลเผยแพร่ประชาสัมพันธ์วันละ 1 ครั้ง โดยทุกจังหวัดหากพบผู้ป่วยให้รายงานไปที่สำนักระบาดวิทยาก่อนทุกวันเพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

หลังจากนั้นจังหวัดสามารถให้ข้อมูลสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์การควบคุมโรค หรือมาตรการที่ดำเนินการในแต่ละจังหวัด และ ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคไข้หวัดในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เน้นการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจการป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ และการปฏิบัติตัวหลังติดเชื้อด้วย

สำหรับประชาชนทั่วไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่สนใจ สามารถติดตามสถานการณ์ของโรค มาตรการการเฝ้าระวัง และคำแนะนำต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข ที่ http://www.moph.go.th หรือขอรับคำปรึกษาได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 02 590 3333 และ 02 590 1994 ตลอด 24 ชั่วโมง

สธ.อบรมแพทย์พยาบาลรับมือหวัด

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมแพทย์ พยาบาล เรื่อง “แนวทางการวินิจฉัย ดูแลรักษา การให้ยาต้านไวรัสผู้ป่วย กรณีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (Intensive course on case management for Influenza A/H1N1/2009)” เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ พัฒนางานให้พร้อมรับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ โรงพยาบาลสังกัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน

สพฐ.สั่งร.ร.ฟังคำแนะนำสธ.ก่อนปิด

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ร.ร.ในกทม.เริ่มมีปัญหาประกาศหยุดเรียนโดยไม่มีความจำเป็น อย่างเช่น โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริยาราม ประกาศหยุดเรียน 3 วัน ทั้งที่ยังไม่พบนักเรียนติดเชื้อหรือตกสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่2009 อย่างไรก็ดี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำชับไปแล้วว่า ให้ร.ร.ประสานกับสาธารณสุขในพื้นที่ก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ หรือตัดสินใจปิดเรียน ซึ่งสำหรับร.ร.ในต่างจังหวัดนั้น ไม่ค่อยมีปัญหา ร.ร.จะประสานให้สาธารณสุขจังหวัดเข้ามาตรวจสอบและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แต่ ร.ร.ในกทม.บางแห่ง ไม่ได้ประสานงานกับสาธารณสุขก่อนกลับตัดสินใจประกาศปิดเรียนโดยพลการ

“ดิฉันจะหารือกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กทม. ทั้ง 3 เขต ชี้แจงกับ ร.ร.ในกทม. ขอให้ไม่ประกาศปิดเรียนโดยพลการ ต้องหารือกับสาธารณสุขก่อน ถ้ามีความจำเป็นจึงค่อยประกาศหยุดเรียน เพราะ ร.ร.ในกทม.บางแห่ง แค่พบนักเรียนป่วยเป็นไข้ ก็ประกาศหยุดเรียนเป็นสัปดาห์ ถือว่า เกินความจำเป็น ทั้งที่การหยุดเรียนส่งกระทบต่อการเรียนการสอน แต่ก็เข้าใจบางร.ร. อาจอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกผู้ปกครองกดดันให้ปิดเรียน “ คุณหญิงกษมา กล่าว และว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่า ร.ร.ในจังหวัดนครปฐม นนทบุรี และลพบุรี รายงานว่ามีเด็กติดเชื้อหวัดใหญ่2009 ด้วย

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ให้สาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักพิจารณาว่า ร.ร.ควรปิดเรียนหรือไม่ หากร.ร.สงสัยว่า นักเรียนของตัวติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไม่ ให้ปรึกษาสาธารณสุขในพื้นที่

“วันนี้ ได้รับรายงานจากปลัด ศธ. ว่า ปิดร.ร.ไปแล้ว 15 แห่ง ไม่อยากให้มองเป็นภาพน่ากลัว เพราะร.ร.ในสังกัดมีเกือบ 40,000 โรง อย่างไรก็ตาม ได้ให้นโยบายไปว่า ร.ร.ที่ปิดต้องสอนเสริมให้เด็กในภายหลังด้วย “ รมว.ศธ. กล่าว

สำหรับข้อมูลการปิดสถานศึกษา ดังนี้ โรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล ปิด 12-18 มิ.ย. พบเด็กติดเชื้อ 37 ราย โรงเรียนเซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ ปิด 12-18 มิ.ย. ติดเชื้อ 2 ราย โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ปิด 15-19 มิ.ย. ติดเชื้อ 17 ราย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปิด 12-18 มิ.ย. ติดเชื้อ 1 ราย โรงเรียนวัดฉาง ปิด 15-17 มิ.ย. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศสตรีวิทยา พุทธมณฑล ปิด 15-17 มิ.ย. โรงเรียนสวนกุหลาบ ปิด 15-17 มิ.ย. ติดเชื้อ 2 ราย โรงเรียนราชวินิต (ประถม) ปิด 15-17 มิ.ย. โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ปิด 15-21 มิ.ย. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปิด 15-17 มิ.ย. ติดเชื้อ 1 ราย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปิด 15-17 มิ.ย. ติดเชื้อ 1 ราย ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว ปิด 16-18 มิ.ย.ติดเชื้อ 2 ราย โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริยาราม ปิด 16-18 มิ.ย. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พบเด็กติดเชื้อ 4 ราย ปิดตั้งแต่วันที่ 16-23 มิ.ย. โรงเรียนกสินธร เซ็นต์ปีเตอร์ พบเด็กติดเชื้อ 1 ราย ปิด 16-19 มิ.ย. และ นอกจากนั้น ยังรอการยืนยันข้อมูลจากโรงเรียนสตรีวิทยา 2 และโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.komchadluek.net/detail/20090616/17213/

(Update 14 มิถุนายน 2552 )

นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการปฏิบัติการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เปิดเผยเมื่อวันที่ 14มิถุนายนว่า ตัวเลขผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันนี้เพิ่มอีก 44 คน จากเดิม 106 คน รวมเป็น 150 คนแต่ขอให้คนไทยอย่าตื่นตระหนก เพราะผู้ติดเชื้อมีอัตราการเสียชีวิตเพียงร้อยละ 0.1 ส่วนการรักษาจะให้ยาเพียงแค่ร้อยละ 5 เพราะอีกร้อยละ 95 หากได้รับเชื้อแล้วสามารถหายเองได้ กลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวาน หัวใจ วัณโรค ความดันโลหิต และเด็กที่มีโรคประจำตัว

นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า มีรายงานจากการตรวจเลือดพบว่า คนที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด-18 ปี ไม่มีภูมิคุ้มกัน แต่ ผู้ที่มีอายุ 19-60 ปี พบว่าในเลือดมีภูมิคุ้มกันร้อยละ 6-9 ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีภูมิคุ้มกันในเลือดร้อยละ 33 ซึ่งหมายความว่า เคยมีโรคนี้เกิดขึ้นมาแล้วจึงเกิดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นผู้ที่เป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันและไม่เป็นอีกตลอดชีวิต ขอให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ปฎิบัติตามคำแนะนำป้องกันและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ปลัด สธ.กล่าวว่า ส่วนวัคซีนที่จะป้องกันโรคนี้คาดว่าภายใน 3 เดือน จะผลิตได้สำเร็จ และไทยจะได้รับประมาณเดือนตุลาคม ขณะนี้ตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลกมี 30,000 คนแล้ว เฉพาะที่สหรัฐฯ มี 16,000 คน

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ล่าสุดมีผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อแล้วกว่า 150 คน จากการวิเคราะห์ในทางระบาดวิทยา ยังต้องมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากขณะนี้ประชาชนกำลังตกใจ ทำให้ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหรือผู้ที่ได้รับเชื้อพยายามหนีการตรวจสอบ และกินยาลดไข้ ซึ่งอาจทำให้มีการนำเชื้อเข้ามาในประเทศอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลใช้มาตรการเข้มข้น เช่น การปิดโรงเรียน ทำให้เกิดการหวั่นวิตก

นายวิทยากล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ สธ.พยายามประชาสัมพันธ์เพื่อลดการตื่นตระหนกของประชาชน โดยชี้เห็นว่าโรคนี้มีอันตรายเหมือนไข้หวัดธรรมดา และไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับเป็นไข้หวัดนรกอย่างที่สื่อบางประเภทระบุไว้

นายวิทยากล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเริ่มออกมาเรียกร้องให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบกับการแพร่ระบาดครั้งนี้ว่า จะให้รับผิดชอบอย่างไร เพราะ สธ.ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว จนเจ้าหน้าที่แทบไม่ได้หลับนอน และมาตรการต่างๆที่ออกมาก็เป็นที่ยอมรับอย่างสูงจากสากล ซึ่งเหนือกว่าประเทศอื่นๆหลายประเทศ แม้แต่ญี่ปุ่นที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อในช่วงเวลาเดียวกันกับประเทศไทย แต่ตอนนี้ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 1,000 ราย ขณะที่สหรัฐอเมริกาเองแม้แต่เทอร์โมสแกนประจำสนามบินก็ไม่มี

“หากฝ่ายค้านตั้งคำถามมา ผมเองก็พร้อมที่จะตอบและชี้แจงทุกเรื่อง เพราะมั่นใจว่าสธ.ได้ทำหน้าที่แล้วอย่างดี และมาตรการต่างๆที่ออกมาก็เป็นที่ยอมรับ เราพยายามควบคุมอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้โรคนี้ขยายตัวออกไปอีก”นายวิทยา กล่าว

ด้านนพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ด อภ.) กล่าวว่า ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) จะส่งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มายังประเทศไทย ซึ่งเชื้อเป็นนี้จะสามารถผลิตวัคซีนต้านไวรัสได้มากกว่าเชื้อตาย 30 เท่า โดยในวันที่ 18 มิถุนายน เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกจะมาตรวจโรงงานต้นแบบผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ของ อภ. คาดว่าจะได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตที่ดีขององค์การอนามัยโลกภายในเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้อภ.ได้ประสานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการเตรียมความพร้อมขึ้นทะเบียนวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วย

นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ได้ประสานกับองค์การอนามัยโลก ในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยอภ. จะใช้ห้องปฏิบัติการอาคารปฏิบัติการควบคุมและประเมินคุณภาพทางเภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม ซึ่งได้รับการปรับปรุงเป็นโรงงานต้นแบบผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยหลังจากได้รับเชื้อเป็นของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ก็สามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ทันที โดยได้รับความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศรัสเซียซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก เพื่อผลิตวัคซีนในลักษณะพ่นเข้าทางเยื้อจมูก จำนวน 2.8 ล้านโดสต่อเดือน แต่อาจต้องใช้เวลาในการทดลองทางคลินิกในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์ แล้วเสร็จเดือนมีนาคมปีหน้า

“การผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จากเชื้อเป็นถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จึงต้องเอาความปลอดภัยเป็นตัวนำและดำเนินการอย่างรอบคอบ ส่วนการใช้เชื้อตายในการผลิตวัคซีนนั้น อภ.สามารถผลิตได้เป็นผลสำเร็จแล้ว แต่การผลิตวัคซีนจากเชื้อตายจะผลิตได้จำนวนโดสน้อยกว่าเชื้อเป็น สามารถผลิตได้แค่เดือนละ 4-5 หมื่นโดส ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ประสิทธิผลในการป้องกันโรคไม่ต่างกัน”นพ.วิทิตกล่าว

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1244961471&grpid=00&catid=04

——————————————————–

(Update 13 มิถุนายน 2009)

12620รมว.สาธารณสุข เผย ผลตรวจอนุบาลปทุมธานี ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 17 ราย ส่งผลให้ล่าสุด ยอดรวมผู้ติดเชื้อในไทยทะลุ 106 ราย ขณะภูเก็ตพบผู้ติดเชื้อแล้ว 1 ราย รอลุ้นผลเลือดอีก 26 ราย…

วันนี้ (13 มิ.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในประเทศไทย ว่า จากการตรวจเชื้อของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล ที่ จ.ปทุมธานี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ส่งผลการตรวจเชื้อที่ห้องปฏิบัติการ จำนวน 50 ราย พบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่พันธ์ุใหม่ 2009 จำนวน 17 ราย โดยยังมีอาการป่วย ไม่สบายอีก 2-3 ราย

รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ตนจึงได้มอบหมายให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่ทราบต้นตอของโรคติดมาจากแหล่งใด แต่นักวิชาการยืนยันแล้วว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการระบาดในบางพื้นที่ และยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งสำหรับยอดรวมล่าสุดมีผู้ป่วยยืนยันเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่ 106 ราย

ด้าน นายแพทย์ไพจิตร์ ระบุสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทย เข้าสู่สถานการณ์บี อย่างรวดเร็ว คือ มีการแพร่เชื้อเป็นกลุ่มก้อน และคาดว่าอีกไม่นานจะเข้าสู่สถานการณ์ ซี คือมีการระบาดทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าวิตก เพราะผู้ป่วยที่พบมีอาการเล็กน้อยเท่านั้น และทางกระทรวงได้ประสานโรงพยาบาลรามาธิบดี ศิริราช ในการเตรียมรับมือดูแลผู้ป่วยแล้ว

ส่วนที่จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 10.00 น. น.พ.พงษ์สวัสดิ์ รัตนแสง สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงเข้ามาท่องเที่ยวที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งในหาดป่าตอง จากนั้นเมื่อเดินทางกลับประเทศพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 นั้นได้นำตัวอย่างเลือดของพนักงานผับดังกล่าวไปตรวจชุดแรก 5 ราย ปรากฏว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้ว 1 ราย โดยสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตจะเรียกประชุมผู้ประกอบการสถานบันเทิงในหาดป่าตอง รวมทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากสถานบันเทิงที่พบพนักงานป่วยให้ปิดทำการ 5 วัน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว โดยสำนักงานสาธารณสุข จ.ภูเก็ตได้ลงพื้นที่ทันที เพื่อสอบสวนโรค

น.พ.พงษ์สวัสดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพนักงานที่มีอาการป่วยนั้น ขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนพนักงานอื่นๆ ที่มีอาการป่วยในลักษณะเดียวกันได้มีการดูแลและให้ยาอย่างต่อเนื่องทุกคน ส่วนผลการตรวจเลือดของพนักงานในสถานบันเทิงที่สัมผัสกับนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่มีอาการป่วย ชุดที่ 2 จำนวน 26 คนนั้น จะทราบผลในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ในการดูแลป้องกันโรคดังกล่าวนั้น สำนักงานสาธารณสุข จ.ภูเก็ตได้ประสานไปยังผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ช่วยกันดูแลพนักงานและนักท่องเที่ยว หากพบว่ามีอาการป่วยให้เข้ารับการตรวจและเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจสอบที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทันที ซึ่งขณะนี้ยังคงมีการเก็บตัวอย่างเลือดส่งไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

น.พ.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ของ จ.ภูเก็ตนั้น มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เนื่องจาก ขณะนี้ทั้งผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัยอยู่ในความดูแลของแพทย์ทั้งหมดแล้ว เพราะที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่ทำงานทันที หลังจากมีข่าวพบผู้ป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุข จ.ภูเก็ตพร้อมทีมงานได้ลงพื้นที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภูเก็ต หลังมีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงระบุว่า เดินทางมาพักผ่อนเป็นแห่งสุดท้าย ก่อนจะพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งล่าสุดผลตรวจเลือดจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สุราษฎร์ธานี ยืนยันว่า พนักงานหญิงในผับแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงเดินทางไปใช้บริการติดเชื้อไข้หวัดดังกล่าวแล้ว โดยได้มีการแจกเอกสาร ให้ความรู้พนักงานสถานบริการและนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่าง ๆ เพื่อให้ทราบวิธีป้องกันตนเอง

ข้อมูลอ้างอิง: http://www.thairath.co.th/content/special/12620

ผู้ป่วยติด”หวัด09″พุ่งพรวด 89 วันเดียวเพิ่ม 43 ราย

12448150741244815103mเวลา 19.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.ได้ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อีก 43 ราย แบ่งเป็น พัทยา 3 ราย โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ 1 ราย จ.ภูเก็ต 1 ราย จ.สงขลา 1 ราย และจากโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป อีก 37 ราย รวมผู้ป่วยขึ้นทะเบียนเป็น 89 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม สธ.จะรายงานรายละเอียดของผู้ป่วยอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 มิถุนายน

ลามโผล่ร้อยเอ็ด 2นศ.สาวกลับจากอเมริกา

ด้าน นพ.ภาสกร ไชยเศรษฐ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 2 คน เป็นหญิง อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินทางกลับจากการทำงานและท่องเที่ยวจากอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ผลตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 19 ปี เพื่อนกับผู้ป่วยรายแรกศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เดินทางไปอเมริกา กลับมาถึงประเทศไทยพร้อมกันแต่อาการดีขึ้นแล้ว ส่วนเพื่อนกลุ่มเดียวกัน 4 คนที่ร่วมเดินทางไปด้วย ตรวจไม่พบเชื้อ และผู้ป่วยทั้งสองรายมีผู้สัมผัสใกล้ชิด 7 คน ซึ่งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว ออกสอบสวนและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 7 วันแล้ว
น.ร.อนุบาลปทุมฯนอนรพ.อีก 3

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองปทุมธานี พร้อมสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ออกพ่นยาฆ่าเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ถนนเทศสัมพันธ์ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด นพ.ภูกฤษ์ เวชศักดาโอสถ สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า หลังจากนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เข้ารับการรักษาอาการหวัดในวันแรกกว่า 50 คนและนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 3 คน วันนี้มีเด็กมาตรวจอีก 33 คน ซึ่งแพทย์ให้นอนโรงพยาบาล 2 คน และนักเรียนโรงเรียนวัดฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี 8 คน พร้อมทั้งโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงปทุมธานี อีก 1 คน ส่วนใหญ่ตรวจพบว่ามีไข้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส แต่ไม่เกิน 38 องศาฯซึ่งไม่ถึงเกณฑ์ 38 องศาฯ จึงให้ยาและปล่อยให้กลับบ้านได้
ด้านนายมนตรี เทพสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปทุมธานีประชุมผู้ปกครอง พร้อมชี้แจงเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองตื่นตระหนก รวมทั้งได้ฉีดพ่นยาพร้อมทำความสะอาดโรงเรียน หากเด็กที่ป่วยมีอาการไข้ไม่ลดลงจะปิดโรงเรียนต่อในวันที่ 15 มิถุนายน
สธ.เปลี่ยนศูนย์ตอบโต้ฯเป็นควบคุมป้องกัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับเตือนภัยการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 ซึ่งหมายถึง การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว โดยติดต่อจากคนสู่คนนั้น ทาง นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะผู้บริหารระดับสูง สธ. ทบทวนสถานการณ์และมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทันที เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง
นายวิทยาแถลงว่า ที่ประชุมมีมติยุบศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่มี นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด สธ. เป็นประธาน เปลี่ยนเป็น ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 1 คน นับเป็นรายที่ 47 โดยเป็นนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งเป็น 1 ใน 10 คนที่ สธ.เก็บตัวอย่างเชื้อไปตรวจเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ขณะนี้ผู้ปกครองได้นำเด็กไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ส่วนผลตรวจเชื้อของเด็กอีก 9 คน ยังไม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังที่อยู่ระหว่างสอบสวนและตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ 105 คน ในจำนวนนี้เป็นชาว จ.ภูเก็ต 20 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านป่าตอง เพราะมีรายงานจากฮ่องกงว่า มีชาวฮ่องกงติดเชื้อหลังจากมาท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประวัติเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต เพียงแห่งเดียว สำหรับกลุ่มนักเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ประมาณ 50 คน พบว่ามีเด็กเป็นไข้หวัดจำนวนมาก
“ยอมรับว่าผู้ป่วยรายที่ 16 เป็นเรื่องเกินขีดความสามารถของ สธ.ที่จะพิสูจน์ว่าติดเชื้อจากที่ใด เพราะการตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จะตรวจยืนยันได้ผลภายใน 7 วันหลังได้รับเชื้อ แต่หากตรวจที่ล่าช้าเกิน 7 วันไปแล้ว จะตามพิสูจน์ไม่ได้ ตรวจหาเชื้อไม่พบ ซึ่งทีมระบาดวิทยา สธ.ตั้งสมมติฐานว่าอาจจะมีเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่ก่อนแล้ว และแพร่เชื้อไปยังผู้ป่วยรายที่ 2 รายที่ 3 ได้ แต่ผู้ป่วยที่เป็นต้นตออาการไม่หนัก จึงไม่ได้ป้องกันโรค หรือไม่ได้ไปพบแพทย์และหายป่วยได้เอง” นพ.คำนวณกล่าว
เผยชาวบางละมุงป่วยกว่า100คน นพ.คำนวณกล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่สอบสวนโรคที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ทำให้ทราบสาเหตุการแพร่เชื้อ กรณีโรงเรียนเซนต์คาเบรียล พบว่าโต๊ะเรียนมีขนาดกว้างเพียง 1.5 เมตร แต่มีเด็กนั่งเรียนร่วมกัน 3 คน และเป็นห้องปรับอากาศ (ติดแอร์) เด็กนั่งเรียนอยู่ด้วยกันนาน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และมีกิจกรรมทำร่วมกันตลอดทั้งวัน เช่น วาดรูป คอมพิวเตอร์ จึงทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ส่วนการระบาดที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา มีผู้ป่วยเป็นไข้หลายราย เพราะสถานบันเทิงมีขนาดกว้างประมาณ 1 สนามบาสเกตบอล จุคนได้มากถึง 300-400 คน เฉพาะพนักงานในร้านมีมากถึง 100 คน และต้องทำงานอยู่ร่วมกันเป็นเวลานานตั้งแต่ 2 ทุ่ม-ตี 2 อากาศไม่ถ่ายเท เพราะเป็นห้องปิดทึบไม่มีหน้าต่าง นพ.คำนวณกล่าวว่า ประชาชนใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่มีอาการป่วยกว่า 100 คน เดินทางไปขอตรวจเชื้อที่ โรงพยาบาลบางละมุง เช่นเดียวกับผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ที่พาบุตรหลานไปตรวจเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชน ดังนั้น ขอยืนยันว่าการตรวจหาเชื้อไม่เป็นประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะติดเชื้อไข้หวัดจากสายพันธุ์ใดก็ตาม วิธีรักษาและป้องกันโรคเหมือนกันทุกสายพันธุ์ ที่สำคัญ การตรวจวิเคราะห์ต้องเสียค่าตรวจอย่างน้อยครั้งละ 2,000 บาท ส่วนกรณีข่าวที่มีนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น ข้อเท็จจริงคือ ผู้ป่วยเป็นหญิง อายุ 20 ปี ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และเป็นผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ด้าน นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า ได้ประสานไปยัง สธ.กับบริษัท ซาโนฟี ปาสเตอร์ ซึ่งร่วมทุนผลิตวัคซีนจำนวน 2 ล้านชุด โดยมีเงื่อนไขคือ 1.สั่งจองโดยยังไม่จ่ายเงิน 2.หากผลิตออกมาแล้วไม่ได้ใช้วัคซีน ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ต้องซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปริมาณเท่ากัน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวมีมาก่อนหน้านี้ แต่ อภ.ไม่ตัดสินใจ เพราะปริมาณการฉีดไข้หวัดใหญ่ในฤดูกาล 1 ล้านโดสเท่านั้น ถ้าใช้ไม่หมดอาจสูญเงิน 100 ล้านบาท ในทางปฏิบัติจึงต้องเจรจาว่าจะให้ใครเป็นผู้สั่งซื้อ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการนำแนวทางมาใช้ต่อไป
กรมควบคุมโรคไม่เห็นด้วยปิดร.ร.
ขณะที่ นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะปิดโรงเรียน ควรให้เฉพาะเด็กที่มีอาการป่วยหยุดการเรียนจนกว่าจะหายก็เพียงพอ และหาวิธีในการป้องกันการแพร่เชื้อภายในบ้าน เพราะโรคดังกล่าวปัจจัยสำคัญอยู่ที่มือ ที่จะนำเชื้อโรคไปขยี้ตา แคะจมูก กรมควบคุมโรคได้ออกคำแนะนำว่า หากพบนักเรียนติดเชื้อ 1 คน จากการเดินทางกลับจากต่างประเทศ ไม่แนะนำให้หยุดเรียน แต่หากป่วยโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปต่างประเทศเลย ให้ปิดเฉพาะที่เป็นปัญหา ทั้งนี้ต้องดำเนินการในช่วงต้นๆ ของการติดเชื้อ หากดำเนินการปิดในช่วงหลังจะไม่ได้ผล
สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 28,774 คน ใน 74 ประเทศ เสียชีวิต 144 คน ใน 7 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก 108 คน สหรัฐอเมริกา 27 คน แคนาดา 4 คน คอสตาริก้า 1 คน ชิลี 2 ราย สาธารณรัฐโดมินิกัน 1 คน และโคลัมเบีย 1 คน
“มาร์ค”แนะดูแลใกล้ชิด 3 จุด
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังว่า ขณะนี้มี 3 จุดที่ต้องเข้าไปดูแลใกล้ชิด คือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ภูเก็ต และโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนได้หารือกันตั้งแต่เปิดเทอมว่า เป็นจุดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีความจำเป็นต้องหยุดเรียนหรือปิดโรงเรียนให้ดำเนินการได้ ขณะนี้เมื่อมีรายงานหรือมีความสงสัยในพื้นที่ใด จะเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อนำผู้ติดเชื้อมาดูแลรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาด ส่วนกรณีที่องค์การอนามัยโลก (ปรับระดับการแพร่ระบาดของโรคขึ้นไปเป็นระดับ 6 ไทยก็คงปรับมาตรการตามเกณฑ์ ขณะนี้การเข้าไปดูแลของเราค่อนข้างจะรวดเร็ว ถ้าตื่นตัวทำงานอย่างใกล้ชิดขนาดนี้เชื่อว่าควบคุมได้
เมื่อถามว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้เดินทางอย่างตนเดินทางไปในหลายประเทศ ได้พูดคุยกับผู้บริหารของหลายๆ ประเทศก็มีความหลากหลาย บางประเด็นไม่วิตกกังวลเท่าไหร่โดยให้เหตุผลว่าอัตราผู้เสียชีวิตต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดาด้วยซ้ำ แต่บางประเทศแสดงความกังวลเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องใหม่ไม่แน่ใจว่าจะมีพัฒนาการอย่างไรจึงเป็นเรื่องที่ตอบยาก แต่นโยบายที่รัฐบาลใช้เป็นนโยบายที่เปิดเผยไม่มีการปกปิด สถานการณ์เป็นอย่างไรก็รายงานอย่างนั้น และแสดงให้เห็นว่าเรามีระบบติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
ปิดสถาบันกวดวิชา”เกียรติบัณฑิต”7วัน คาดแหล่งแพร่เชื้อ
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียลติดไข้หวัดใหญ่ 2009 ทำให้โรงเรียนหลายๆ แห่งต้องประกาศปิดเรียนว่า ศธ.ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างใกล้ชิด โดยมอบให้ นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัด ศธ.เป็นหัวหน้าคณะทำงานในส่วนของ ศธ.เพื่อร่วมประชุม และประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และหากสถานศึกษาใดพบว่ามีผู้ป่วยให้นำตัวพบแพทย์ทันที และถ้ามีความจำเป็นก็ให้ปิดเรียนได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาต ศธ.เพียงแต่ให้แจ้งเพื่อรับทราบเท่านั้น สำหรับพื้นที่ใน กทม.สั่งการให้สถานศึกษาทุกแห่งให้ความร่วมมือกับ สธ.และ กทม.ทำความสะอาดสถานศึกษาในวันที่ 13-14 มิถุนายน และร่วมประชุมหารือถึงมาตรการในการป้องกันโรคเพิ่มเติมในวันที่ 15 มิถุนายน
นายจุรินทร์กล่าวถึง กรณีโรงเรียนกวดวิชาซึ่งเป็นจุดที่พบว่า เป็นที่มาของการแพร่ระบาด ทำให้นักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียลติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ขณะนี้ พบแล้วว่า เป็นสถาบันกวดวิชาใด โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ประสานให้สถาบันกวดวิชาดังกล่าวปิดชั่วคราวแล้ว และหากพบว่า สถาบันกวดวิชาอื่นๆ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของ ศธ. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีสถานศึกษาสั่งปิดเรียนเพิ่มนอกเหนือจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี
ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า โรงเรียนที่มีเด็กป่วยไม่จำเป็นต้องปกปิดชื่อโรงเรียน เพราะไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่ไม่ควรเปิดเผยชื่อนักเรียน ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีโรงเรียนในสังกัด สพฐ.สั่งปิดเพิ่มนอกจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี
นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า มีคำสั่งให้ สถาบันกวดวิชาเกียรติบัณฑิต ตั้งอยู่ย่านราชเวที ปิดเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-18 มิถุนายน และจะเปิดในวันที่ 19 มิถุนายน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว และถ้าพบในโรงเรียนกวดวิชาอื่น ก็ได้สั่งการเป็นแนวปฏิบัติเดียวกันไปแล้วว่าให้ปิด 7 วันเช่นกัน
เจ้าของสถาบันยันไม่ใช่ต้นตอเด็กป่วย
ด้านนายชัยภัทร เจริญพร ผู้อำนวยการเขตราชเทวี กล่าวว่า ศูนย์บริการสาธารณสุข 2 และฝ่ายสิ่งแวดล้อม เขตราชเทวี ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชา “เกียรติบัณฑิต” ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 และ 6 ของอาคารธนาคารทหารไทย ตรงข้ามกรมปศุสัตว์ หลัง ศธ.ให้ปิดชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงอาคารห้องเรียน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ และดูแลเรื่องความสะอาดให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแจกแผ่นพับและหน้ากากอนามัย ซึ่งโรงเรียนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากนายธีระวุธ ชูช่วยสุวรรณ ผู้จัดการโรงเรียนกวดวิชาเกียรติบัณฑิตว่า ไม่ได้เป็นต้นตอที่ทำให้เด็กป่วย เนื่องจากในวันที่ 6 มิถุนายน เด็กได้เข้าเรียนครั้งล่าสุด แต่มีอาการป่วยมาก่อนหน้านั้นแล้ว และเข้าเรียนได้เพียง 1 ชั่วโมง จากนั้น ผู้ปกครองได้รับกลับบ้านไป และเด็กมีประวัติเดินทางไปต่างประเทศด้วย
กทม.ล้างเชื้อร.ร.เซนต์คาเบรียล
สำหรับบรรยากาศที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล เมื่อเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน พนักงานทำความสะอาดเขตดุสิต กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภารโรงของโรงเรียนกว่า 100 คน ร่วมกันทำความสะอาดล้างโรงเรียน หลังจากประกาศหยุดทำการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 12-18 มิถุนายน น.ส.เฉลิมรัก พิเชฐกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดุสิต กล่าวถึงการทำความสะอาดโรงเรียนว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ภายในอาคาร เน้นทำความสะอาดในห้องเรียนที่พบเด็กชายอายุ 11 ปี ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และห้องข้างเคียงที่อยู่ชั้นเรียนเดียวกันทั้งหมด โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดลูกบิดประตู ช่องแอร์ โต๊ะเก้าอี้ ฯลฯ 2.ภายนอกอาคาร ทำความสะอาดใต้ถุนอาคาร ห้องประชุมชั้นล่าง โรงอาหาร และพื้นถนน นอกจากนี้ ในวันที่ 15 มิถุนายน เจ้าหน้าที่สำนักอนามัย กทม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะสาธิตการทำความสะอาดอุปกรณ์ในโรงอาหารของโรงเรียน อาทิ ช้อน-ส้อม ถาดอาหาร แก้วน้ำ และอุปกรณ์ประกอบอาหารภายในโรงอาหารอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการติดเชื้อด้วย และระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน กทม.จะทำความสะอาดโรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้ง 435 แห่งด้วย
“ราชทัณฑ์”สั่งคุมเข้มทุกเรือนจำ
ด้านนายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันและรับมือกับการแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ภายในเรือนจำว่า สั่งผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศให้เฝ้าระวังการระบาดโรคนี้เป็นพิเศษ โดยให้เน้นเรื่องความสะอาดสถานที่ อาหาร และเฝ้าระวังญาติที่เข้ามาเยี่ยมทุกราย ควรมีการตรวจโรคก่อนเข้า หากพบญาตินักโทษรายใดสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดสายพันธุ์นี้ต้องรีบประสานสาธารณสุขจังหวัดให้นำเครื่องมือตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้แพร่ระบาดในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม เรือนจำไหนอยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงอย่างเรือนจำพิเศษพัทยา ต้องเฝ้าระวังจับตานักโทษแต่ละรายเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งนักโทษที่เข้าใหม่ก็จะต้องตรวจสุขภาพอย่างละเอียดก่อนส่งเข้าไปในแดน อย่างไรก็ตาม เรือนจำที่อยู่พื้นที่สุ่มเสี่ยงนี้ให้พิจารณาเลื่อนหรืองดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิดออกไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ภายในเรือนจำ ได้สั่งให้ทุกเรือนจำเตรียมห้องกักโรคไว้ และให้เตรียมยาต้านไวรัสโรคไข้หวัดนี้ไว้ให้พร้อม หากเกิดแพร่ระบาดขึ้นก็จะสามารถป้องกันได้ทันท่วงทีพบชาวจีนส่อติดเชื้อหลังกลับจากเยี่ยมญาติที่เสิ่นเจิ้น

ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี แถลงผลการตรวจรักษาผู้ป่วยต้องสงสัยไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ชื่อนายหลู่ เฉิน อายุ 24 ปี ชาวจีนที่เข้ามาทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.บ้านโป่ง หลังเดินทางกลับจากการเยี่ยมญาติที่มณฑลเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน คืนวันที่ 10 มิถุนายน ว่า นายหลู่ เฉิน มีอาการปวดหัวตัวร้อน เป็นไข้ปวดเมื่อยอ่อนเพลียตามร่างกาย คล้ายอาการของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง เมื่อตอนตี 3 วันที่ 12 มิถุนายน ขณะนี้อาการดีขึ้นไข้ลดลง รับประทานอาหารได้บ้าง พร้อมส่งเลือดไปตรวจที่สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สมุทรสงคราม เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ และส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่โรงงาน สุ่มตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย พบว่ามีประมาณ 20 คน ที่ทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน จึงมีการเฝ้าระวังและให้คำแนะนำไปแล้ว
“พัทยา” เฝ้าระวังผู้ติดเชื้อ 17 คน
ด้านนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวหลังเป็นประธานประชุมตัวแทนจากสถานประกอบการในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง กว่า 1,000 คน ที่ห้องประชุมโรงแรมพัทยาปาร์ค เพื่อชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า หลังได้รับการประสานงานจากกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันว่ามีนักท่องเที่ยว 2 คนติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ หลังเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยา จึงประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดพื้นที่เป้าหมายเข้าตรวจสอบ 2 จุด คือ โรงแรมที่พัก และสถานบันเทิงที่นักท่องเที่ยวดังกล่าวเข้าใช้บริการ นำพนักงานกว่า 141 คนไปตรวจหาเชื้อ เบื้องต้นพบว่ามีผู้ติดเชื้อ 17 คน และผู้ป่วยที่ตรวจพบจากสถานพยาบาลอื่นอีก 4 คน รวม 21 คน
จากนั้นมอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจเฝ้าดูแลอาการและรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันยืนยันว่ายังไม่มีผู้ป่วยเพิ่มเติม สำหรับมาตรการการป้องกันอื่นๆ สั่งการให้เมืองพัทยาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 3 จังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่สถานศึกษา 32 แห่งในเขต เพื่อตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ให้ครู นักเรียนทราบแนวทางป้องกัน รวมทั้งเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อ ส่วนสถานการณ์ทางการท่องเที่ยว มีผลกระทบบ้างพอสมควร แต่ไม่รุนแรงมากนัก คาดว่าไม่นานสถานการณ์คงกลับสู่ภาวะปกติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา 11 แห่ง ได้ทำความสะอาด รวมทั้งใช้น้ำยาทำความสะอาดถูพื้นห้อง ราวบันได เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจแฝงตัวอยู่ โดยเป็นช่องทางหนึ่งในการป้องกันเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
นักท่องญี่ปุ่น-จีนลด 80%
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ส่งผลต่อธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม ประการแรก คือ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและจีน ซึ่งปัจจุบันลดลงกว่า 80% ส่งผลต่อการค้าปลีกโดยตรง นอกจากนี้ การแพร่กระจายของโรคทำให้ความเชื่อมั่นสั่นคลอน และไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร ตอนนี้ปัญหายากที่จะประเมิน และรัฐบาลต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยไข้หวัดขณะนี้เป็นตัวแปรที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ ซึ่งคงต้องมีการประเมินตัวเลขจีดีพีใหม่
นายสีหพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการตลาด สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ขณะนี้สายการบินนกแอร์เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไว้พร้อมทำความสะอาดเครื่องบินทุกลำที่ให้บริการได้ทันทีหากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องบินจะเป็นน้ำยาเฉพาะที่ใช้เฉพาะเครื่องบินเท่านั้น จึงมีราคาค่อนข้างแพง แต่เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคก็ต้องเตรียมรับมืออย่างเต็มที่
เผย”น.ศ.มหิดล”ติด 1 เฝ้าระวัง 4
ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีนักศึกษาหญิง 1 คน จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หลังเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกาแล้วมีอาการไข้ เมื่อตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จริง ทางมหาวิทยาลัย เพิ่งทราบข้อมูลเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน จึงตัดสินใจปิดการเรียนการสอนในคณะสาธารณสุขศาสตร์ไปจนกว่าจะผ่านระยะติดเชื้อ
นพ.พิทยา จารุพูนผล คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มม.กล่าวว่า ได้สั่งปิดการเรียนการสอนของนักศึกษาปี 3-4 ซึ่งมีนักศึกษาประมาณ 200 คน เพราะตรวจพบนักศึกษาหญิงปี 3 เพิ่งเดินทางกลับจากการฝึกงานภาคฤดูร้อน ได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 1 คน ขณะเดียวกันพบว่าในกลุ่มเพื่อนของนักศึกษาคนดังกล่าว ซึ่งติดต่อสัมผัสกัน มีอาการไข้ 4 คน เมื่อตรวจหาเชื้อก็พบว่า 3 ใน 4 คน มีผลเป็นบวก จะทราบผลว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไม่ในวันที่ 13 มิถุนายน ดังนั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด จึงได้สั่งให้หยุดการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม ที่คณะจะมีนักศึกษาที่ทยอยเดินทางกลับจากต่างประเทศที่ต้องเฝ้าระวังอีกประมาณ 10 คน โดยให้นักศึกษาหยุดพักดูอาการตนเองที่บ้านอย่างน้อย 3 วัน และต้องติดต่อกับคณะอย่างใกล้ชิด
“ฮู” ไม่แนะนำให้ปิดชายแดน
วันเดียวกันสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานสถานการณ์หลังจากที่องค์การอนามัยโลก (ฮู) ได้ประกาศยกระดับการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นระดับสูงสุดคือระดับ 6 เจ้าหน้าที่ของฮูเน้นย้ำว่า การประกาศยกระดับการแพร่ระบาดเป็นระดับสูงสุดไม่ได้หมายความว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้จะพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังไม่แนะนำให้มีการใช้มาตรการอย่างการปิดชายแดนอีกด้วย
แต่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขทั่วโลกเรียกร้องให้ระแวดระวัง โดยระบุว่าการเตรียมมาตรการป้องกันที่เข้มงวดเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 29,000 ราย ใน 74 ประเทศ
นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ของออสเตรเลียซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 กล่าวว่า “ผมคิดว่าในแง่ของการเตรียมตัวแล้ว เราทำได้ดีŽ โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ตัดสินใจที่จะไม่ยกระดับการเตือนในประเทศขึ้นเป็นระดับสูงสุด
ด้าน นพ.เคอิจิ ฟุกุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฮูเตือนว่าระยะเวลาของการระบาดอาจจะยาวนานถึง 2 ปี ขณะที่นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การประกาศยกระดับการเตือนของฮู ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ควรจะแตกตื่น เพียงแต่เป็นไปตามลักษณะการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่เราก็ยังคงต้องมีการเตรียมตัวรับมือไว้

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1244816689&grpid=00&catid=04

———————————————————

 
เข้าสู่ภาวะการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกแล้ว

Margaret-Chanวันที่ 12 มิถุนายน 2552 พญ.มากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศยกระดับเตือนภัยการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 ซึ่งหมายถึง การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้วโดยมีการติดต่อจากคนสู่คน ณ ขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันโรคนี้ มากกว่า 30,000 ราย ใน 74 ประเทศทั่วโลก

จากการประเมินสถานการณ์ ขณะนี้ พบว่า สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ถึงแม้ความรุนแรงของโรคในปัจจุบัน ผู้ป่วยจะมีอาการไม่รุนแรง และสามารถหายได้เอง แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ประกอบกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมทั้งประสบการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เชื่อได้ว่า อย่างน้อยในช่วงแรกของการระบาดครั้งนี้ จะมีความรุนแรงในระดับปานกลาง

ภาพรวมของผู้ป่วยจากการระบาดของโรคนี้ ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ป่วยมักเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ที่มีการระบาดในวงกว้าง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอายุไม่เกิน 25 ปี ส่วนในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต มักมีอายุระหว่าง 30-50 ปี ซึ่งลักษณะเช่นนี้ มีความแตกต่างไปจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ที่ผู้เสียชีวิตมักอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ภาวะอ้วน และหญิงตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเป็นอย่างมาก

การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ครั้งก่อนๆในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา การระบาดกระจายไปทั่วโลกในเวลา 6-9 เดือน โดยในเวลานั้นการเดินทางส่วนใหญ่ ใช้ทางเรือหรือรถไฟ ดังนั้นประเทศต่างๆ ควรเตรียมรับมือกับการที่จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ ส่วนประเทศที่มีการระบาดของโรคอย่างกว้างขวางไปแล้ว ควรเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของโรคระลอกที่สอง โดยควรเน้นหนักในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม สำหรับการชันสูตรทางห้องปฏิบัติการและการสอบสวนโรคสำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดในวงกว้างแล้ว ควรลดความสำคัญลง เพราะประโยชน์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ต้องทุ่มเทลงไป

องค์การอนามัยโลกกำลังประสานกับผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคนี้ อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่า จะพยายามให้มีปริมาณวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ให้มากที่สุด ภายในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ส่วนในระหว่างที่รอการผลิตวัคซีนนั้น ขอให้ใช้มาตรการด้านสาธารณสุขและชุมชนหรือมาตรการที่ไม่ใช้ยา/เวชภัณฑ์ (Non-pharmaceutical Intervention) เช่น การส่งเสริมสุขอนามัยส่วนบุคคล การจำกัดการชุมนุม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อร่วมด้วย ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ยังคงแนะนำว่า ไม่ควรจำกัดการเดินทางหรือปิดพรมแดน

 ข้อมูลอ้างอิง : http://beid.ddc.moph.go.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=4933286&Itemid=240

———————————————–

(Update 12 มิถุนายน 2552 )

p0101120652p1สธ.พบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ในไทยพุ่งพรวดวันเดียว 30 ราย รวมเป็น 46 คน รับแพร่ระบาดใน ปท.แล้ว คาดจะมีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ ร.ร.เซนต์คาเบรียล-เซ็นต์ฟรังฯ สั่งปิด 1 สัปดาห์ กทม.สั่งทำความสะอาดใหญ่โรงเรียน 435 แห่ง อนุบาลปทุมฯพบป่วยยกห้อง หยุดเรียน 1 วัน ที่พัทยาสถานการณ์แพร่ระบาดเป็นระดับซีแล้ว เตรียม
แจกยา 4.2 แสนเม็ดให้โรงแรม-พื้นที่เสี่ยง รมว.สธ.ยัน 90% หายเองได้ “ฮู”ระบุสถานการณ์เลวร้ายลงรวดเร็ว นัดหารือด่วน คาดเตรียมประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด
 
ไทยพบติดหวัด2009 อีก30ราย
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 30 ราย
นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวที่ จ.ภูเก็ต ว่ากระทรวงสาธารณสุขประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เพิ่มอีก 30 ราย แยกเป็นผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวัง 5 ราย ผู้ป่วยในระบบค้นหาสอบสวนโรคที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี อีก 21 ราย และผู้ป่วยที่สอบสวนโรคในโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ อีก 4 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันเพิ่มจากเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 16 ราย รวมทั้งหมด 46 ราย
@ ยันระบาดในปท.คาดมีป่วยเพิ่มอีก
นายวิทยากล่าวว่า ผู้ป่วยเฝ้าระวัง 5 รายใหม่ ได้แก่ 1.ชายชาวอังกฤษ อายุ 20 ปี เดินทางผ่านมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยจะไปต่อที่ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พบมีไข้สูง จึงส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล โดยมีอาการไอ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2.ชายไทย อายุ 23 ปี เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ มีอาการป่วยมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ขณะนี้รักษาตัวในโรงพยาบาล 3.หญิงไทย อายุ 27 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐ ป่วยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 4.มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ไม่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง แต่ไปรับลูกชายที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเดินทางกลับมาจากสหรัฐ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เริ่มป่วยมีไข้ ไอ เจ็บคอ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 5.เป็นแม่ของเด็กชายอายุ 11 ขวบ ผู้ป่วยรายที่ 16 ซึ่งไม่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง แต่เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย และอยู่ในข่ายเฝ้าระวังติดตามอาการ รายดังกล่าวไม่มีอาการป่วย แต่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
“ขณะนี้ถือว่าประเทศไทยมีการระบาดในประเทศแล้ว แต่จะปรับระดับสถานการณ์การแพร่ระบาดจากระดับบีเป็นระดับซีหรือไม่ ต้องรอให้นักระบาดวิทยาประเมินสถานการณ์ ซึ่งแนวโน้มมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มระดับ จากการประเมินสถานการณ์ เริ่มมีการแพร่เชื้อในประเทศหลายพื้นที่ คาดว่าจะมีผู้ป่วยจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่อยากให้ประชาชนตกใจ เพราะข้อมูลทั้งในและต่างประเทศชี้ว่าโรคนี้ไม่รุนแรง ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 90 มีอาการน้อยและหายเองได้ แต่ทุกคนต้องช่วยกันป้องกันโรค เพื่อจำกัดการระบาดอยู่ในวงเล็กที่สุด” นายวิทยากล่าว
@ “เซนต์คาเบรียล”ปิดเรียน7วัน

เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีการประชุมหารือถึงการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยมีนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มี นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯกทม. นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ภราดาอาวุธ ศิลาเกษ รองอธิการบดีโรงเรียนเซนต์คาเบรียล นายสมชาย ตรีดารา นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เข้าร่วมหารือกว่า 1 ชั่วโมงข้อมูลอ้างอิง: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0101120652&sectionid=0101&day=2009-06-12

จากนั้น นายมานิตแถลงว่า หลังพบว่ามีเด็กอายุ 11 ขวบ ชั้น ป.6 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยรายที่ 16 จึงเก็บเชื้อเพิ่มในโรงเรียนเซนต์คาเบรียล หลังพบมีเพื่อนร่วมชั้นป่วย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่ามีนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่มอีก 4 ราย ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้น โดยทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า ควรปิดการเรียนการสอนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ตั้งแต่วันที่ 12-18 มิถุนายนนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่ม และจะทำความสะอาดโรงเรียนครั้งใหญ่วันที่ 13-14 มิถุนายนนี้

@ ยังไม่รู้แหล่งต้นตอเด็กติดเชื้อ

“เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเด็กซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 16 ติดเชื้อจากแหล่งใด เพราะเด็กไปหลายที่ด้วยกัน เบื้องต้นส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วเก็บข้อมูลและตรวจสอบคนรอบข้างทั้งหมดแล้ว โดยยังไม่จำเป็นต้องปิดโรงเรียนอื่นๆ เพราะจะสร้างความแตกตื่น แต่ขอความร่วมมือโรงเรียนต่างๆ และรายงาน สธ.ทันหากมีเด็กเริ่มมีอาการป่วยผิดสังเกตเช่นเดียวกับที่เซนต์คาเบรียลที่รายงานหลังพบว่ามีเด็กหยุดผิดปกติหลายคน” นายมานิตกล่าว

ด้านนายสมชายกล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลพบว่านักเรียนไม่ได้ไปต่างประเทศ เพียงแต่ไปกวดวิชาที่อื่นแล้วกลับมาเรียนต่อที่โรงเรียน จึงทำให้เพื่อนติดไข้ไปด้วย ขณะนี้นักเรียนรายดังกล่าวกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน ส่วนเพื่อนๆ ร่วมชั้นอีก 9 ราย ที่เฝ้าระวัง ขณะนี้ สธ.ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว นอกจากนี้ มีคณะครูเดินทางไปรับปริญญาโทที่รัฐชิคาโก สหรัฐ อเมริกา จะเดินทางกลับวันที่ 18 มิถุนายนนี้ และอีกกลุ่มที่ไปรับปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนี จะกลับวันที่ 20 มิถุนายนนี้ โดยครูทั้ง 2 กลุ่ม ประมาณ 30 ราย หลังจากกลับมาจะให้พักดูอาการอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน ก่อนมาปฏิบัติหน้าที่

“ในส่วนของครูมาทำงานตามปกติ โดยต้องโทร.หาผู้ปกครองของนักเรียนร่วมชั้นทุกคนว่าใครมีอาการป่วยไข้หรือไม่ หากมีก็แนะนำให้ดูแลบุตรหลานอย่างดี หรือพาไปพบแพทย์” นายสมชายกล่าว

@ กทม.ทำความสะอาดร.ร.435แห่ง

นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า เด็กที่ติดเชื้อ 4 ราย มาจากการเก็บเชื้อทั้งหมด 9 ราย โดยทุกรายเป็นนักเรียนห้องเดียวกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 16 อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ ยังได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งของเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนเพิ่มอีก 10 ราย มีทั้งเด็กนักเรียนร่วมห้องจากผู้ป่วยรายที่ 16 ห้องเรียนใกล้เคียง ต่อจากนี้จะเก็บเชื้อตรวจเฉพาะรายที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น เพราะมาตรการสำคัญคือดูแลไม่ให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และจำกัดวงในการระบาด

ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าวว่า ในวันที่ 13-14 มิถุนายนนี้ จะทำความสะอาดโรงเรียนในสังกัด กทม.จำนวน 435 แห่ง เนื่องจากโรงเรียนถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ เวลา 13.30 น. กทม.ร่วมกับ สธ.เชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โรงเรียนทุกสังกัดในพื้นที่กรุงเทพฯ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ผับ บาร์ ร้านเกม โรงเรียนกวดวิชา ในกรุงเทพฯ มาร่วมประชุม เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ที่ศูนย์การค้าเจเจ มอลล์

@ “เซนต์ฟรังฯ”ปิดเรียนตาม7วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 15.15 น. ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่โรงเรียนเซนต์ คาเบรียลประกาศเสียงตามสายให้นักเรียนทราบว่าโรงเรียนหยุดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 12-18 มิถุนายน พร้อมหยุดกิจกรรมเข้าค่ายของนักเรียนชั้น ม.1 ด้วย

ทั้งนี้ หลังมีข่าวนักเรียนโรงเรียนดังย่าน ถนนสามเสน ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ปรากฏว่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียลปิดเรียน ป.6 รวม 3 ห้อง แต่ชั้นอื่นยังเปิดการเรียนตามปกติ แต่นักเรียนจะสวมหน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตาม มีผู้ปกครองจำนวนมากที่เพิ่งทราบข่าวจึงรู้สึกวิตกกังวลรีบไปรับลูกหลานกลับบ้านทันที

ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน ได้ปิดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 12-18 มิถุนายน หลังจากพบว่ามีนักเรียนป่วยเป็นไข้หวัด แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

ผู้สื่อข่าว “มติชน” ลงพื้นที่สอบถามความเคลื่อนไหวชุมชน ร้านค้า ร้านอาหารและสถานประกอบการอินเตอร์เน็ต บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนเซนต์คาเบรียลและโรงเรียนเซนต์ฟรังฯ พบว่าส่วนใหญ่ร้านค้า ร้านอาหารและคนในชุมชนใกล้เคียงไม่กลัวติดเชื้อดังกล่าว แต่กังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและรายได้มากกว่า

เจ้าของร้านขายข้าวแกง เอ เอ็ม ตั้งอยู่ติดรั้วโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กล่าวว่า ไม่กังวลโรคดังกล่าว เพราะรู้ว่าไม่ได้น่ากลัวถึงขั้นเสียชีวิตเท่ากับโรคไข้หวัดนก แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบคือที่โรงเรียนประกาศปิดเรียน 7 วัน ทำให้ร้านขาดรายได้ 3,000-5,000 บาท/วัน

@ อนุบาลปทุมฯป่วยยกห้องปิด1วัน

เวลา 15.30 น. น.ส.พิมล พูลสวัสดิ์ อาจารย์โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ถนนเทศสัมพันธ์ เขตเทศบาลเมืองปทุมธานี นำเด็กนักเรียนชั้น ป.6/2 ที่มีอาการไข้ตัวร้อนกันทั้งห้องจำนวน 33 คน นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี มี นพ.ปรีดา ตั้งจิตเมธี แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่พยาบาลตรวจอาการเด็ก และนำเชื้อในช่องปากของเด็กแต่ละคนนำไปตรวจหาเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

น.ส.พิมลกล่าวว่า นักเรียนต่างบอกว่าตัวร้อนมาหลายวันแล้ว และวันนี้ตัวร้อนมากขึ้น ผู้ปกครองพาไปพบแพทย์แล้วแต่อาการยังไม่ทุเลาลง และติดกันทั้งห้อง ทั้งยังมีนักเรียนอนุบาล 2 เด็กนักเรียนชั้น ป.5 เริ่มป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจมีถึงร้อยคน

นายมนตรี เทพสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี กล่าวว่า หลังนักเรียนมีอาการตัวร้อนมากขึ้นและขยายไปยังห้องเรียนอื่นๆ จึงสั่งปิดโรงเรียน 1 วัน ถ้ายังไม่หายตัวร้อนก็จะสั่งปิดต่อไป

@ สธ.แจกยา4.2แสนเม็ดให้พัทยา

วันเดียวกัน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ร่วมแถลงข่าวที่ห้องรับรองศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

นายอิทธิพลกล่าวว่า หลังจากเข้าตรวจกลุ่มเสี่ยงพนักงานของโรงแรมและสถานบันเทิงที่ชาวไต้หวันไปใช้บริการแล้วพบว่าติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ พบว่าในส่วนของโรงแรมไม่พบ ผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียว แต่สถานบันเทิงพบว่ามีผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ถึง 17 ราย จากการตรวจพนักงานทั้งหมด 141 คน อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาร่วมกับกรมควบคุมโรคเพื่อเปิดศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่โรงพยาบาลบางละมุง

ด้าน นพ.ม.ล.สมชายกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขนำยาทามิฟลู 420,000 เม็ดมอบให้กับสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เพื่อนำไปแจกจ่ายโรงแรมและแหล่งที่มีกลุ่มเสี่ยง 1,000 ชุด พร้อมควบคุมสถานการณ์ภายใน 4 สัปดาห์

@ ชี้พัทยาแพร่ระบาดระดับซี

นพ.ม.ล.สมชายกล่าวว่า หลังตรวจพบว่ามีพนักงานในสถานบริการที่พัทยา ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สธ.จึงให้คำแนะนำให้สถานบริการดังกล่าวหยุดกิจการเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-15 มิถุนายนนี้ เพื่อทำความสะอาด ส่วนสถานบริการอื่นๆ และโรงแรมในพื้นที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความรู้กับผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรการการเฝ้าระวังและป้องกันโรค

“ต้องยอมรับว่าขณะนี้ในพื้นที่พัทยา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอยู่ในระดับซี เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ในระดับชุมชนแล้วหลายร้อยคน ส่วนในกรุงเทพฯยังอยู่ที่ระดับบี เพราะยังมีผู้ป่วยติดเชื้อเป็นกลุ่มๆ เช่น ในโรงเรียน เป็นต้น และจากนี้จะไม่ติดตามแล้วว่าใครติดเชื้อไวรัสชนิดนี้บ้าง แต่จะเน้นให้ผู้ป่วยดูแลตนเอง โดยหยุดอยู่กับบ้านเว้นแต่มีไข้สูงให้มาพบแพทย์” นพ.ม.ล. สมชายกล่าว

@ นายกฯปลอบอย่าตื่นตระหนก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งที่พัทยาและภูเก็ต เจ้าหน้าที่กำลังเร่งไปตรวจสอบ เข้าใจว่าที่พัทยาพบผู้ติดเชื้ออาจจะเกือบ 20 ราย ที่ทำงานในสถานบันเทิง ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งตรวจสอบคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยังไม่มีใครที่มีอาการรุนแรง เมื่อสัก 2-3 วันที่ผ่านมา ทางไต้หวันบอกว่ามีคนของเขามาติดเชื้อที่พัทยา จึงส่งคนไปตรวจสอบ ตอนนี้บางสถานบันเทิงมีคนทำงานที่ติดเชื้ออยู่ แต่นำเข้ามาอยู่ในความดูแลแล้ว และยังมีกรณีที่คนฮ่องกงมาติดที่ จ.ภูเก็ตด้วย โดยกระทรวงสาธารณสุขลงไปดูแล้ว

“ขณะนี้เราต้องเน้นการประชาสัมพันธ์ให้เข้มข้นมากขึ้น แต่ว่าไม่มีอะไรที่ต้องตื่นตระหนก ส่วนโรงเรียนใน กทม.ขณะนี้มีการปิดไปแล้ว 3 โรงเรียน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

@ “ฮู”ชี้สถานการณ์เลวร้ายลงรวดเร็ว

วันเดียวกัน บีบีซีรายงานว่า ทางองค์การอนามัยโลก (ฮู) เรียกประชุมด่วนในเรื่องเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังระบาดอยู่ใน 74 ประเทศทั่วโลก เสียชีวิตแล้ว 141 คน และติดเชื้อ 27,737 คน โดยการเรียกประชุมด่วนมีขึ้นช่วงเวลาที่มีข่าวว่าทางฮูเตรียมประกาศยกระดับการเตือนภัยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นระดับ 6 หรือเกิดการระบาดไปทั่วโลก และผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4 เท่าภายในเพียงสัปดาห์เดียวในประเทศออสเตรเลีย ก่อนเรียกประชุมด่วนนางมาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการฮูได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 8 ประเทศเพื่อยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อที่แน่นอน

ด้านนายเคอิจิ ฟุกุดะ หัวหน้าฝ่ายดูแลโรคไข้หวัดใหญ่ของฮู กล่าวว่า สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็วช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากมีการประกาศยกระดับเป็นระดับ 6 จะเป็นครั้งแรกที่ฮูประกาศยกระดับเป็นระดับ 6 ในรอบ 40 ปี โดยครั้งหลังสุดมีขึ้นช่วงการระบาดไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงเมื่อปี 2511

เอเอฟพีระบุด้วยทางฮูกำลังเตรียมหารือกับคณะกรรมการฉุกเฉินที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์เพื่อปรึกษาหารือก่อนที่จะมีการประกาศยกระดับเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นระดับ 6 ด้วย

วันเดียวกันนายโดนัลด์ ซ่าง ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีคำสั่งให้ปิดโรงเรียนประถม โรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนพิเศษทั่วประเทศเป็นเวลา 2 สัปดาห์เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ในกลุ่มนักเรียน 12 คน ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ส่วนที่ประเทศเยอรมนีพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มนักเรียน 26 คน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนานาชาติญี่ปุ่นในเมืองดุสเซลดอร์ฟ โดยเป็นนักเรียนประถม 6 เป็นส่วนใหญ่ อายุระหว่าง 11-13 ปี

 

 

(Update 11 มิถุนายน 2552)

12229วันนี้ (11 มิ.ย.) ภราดา ดร.อนุศักดิ์ นิธิภัทราภรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ประกาศทางเว็บไซต์โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โดย ระบุว่า ตามที่นักเรียนระดับชั้น ป.6 ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 จำนวน 1 รายนั้น โรงเรียนได้สั่งให้นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 2, ห้อง 3 และห้อง 4 หยุดเรียนไปในวันที่ 11 มิถุนายน 2552 แล้วนั้นขณะนี้นักเรียนคนดังกล่าวได้รับการรักษาจนอาการอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้วแต่เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และเพื่อให้สะดวกในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อตามอาคารเรียนและบริเวณต่าง ๆของโรงเรียนตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงประกาศหยุดเรียนเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2552 ถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2552 และจะเปิดเรียนอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2552 ในช่วงเวลาที่หยุดขอให้นักเรียนพักผ่อนอยู่กับบ้าน หลีกเลี่ยงการไปตามที่สาธารณะ หากนักเรียนมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูกหรืออาเจียน ท้องเสีย จะต้องรีบพบแพทย์ทันที
สำหรับวิธีปฏิบัติตนในการป้องกันการติดเชื้อให้หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนอื่น ใช้ผ้าปิดจมูกทุกครั้งถ้ามีการไอหรือจาม สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคถ้าเป็นหวัด นอกจากนี้ในระหว่างปิดเรียนหากนักเรียนคนใดมีอาการเป็นหวัด กรุณาแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบด้วยและขอให้รักษาตัวจนกว่าจะหายขอความร่วมมือท่านผู้ปกครองทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านให้ปลอดจากเชื้อโรค
 
  พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่พัทยา 21 ราย ขึ้นบัญชีผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังอีก 5 ราย พบเพื่อน ด.ช.วัย 11 ขวบจากโรงเรียนเอกชนดังติดอีก 4 ราย รวมเป็น 30 ราย ( ณ เวลา 13.35 น.) แม่ ด.ช.วัย 11 ขวบติดหวัดสายพันธุ์ใหม่จากลูกโดยไม่มีอาการป่วย สธ.คาดองค์การอนามัยโลกปรับระดับความรุนแรงของการระบาดเป็นระดับ 6 ใน 1-2 วันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.35 น. วันนี้ (11 มิ.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่มีการเก็บตัวอย่างประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา ทั้งที่โรงแรมและดิสโก้เทคจำนวน 90 ตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ ภายหลังจากนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันเดินทางไปเที่ยวและติดหวัดสายพันธุ์ใหม่ โดยพบว่า มี 17 ตัวอย่างที่ติดเชื้อ โดยทั้งหมดเป็นพนักงานดิสโก้เทคแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 คน ไปพบแพทย์ที่คลินิกและโรงพยาบาล ทำให้ขณะนี้พัทยามีทั้งสิ้น 21 ตัวอย่างที่ติดเชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่นายวิทยา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี ด.ช.วัย 11 ขวบจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านดุสิตนั้น ขณะนี้ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการได้ทยอยออกมาแล้ว พบว่า ณ เวลาในตอนนี้ มีนักเรียน 4 ราย ติดเชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่นายวิทยา กล่าวด้วยว่า วันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เพิ่มอีกหลายราย แยกเป็นผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวัง 5 ราย มีรายละเอียดดังนี้ รายที่ 1 เป็นชายชาวอังกฤษอายุ 20 ปี เดินทางผ่านมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะไปต่อที่ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พบมีไข้สูง จึงส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล มีอาการไอ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 23 ปี เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ มีอาการป่วย มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ขณะนี้รักษาตัวในโรงพยาบาล รายที่ 3 เป็นหญิงอายุ 27 ปี เดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา ป่วยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. รายที่ 4 มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ไม่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง แต่ไปรับลูกชายที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ป่วยมีไข้ ไอ เจ็บคอ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. รายที่ 5 เป็นแม่ของผู้ป่วยรายที่ 16 คือ ด.ช.วัย 11 ปีจากโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ไม่มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง แต่เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วย และอยู่ในข่ายเฝ้าระวังติดตามอาการ โดยรายนี้ไม่มีอาการป่วย แต่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ นายวิทยา กล่าวต่อว่า จากการประเมินสถานการณ์ เริ่มมีการแพร่เชื้อในประเทศหลายพื้นที่ คาดว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะข้อมูลทั้งในและต่างประเทศชี้ว่า โรคนี้ไม่รุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 มีอาการน้อยและหายเองได้ แต่ทุกคนต้องช่วยกันป้องกันโรค เพื่อจำกัดการระบาดให้อยู่ในวงเล็กที่สุด ลดผลกระทบด้านต่าง ๆ ของประเทศ“ดังนั้นจะเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และไม่ตระหนก แต่สามารถป้องกันตัวเองและผู้ใกล้ชิดได้ หากไม่สบาย มีไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูกหรือไอมีเสมหะ ให้พักอยู่ในบ้าน เพราะโรคนี้หายเองได้ และสวมหน้ากากอนามัยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่คนอื่น เช่นเดียวกับการป้องกันโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แต่หากอาการไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์ ประการที่ 2 ให้โรงพยาบาลทุกระดับทั่วประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชน มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยส่วนน้อย ที่อาจมีอาการรุนแรง ประการที่ 3 สธ.จะประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดมีการเตรียมพร้อมป้องกันควบคุมโรค และการดูแลผู้ป่วยที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว ให้จัดซ้อมแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง” นายวิทยา กล่าวนอกจากนี้ นายวิทยา กล่าวว่า กรณีที่พบเด็กนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ช่วงที่เปิดเรียนแล้ว ซึ่งขณะนี้เริ่มพบใน กทม. อย่างไรก็ตาม โรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศควรเอาใจใส่ป้องกันไว้ด้วย ซึ่งแนะนำให้ดูแลสำรวจนักเรียนเป็นประจำว่า ป่วยหรือไม่ หากมีให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุการติดเชื้อ หากการสอบสวนพบว่า มีการแพร่เชื้อในโรงเรียน อาจพิจารณาให้ปิดเรียนชั่วคราว โดยเป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างฝ่ายโรงเรียนกับฝ่ายสาธารณสุขในพื้นที่ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข คาดว่า 1-2 วันนี้ ทางองค์การอนามัยโลกคงจะประกาศการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เป็นระดับ 6 คือ มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก เนื่องจากไม่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้ สำหรับ สธ.คงต้องปรับแผนรองรับ คือ เมื่อมีผู้ป่วยต้องค้นพบโดยเร็วและต้องไม่เสียชีวิต อีกทั้งต้องควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดไม่แพร่เชื้อไปสู่คนอื่นนพ.ไพจิตร์ กล่าวอีกว่า ตามที่มีการเก็บตัวอย่าง เด็กจำนวน 13 คน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของ ด.ช.วัย 11 ขวบนั้น ผล ณ เวลานี้ ออกมาแล้ว 9 ราย พบว่า 4 รายติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ส่วนอีก 4 ราย ต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์ต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ไทยมีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 16 ราย หากมีผู้ป่วยยืนยันในวันนี้อีก 30 ราย จะรวมทั้งสิ้น 46 ราย.

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=201857&NewsType=1&Template=1

http://www.thairath.co.th/content/special/12229

——————————————————-

ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s