คลังเก็บ

แนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน.ชัยนาท

สุรัตน์  ก้อนนาค  ผู้อำนวยการสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท

ดร.พรเทพ  รู้แผน  อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ (อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพการมีส่วนร่วมและเสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชัยนาท

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู/พนักงานราชการ/ครูศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชัยนาท ผู้นำชุมชน และผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดชัยนาท  ปีการศึกษา 2553 จำนวน 248 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเที่ยง  0.96  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ(Percentage)  ค่าเฉลี่ย(Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard deviation) นำเสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษาโดยการประชุมสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชัยนาท ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านการมีส่วนร่วมกำหนดแผน นโยบายและยุทธศาสตร์ มีส่วนร่วมน้อยสุดในการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติงานประจำปีของสถานศึกษา ด้านการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับหลักสูตรสถานศึกษา มีส่วนร่วมน้อยสุดในการเป็นคณะกรรมการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา มีส่วนร่วมน้อยสุดในการให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทาง สนับสนุนและส่งเสริมภารกิจของสถานศึกษา ด้านการมีส่วนร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน มีส่วนร่วมน้อยสุดในการเผยแพร่ผลงานของสถานศึกษาต่อชุมชนและสาธารณชน  และด้านการมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล มีส่วนร่วมน้อยสุดในการวางแผนการนิเทศของสถานศึกษา

2. แนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชัยนาท  ประกอบด้วย
ด้านการมีส่วนร่วมกำหนดแผน นโยบายและยุทธศาสตร์
1) ควรคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชนเป็นคณะกรรมการ
2) จัดอบรมให้ความรู้ในบทบาทหน้าที่ของคณะกรมการ
3) จัดให้มีกิจกรรมตามบทบาทหน้าที่และภารกิจอย่างต่อเนื่อง

ด้านการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับหลักสูตรสถานศึกษา
1) ควรคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชนเป็นคณะกรรมการ
2) ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับคณะกรรมการ
3) เปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

ด้านการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา
1) ควรประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจให้ชุมชนได้เห็นความสำคัญ
2) เปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความพร้อมในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแนวทางและวิธีการมีส่วนร่วมของชุมชน
3) ยกย่องบุคคลในชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

ด้านการมีส่วนร่วมเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
1) สถานศึกษาควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
2) สร้างเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในชุมชน
3) ควรร่วมกิจกรรมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
4) แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการประสานงาน

ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล
1) ควรเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชนเป็นคณะกรรมการนิเทศ
2) อบรมให้ความรู้เรื่องการติดตามและประเมินผลกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
3) ทำความเข้าใจและร่วมกันวางแผนการนิเทศกับชุมชน
4) มีเครื่องมือในการนิเทศติดตามผล
5) สถานศึกษามีเว็บไซต์เพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามและตรวจสอบการจัดกิจกรรมของสถานศึกษาได้ตลอดเวลา

*************************************

Download เอกสาร

Advertisements

แนวทางการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของคณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อุทัยธานี

บทคัดย่อ

มณเฑียร  รอดประเสริฐ  ครูชำนาญการพิเศษ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุทัยธานี  ปี  พ.ศ. 2554

ดร.พรเทพ  รู้แผน  สาขาการบริหารการศึกษา  หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์  อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

      การวิจัยครั้งนี้  มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาปัญหาและนำเสนอแนวทางการการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของคณะกรรมการสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานีการดำเนินการวิจัยมี 2 ขั้นตอน  คือ
1)  ศึกษาปัญหาและแนวทางการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของคณะกรรมการสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานี กลุ่มประชากรได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา  จำนวน 8 แห่ง สถานศึกษาละ 9 คน จำนวน 72 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามชนิดมาตรประมาณค่า  5  ระดับ (Rating scale)  ซึ่งมีค่าความเที่ยงเท่ากับ  .99    สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล    คือ ค่าร้อยละ (Percentage)  ค่าเฉลี่ย (Mean)   และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) 2) นำเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา  โดยการประชุมสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน  7  คน  และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า 

1.  ปัญหาการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของคณะกรรมการสถานศึกษาโดยภาพรวมมีปัญหาอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีปัญหาสูงสุดด้านการจัดการเรียนรู้ รองลงมาคือด้านนิเทศการศึกษา ด้านวัดผลประเมินผลและด้านบริหารหลักสูตร  ตามลำดับ

2. แนวทางการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของคณะกรรมการสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานีมี 4 ด้านดังนี้ คือ

1. ด้านบริหารหลักสูตร ได้แก่จัดประชุมสร้างความตระหนักมีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตร
2.ด้านการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ ประชุมวางแผนการจัดกิจกรรม
3. ด้านนิเทศการศึกษา ได้แก่ จัดทำระเบียบแนวปฏิบัติตามปฏิทินการประเมินผลที่ชัดเจน
4. ด้านการวัดผลประเมินผล ได้แก่ ประชุมระดมสมองในการเตรียมความพร้อมสถานศึกษา

Download เอกสาร

การนำเสนอแนวทางการพัฒนาครูศูนย์การเรียนชุมชน สำนักงาน กศน.จังหวัดอุทัยธานี

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ครุศาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาการบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์  พ.ศ. 2554

อนงค์  ชูชัยมงคล  สำนักงาน กศน.จังหวัดอุทัยธานี

ดร.พรเทพ  รู้แผน อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความต้องการและนำเสนอแนวทางการพัฒนาครูศูนย์การเรียนชุมชน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานี  การดำเนินการวิจัยมี  2 ขั้นตอน คือ

1)  ศึกษาความต้องการพัฒนาครูศูนย์การเรียนชุมชนเป็นการศึกษาจากประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 9 คน ครูศูนย์การเรียนชุมชน จำนวน 62 คน  รวม  71  คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า  5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.94  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

2) นำเสนอแนวทางการพัฒนาครูศูนย์การเรียนชุมชน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานี โดยการประชุมสนทนากลุ่มจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เชิงพรรณา

ผลการวิจัยพบว่า

1) ครูศูนย์การเรียนชุมชน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุทัยธานี  ในภาพรวมมีความต้องการพัฒนา  ด้านบริหารจัดการ มีความต้องการมากที่สุด ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อมีความต้องการพัฒนาในเรื่องการวางแผนและการจัดทำโครงการ การประเมินโครงการ งานธุรการ การเงินบัญชี และพัสดุ การจัดสภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ และบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้  และการสื่อสาร ตามลำดับ

2) ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ มีความต้องการพัฒนาอยู่ในระดับมาก ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหาสาระ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีความต้องการพัฒนา ในเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา การวัดผลและประเมินผล การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี และการประกันคุณภาพในสถานศึกษา ตามลำดับ

Download

การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม

งานวิจัยเรื่อง การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนโดยใช้แผนพัฒนาชุมชนเป็นฐาน   กรณีศึกษา : บ้านหินดาษ ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด.  

ผู้วิจัย สุธี  วรประดิษฐ์   

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ            
1) พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้แผนพัฒนาชุมชนเป็นฐาน   กรณีศึกษา :  บ้านหินดาษ  ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด      
2) ศึกษาผลการนำกระบวนการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้แผนพัฒนาชุมชนเป็นฐานไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ กรณีศึกษา : บ้านหินดาษ  ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด   
3) ศึกษาผลการทดลองใช้แผนพัฒนาชุมชนของบ้านหินดาษ  ตำบลบางปิด  อำเภอแหลมงอบ   จังหวัดตราด   โดยกำหนดขั้นตอนการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 
ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความพร้อมในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน เพื่อศึกษาข้อมูลชุมชน  ข้อมูลพื้นฐานและความพร้อมในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนจากกลุ่มตัวอย่าง  และ  วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปออกแบบกระบวนการเรียนรู้          
ระยะที่ 2 การพัฒนากระบวนการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนโดยใช้แผนพัฒนาชุมชนเป็นฐาน     เป็นการออกแบบกระบวนการเรียนรู้     โดยการศึกษาและสังเคราะห์ทฤษฎี แนวคิด วิธีการ เทคนิคที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาว่าเหมาะสมที่สุด  พร้อมนำไปตรวจสอบความเหมาะสมทางมิติทางการศึกษานอกโรงเรียน  มิติทางเครือข่ายพัฒนา  มิติทางสังคมชุมชน และมิติทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ  ก่อนนำกระบวนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ และประเมินผลกระบวนการเรียนรู้    
ระยะที่ 3 การดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการตามแผนพัฒนาชุมชน   โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามโครงการที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาชุมชน  พร้อมศึกษาผลการพัฒนาสังคมและชุมชนตามแผนพัฒนาชุมชน และศึกษาผลสะท้อนกลับ 

 การดำเนินการวิจัย  ได้กำหนดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และการเลือกแบบกำหนดจำนวน (Quota Sampling)   เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากกลุ่มต่างๆ ภายในชุมชน   โดยพิจารณาจากความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามตัวบ่งชี้ ดังนี้    1) มีบทบาทหน้าที่ในองค์กร    2) มีความรับผิดชอบในการทำหน้าที่ในองค์กร   3) มีศักยภาพในการนำและการรวมคน   4) มีการทำงานในฐานะผู้นำกลุ่มหรือผู้นำทางความคิด     และ5) สามารถให้เวลาเข้าร่วมเรียนรู้และดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนได้ต่อเนื่อง   โดยได้ร่วมกับผู้นำชุมชนเลือกกลุ่มตัวอย่างได้ จำนวน 30 คน 

ผลการวิจัย

1. การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนโดยใช้แผนพัฒนาชุมชนเป็นฐาน ถูกพัฒนาขึ้น   ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุมชนเป็นฐานและใช้ทุนทางสังคมในการพัฒนาการเรียนรู้     ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามสภาพจริงได้อย่างต่อเนื่องและมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบทุกขั้นตอน   โดยก่อนนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้   กระบวนการจัดการเรียนรู้ได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมทั้งในมิติทางการศึกษานอกโรงเรียน   มิติทางเครือข่ายพัฒนา   มิติทางสังคมชุมชน  และมิติทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ   

 2. การนำกระบวนการจัดการเรียนรู้การศึกษานอกโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนโดยใช้แผนพัฒนาชุมชนเป็นฐานไปใช้ในการจัดการเรียนรู้        มีขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนหลัก คือ  การวิเคราะห์สภาพการณ์ของชุมชน  การศึกษาสภาพการณ์ของชุมชน  การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน การประเมินความเป็นไปได้ของแผนพัฒนาชุมชนและการเชื่อมประสาน การดำเนินงานตามแผนพัฒนาชุมชนระหว่างภาคประชาชนและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง  ระหว่างดําเนินการในแต่ละขั้นตอน  โดยผู้วิจัยเป็นผู้สนับสนุนการดําเนินงานให้เกิดการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมในทุกขั้นตอนอย่างเต็มรูปแบบ   ทำให้ผู้เรียนเกิดการยอมรับในกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม นำไปใช้ในการกำหนดกิจกรรม โครงการและรายละเอียดวิธีการดำเนินงาน เพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในรูปแบบแผนพัฒนาชุมชนได้  พร้อมได้รับความชื่นชม และการสนับสนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานภาครัฐมากถึง 10 กิจกรรม โครงการ

3. การทดลองใช้แผนพัฒนาชุมชน เป็นการดำเนินการจัดกิจกรรม โครงการ ที่มีการระบุไว้ในแผนพัฒนาชุมชน    ส่งผลให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เชื่อมโยงจากกิจกรรม โครงการ สู่การพัฒนาสังคมและชุมชน ทั้งทางด้านแนวคิด กระบวนการ และการจัดการ

        ************************