การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในปัจจุบัน(1)

                   

อัญชลี ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ 
21 ธันวาคม 2553

1.พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551

1.1 ความหมาย ของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

          พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ได้ให้ความหมาย การศึกษานอกระบบและการศึกตามอัธยาศัยในมาตรา 4 ไว้ดังนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ.2551:3-4)

           การศึกนอกระบบ หมายความว่ากิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายนั้นและมีวิธีการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้

          การศึกษาตามอัธยาศัย หมายความว่า กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิติประจำวันของบุคคล ซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่าต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล

1.2 หลักการ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

         หลักการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ยึด หลัก ดังต่อไปนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ.2551:8-9)

        1) การศึกษานอกระบบ

1.1) ความเสมอภาคในการเข้าถึงและได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง ทั่วถึงเป็นธรรม และมีคุณภาพ เหมาะสมกับสภาพชีวิตของประชาชน
1.2) การกระจายอำนาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเรียนรู้

    2) การศึกษาตามอัธยาศัย

2.1) การเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย
2.2) การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีความหลากหลายทั้งส่วนที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่วนที่นำ เทคโนโลยีมาใช้เพื่อการศึกษา
2.3) การจัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรู้ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อผู้เรียน

1.3 เป้าหมายของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

       เป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังต่อไปนี้ (กระทรวงศึกษาธิการ.2551:10 -11)

1) การศึกษานอกระบบ

1.1) ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนและสังคม ที่ใช้ความรู้และภูมิปัญญาเป็นฐานในการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ตามแนวทางการพัฒนาประเทศ
1.2) ภาคีเครือข่ายเกิดแรงจูงใจและมีความพร้อมในการมีส่วนร่วมเพื่อจัดกิจกรรมการศึกษา

2) การศึกษาตามอัธยาศัย

2.1) ผู้เรียนได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2.2) ผู้เรียนได้เรียนรู้สาระที่สอดคล้องกับความสนใจและความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
2.3) ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกับการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ

1.4 อำนาจหน้าที่ของ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

             พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 กำหนดไว้ในมาตรา 14 ให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กศน.” โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้(กระทรวงศึกษาธิการ.2551: 22-25)

1) เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ
2) จัดทำข้อเสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผน และมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อคณะกรรมการ
3) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ การวิจัย การพัฒนา หลักสูตรและนวัตกรรมทางการศึกษา บุคลากรและระบบข้อมูลข่าวสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และการเทียบระดับการศึกษา
5) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และองค์กรอื่นรวมตัวกันเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
6) จัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา วิทยุชุมชน ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนชุมชน และแหล่งการเรียนรู้อื่น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องของประชาชน
7) ดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
8) ปฏิบัติงานอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

1.5 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด

             มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 กำหนดให้มี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กศน. จังหวัด”ทุกจังหวัด จำนวน 75 แห่ง และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า”สำนักงาน กศน.กทม.” 1 แห่ง เป็นหน่วยงานการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน.  ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาการนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และได้กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดังนี้(กระทรวงศึกษาธิการ.2551:31-37)

             มาตรา 18 ให้สถานศึกษาทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน และจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยร่วมกับภาคีเครือข่ายการดำเนินงานของสถานศึกษา อาจจัดให้มีศูนย์การเรียนชุมชนเป็นหน่วยจัดกิจกรรมและสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนก็ได้ การจัดตั้ง ยุบ เลิก รวม การกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

             มาตรา 19 ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งมีคณะกรรมการสถานศึกษา

             มาตรา 20 ให้สำนักงาน จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกระบบซึ่งเป็นระบบประกันคุณภาพภายในสำหรับสถานศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ให้สถานศึกษาดำเนินการประกันคุณภาพภายในให้สอดคล้องกับระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพภายใน โดยได้รับความร่วมมือ ส่งเสริมและสนับสนุน จากภาคีเครือข่าย และสำนักงาน ระบบหลักเกณฑ์และวิธีประกันคุณภาพภายในให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

2.สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

 2.1  สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีจำนวน 964 แห่ง มี ดัง นี้ (ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ.2551:1-34)

1) สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร คือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขต (กศน. เขต) จำนวน 50 แห่ง
2) สถานศึกษาสังกัดสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด คือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ (กศน.อำเภอ) จำนวน 877 แห่ง
3) สถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 37 แห่ง มีดังนี้  

(1) ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) 
(2) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
(3) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนจำนวน 7 แห่ง
(4) ศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี”สามสงฆ์ทรงพระคุณ” 
(5) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จำนวน 12 แห่ง
(6) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (เอกมัย)
(7) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
(8) ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
(9) อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
(10) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ
(11) สถาบันการศึกษาทางไกล
(12) สถาบันการศึกษาต่อเนื่องสิรินธร
(13) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร
(14) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค
(15) สถาบันส่งเสริมและ พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้

2.2 อำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อไปนี้(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ.2551:2-37)    

 

1) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ/เขต มี อำนาจหน้าที่ ดัง ต่อไปนี้(ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ.2551:2-37)

(1) จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(2) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย เพื่อการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย
(3) ดำเนินการตามนโยบายพิเศษของรัฐบาลและงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
(4) จัด ส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานการจัดการศึกษาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่
(5) จัด ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น
(6) วิจัยและพัฒนาคุณภาพหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ และมาตรฐานการศึกษานอกระบบ
(7) ดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้แลประสบการณ์
(8) กำกับ ดูแล ตรวจสอบ นิเทศภายใน ติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(9) พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(10) ระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
(11) ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ให้สอดคล้องกับระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
(12) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย 

 

 

 

2) ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก(วิทยาลัยในวัง) เรียกโดยย่อว่า ศกภ.

          มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

         (1) ฝึกอบรมศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ และศิลปวัฒนธรรมไทยแก่ประชาชนทั่วไป
         (2) จัดนิทรรศการงานศิลปะไทยโบราณ ในรูปแบบนิทรรศการถาวร และนิทรรศการเคลื่อนที่เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย
         (3) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน การจัดฝึกอบรมวิชาชีพศิลปะไทยโบราณ ช่างสิบหมู่ และศิลปวัฒนธรรมไทยกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
         (4) พัฒนาหลักสูตร สื่อ กระบวนการเรียนรู้ บุคลากรด้านวิชาชีพ ศิลปะไทยโบราณ และศิลปวัฒนธรรมไทย
         (5) ศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนา เผยแพร่ เพื่ออนุรักษ์ศิลปะไทยโบราณ และศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
         (6) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

3) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรียกโดยย่อว่า ศฝก.

         มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) จัดการศึกษา ฝึกอบรมและสาธิตด้านเกษตรกรรมธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกษตรธรรมชาติ แนวทางอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับนิเวศเขตร้อน ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร เทคโนโลยีการเกษตร สมุนไพร และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรธรรมชาติ
(2) เป็นศูนย์การเรียนรู้และเผยแพร่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะด้านเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(3) วิจัย ทดลอง เผยแพร่เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและองค์ความรู้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรธรรมชาติ
(4) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานกับชุมชน หน่วยงานเครือข่าย ทั้งภาครัฐภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน โดยเน้นองค์ความรู้เกี่ยวข้องกับเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(5) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

4) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เรียกโดยย่อว่า ศฝช.

         มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

           (1) จัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านอาชีพ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความจำเป็น ความต้องการ ของประชาชนบริเวณชายแดน โดยมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและการเมือง
           (2) เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง วิจัย และเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาการศึกษาด้านอาชีพและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนบริเวณชายแดน
           (3) พัฒนาบุคลากร พัฒนาหลักสูตร สื่อ รูปแบบการเรียนการสอนด้านอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
           (4) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาด้านอาชีพร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่บริเวณชายแดน ที่รับผิดชอบ และเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
          (5) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย          

ที่ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน                         พื้นที่บริการ
1 เชียงราย เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และพะเยา
2 ชุมพร ชุมพร ระนอง และประจวบคีรีขันธ์
3 ปัตตานี ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล
4 สระแก้ว สระแก้ว จันทบุรี และตราด
5 อุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์ น่าน ตาก เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก
6 มุกดาหาร มุกดาหาร อุบลราชธานี นครพนม เลย หนองคาย และอำนาจเจริญ
7 สุรินทร์ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ

 

 

 

 

 

 

 

 

5 ) ศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี”สามสงฆ์ทรงพระคุณ”เรียกโดยย่อว่า ศฝส.                      

   มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 

            (1)  จัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านอาชีพ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความจำเป็น ความต้องการของประชาชนบริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี โดยมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและการเมือง
            (2) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาด้านอาชีพร่วมกับภาคีเครือข่ายและเผยแพร่ในโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่บริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี
            (3) เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง วิจัย และเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาการศึกษาด้านอาชีพและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนบริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี
            (4) พัฒนาบุคลากร พัฒนาหลักสูตร สื่อ รูปแบบการเรียนการสอนด้านอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
            (5) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

6) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เรียกโดยย่อว่า ศว.

              มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

              (1)จัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียนและประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
              (2) ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม อาทิ ดาราศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา เทคโนโลยีที่เหมาะสม
              (3) เผยแพร่และบริการรูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
              (4) พัฒนาครู อาจารย์ วิทยากร และบุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
             (5) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
            (6) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา                            พื้นที่บริการ
1 กาญจนบุรี สุพรรณ นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี
2 ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู เลย อุดรธานี และขอนแก่น
3 ตรัง ภูเก็ต พังงา  ระนอง กระบี่ และตรัง
4 นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา
5 นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช
6 นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์
7 พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา
8 ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และยะลา
9 ลำปาง เชียงราย  เชียงใหม่  พะเยา แพร่  น่าน แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง
10 สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสาคร
11 สระแก้ว สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว
12 อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ  และอุบลราชธานี

 

7) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเพื่อการศึกษารังสิต เรียกโดยย่อว่า ศว. รังสิต

              มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 

(1) จัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียนและประชาชนทั่วประเทศ
 (2) ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม อาทิ ดาราศาสตร์ ธรรมชาติวิทยา เทคโนโลยีที่เหมาะสม
 (3) เผยแพร่และบริการรูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
 (4) พัฒนาครู อาจารย์ วิทยากร บุคาคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
 (5) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
 (6) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

8) ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด เรียกโดยย่อว่า ศว.ร้อยเอ็ด

      มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม โดยเน้นการจัดสภาพแหล่งเรียนรู้ด้วยสื่อเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมสมัยใหม่และวัฒนธรรมภาคอีสาน
(2) จัดกิจกรรมการศึกษาบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม สนับสนุนการเรียนรู้พัฒนาทักษะกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็ก เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป
 (3) เป็นแหล่งกลางในการ ค้นคว้า วิจัย พัฒนา สาธิต ส่งเสริมและเผยแพร่การประดิษฐ์ คิดค้นที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม รวมทั้งให้รู้จักใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
(4) ฝึกอบรมปฏิบัติการให้ความรู้แก่ ครู อาจารย์ เพื่อเพิ่มทักษะ เทคนิคการใช้ การผลิตสื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรมการศึกษาประกอบการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และด้านวัฒนธรรม
 (5) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานกับหน่วยงานเครือข่าย ในการจัดและให้บริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแก่กลุ่มเป้าหมาย
 (6) เผยแพร่และให้บริการ ข้อมูล ข่าวสาร สื่อ และรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แก่หน่วยงานเครือข่ายและบุคคลทั่วไป
 (7) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

9) สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร เรียกโดยย่อว่า สธ.

  มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ 

(1) จัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
(2) ฝึกอบรมและพัฒนาสมรรถภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับบุคลากรภาครัฐ เอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(3) วิจัย พัฒนารูปแบบ กระบวนการจัดการศึกษา การฝึกอบรม และการพัฒนาบุคลากร
(4) ส่งเสริมให้บริการข่าวสารข้อมูลแก่ประชาชนด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
(5) ส่งเสริม ประสานงาน การทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย
(6) รวบรวม เผยแพร่พระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ด้านการศึกษา ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
(7) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

10) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร

  มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ 

(1) จัดการศึกษานอกระบบประเภทการศึกษาต่อเนื่องที่ต้องใช้ทักษะ เทคนิค ความชำนาญการเป็นพิเศษ
(2) จัดการศึกษานอกระบบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
(3) จัดการศึกษานอกระบบสำหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษที่มีวิธีการจัดการศึกษาเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กด้อยโอกาส สตรีกลุ่มเสี่ยง เป็นต้น
(4) วิจัยและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ที่รับผิดชอบ
(5) ศึกษารูปแบบ ทดลอง นำร่องการจัดการเรียนการสอนสำหรับชุมชนเมือง
(6) เป็นศูนย์ประเมินความรู้ ประสบการณ์และเทียบระดับการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ
(7) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

11) สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค มี 5 ภาค ภาคละ 1 แห่ง

สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค แต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่บริการ ดังนี้

ที่ สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค                 พื้นที่บริการ
1 สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคกลาง พื้นที่บริการ 16 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทอง
2 สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคตะวันออก พื้นที่บริการ 9 จังหวัด คือ จังหวัดจันทบุรี เชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ และจังหวัดสระแก้ว
3 สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่บริการ 19 จังหวัด คือ จังหวัดเลย กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี
4 สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ พื้นที่บริการ 17 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี
5 สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคใต้ พื้นที่บริการ 14 จังหวัด คือ จังหวัดกระบี่ ชุมพร ตรัง  นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา  พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และจังหวัดสุราษฏร์ธานี

 

12) สถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ เรียกโดยย่อว่า สพร.

    มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 

(1) จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการและรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่นโปรแกรมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต โปรแกรมการทัศนศึกษาเพื่อการเรียนรู้  การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อ รูปแบบต่าง ๆ และการเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น
(2) บริการรับรองความรู้และประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้
(3)ให้บริการและเผยแพร่สารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
(4) ถ่ายทอดและฝึกอบรมแนวทางจัดการเรียนรู้
(5) วิจัยและพัฒนากระบวนการ รูปแบบ และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
(6) ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายการจัดการเรียนรู้
(7) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อจัดการเรียนรู้
(8) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

13) อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกโดยย่อว่า อวท.

          มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 

(1) ปลูกฝังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความภาคภูมิใจในพระอัจฉริยะภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ที่ได้ทรงบุกเบิกงานด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไทย
(2) จัดและบริการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียนและประชาชนทั่วประเทศ
(3) ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนารูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม อาทิวิทยาศาสตร์ทางทะเล ดาราศาสตร์ เทคโนโลยีที่เหมาะสม
(4) เผยแพร่และบริการรูปแบบกิจกรรม หลักสูตร สื่อ และกระบวนการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
 (5) พัฒนาครู อาจารย์ วิทยากร และบุคลากรทางการศึกษา ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
(6) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม
(7) ส่งเสริมและพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
(8) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

3.กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

            กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่จัดในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้(สำนักงาน กศน.2553: 10 – 18)

1) กิจกรรมการศึกษานอกระบบ

1.1) การศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1.2) การส่งเสริมการรู้หนังสือ
1.3) การศึกษาต่อเนื่อง

1.3.1) การศึกษาเพื่อพัฒนาการงานและอาชีพ
1.3.2 )การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
1.3.3) การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน

 2) กิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 

            2.1) การส่งเสริมการอ่าน
            2.2) ห้องสมุดประชาชน
            2.3) วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

4.กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีดังนี้ (สำนักงาน กศน. 2553:3)

1) กลุ่มเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต

1.1)  ผู้ด้อยโอกาส
1.2)  ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
1.3)  ผู้สูงอายุ
1.4)  ชนต่างวัฒนธรรม
1.5)  ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจใฝ่เรียนรู้

2) กลุ่มเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาความสามารถในเชิงการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

  2.1) ผู้อยู่ในวัยแรงงานที่อยู่นอกระบบ
  2.2) ผู้อยู่ในวัยแรงงานที่อยู่ในระบบ

 

 อ้างอิงบทความนี้ อัญชลี ธรรมะวิธีกุล: การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในปัจจุบัน(1) https://panchalee.wordpress.com/2010/12/21/nfe_ac1/

***********************************

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในปัจจุบัน(2)

อัญชลี ธรรมะวิธีกุล
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
21 ธันวาคม 2553

 

5. นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554

 วิสัยทัศน์ 

         คนไทยได้รับการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้

พันธกิจ 

1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีคุณภาพ
2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
3. ส่งเสริมชุมชนให้พัฒนากระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
4. พัฒนาและส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพต่อการศึกษาตลอดชีวิต
5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

นโยบายตามภารกิจ 

1.  นโยบายด้านการศึกษานอกระบบ

1.1  การสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี อย่างมีคุณภาพ

1)  ดำเนินการให้ผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าจัดซื้อหนังสือเรียน และค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2)  พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ สามารถสืบค้นได้ทันความต้องการ เพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียน
3)  ให้มีการจัดทำคู่มือการสอนแบบมีคุณภาพและการสอนแบบประสมประสานตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 1.2  การส่งเสริมการรู้หนังสือ

1)  พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือทั้งในระดับพื้นที่และส่วนกลางให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเป็นระบบเดียวกัน
2)  การพัฒนาหลักสูตร สื่อ แบบเรียน เครื่องมือวัดผลและเครื่องมือการดำเนินงานสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือให้สอดคล้องกับสภาพของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
3)  เพิ่มศักยภาพครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ
4)  มุ่งเน้นให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพการรู้หนังสือ การพัฒนาทักษะการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะด้านคอมพิวเตอร์พื้นฐานเพื่อส่งเสริมการรู้หนังสือสำหรับให้ประชาชนได้นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

1.3  การศึกษาต่อเนื่อง

1)  มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนางานและอาชีพ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการงานและอาชีพระดับพื้นฐาน ระดับกึ่งฝีมือ และระดับฝีมือ ที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ให้พัฒนาหลักสูตรที่หลากหลายและทันสมัย สามารถให้บริการได้อย่างกว้างขวาง
2)  มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยการจัดกิจกรรมการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความสามารถในการจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน
3)  มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้รูปแบบการฝึกอบรม               การประชุมสัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการสร้างจิตสำนึกความเป็นประชาธิปไตยความเป็นพลเมืองดีเศรษฐกิจชุมชน และการอนุรักษ์พัฒนาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4)  มุ่งจัดการศึกษาต่อเนื่องหลักสูตรเชิงบูรณาการ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
5)  พัฒนาระบบคลังหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องให้ได้มาตรฐาน และสะดวกต่อการใช้งานเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย

1.4  การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน

1)  มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามจุดมุ่งหมายและมาตรฐานของหลักสูตร
2)  พัฒนาครูและผู้ที่เกี่ยวข้องให้สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
3)  ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น และกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการและสภาพของกลุ่มเป้าหมาย
4)  ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่นๆ ประกอบหลักสูตร โดยการมีส่วนร่วมของทั้งภาครัฐและเอกชน
5)  ส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
6)  มุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนได้เรียนในรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพและความต้องการของตนเอง โดยมีอัตราการคงอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ในสาระความรู้พื้นฐาน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
7)  พัฒนาระบบการวัดผลและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน โดยการนำข้อทดสอบกลางมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.5  การประกันคุณภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

1)  เร่งรัดให้สถานศึกษาพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในให้ได้มาตรฐาน โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้การประเมินภายในด้วยตนเอง
2)  เร่งรัดให้สำนักงาน กศน.จังหวัด/กทม. ดำเนินการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาในสังกัดให้ผ่านการประเมินคุณภาพภายใน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
3)  เร่งรัดดำเนินการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา กศน. ที่มีผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาไม่ได้ตามมาตรฐานที่ สมศ. กำหนดโดยปรับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและดำเนินการตามแผนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด สำหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ให้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
4)  ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน สมศ. ผดุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

1.6  การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์

1)  ส่งเสริมให้สถานศึกษาดำเนินการเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ รวมทั้งผลการเรียนอย่างมีระบบ ได้มาตรฐานสอดคล้องกับหลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายบรรลุผล        การเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2)  พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษาที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามที่กำหนด และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

1.7  การศึกษาทางไกล

1)  พัฒนาการจัดการศึกษาทางไกล ทั้งระบบการให้บริการ ระบบการเรียนการสอน ระบบการวัดผลและประเมินผลการเรียน ทั้งหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาต่อเนื่อง โดยบูรณาการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายมาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาทางไกลให้มีคุณภาพ
2)  พัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความพร้อมในการจัดและให้บริการการศึกษาทางไกล เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ
3)  ขยายกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการให้มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

2.  นโยบายด้านการศึกษาตามอัธยาศัย

2.1  การส่งเสริมการอ่าน

1)  พัฒนาระดับความสามารถในการอ่านของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ได้ระดับอ่านคล่อง เขียนคล่อง และอ่านเชิงคิดวิเคราะห์พื้นฐาน โดยผ่านกระบวนการปฏิรูปการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ
2)  พัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ โดยปลูกฝังและสร้างเจตคติให้เป็นคุณค่าและประโยชน์ของการอ่านประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วม และกำหนดมาตรการจูงใจเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน
3)  ส่งเสริมให้มีการสร้างบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านให้เกิดในสังคมไทย โดยสนับสนุนการพัฒนาแหล่งการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและหลากหลาย รวมทั้งมีความพร้อมในด้านสื่ออุปกรณ์ที่สนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย โดยเฉพาะงานมหกรรมการอ่านในส่วนภูมิภาค
4)  ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน โดยจัดให้มีอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านในทุกตำบล
5)  ส่งเสริมให้มี “นครแห่งการอ่าน” ในจังหวัดที่มีความพร้อมเพื่อสร้างเสริมบทบาทของการส่งเสริมการอ่าน

2.2  ห้องสมุดประชาชนมีชีวิต

1)  มุ่งเน้นพัฒนาห้องสมุดประชาชนทุกแห่งให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน
2)  จัดตั้งห้องสมุดประชาชนในอำเภอที่ยังไม่มีห้องสมุดประชาชน เพื่อจัดบริการให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยเน้นการระดมทรัพยากรและความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน
3)  จัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ต่างๆ สำหรับให้บริการในห้องสมุดประชาชน
4)  จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกห้องสมุด เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ด้วยตนเองของประชาชน
5)  จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์ เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ
6)  พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่รับผิดชอบการบริการของห้องสมุดประชาชน ให้มีความรู้ ความสามารถในการให้บริการสนับสนุนการดำเนินงานห้องสมุด 3 ดี
7)  แสวงหาภาคีเครือขายเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานห้องสมุดประชาชน

2.3  วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา

1)  มุ่งพัฒนาและจัดทำนิทรรศการและจัดกิจกรรมที่เน้นการเสริมสร้างทักษะและกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้รับบริการ
2)  เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาชุมชนให้ผู้รับบริการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพ และสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่
3)  ส่งเสริม สนับสนุนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศให้ร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์แก่ผู้รับบริการ
4)  ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ให้มีรูปแบบและเนื้อหาที่หลากหลายสามารถปลูกฝังให้ผู้รับบริการมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ
5)  ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์เชิงบูรณาการ เพื่อเป็นฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
6)  ดำเนินการจัดให้มีศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านดาราศาสตร์ให้กับประชาชน
7)  พัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาให้เป็นแหล่งการเรียนรู้เชิงวิชาการ และแหล่งท่องเที่ยวประจำท้องถิ่น

3.  นโยบายด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน

3.1  กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน

1)  ให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการกศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยจัดให้มีแผนปฏิบัติงานประจำตำบลหรือแขวง
2)  ให้ กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน จัดทำฐานข้อมูลในลักษณะ  สำมะโน และศึกษาความต้องการทางการศึกษาและการเรียนรู้ของประชาชน และตำบลหรือแขวง เพื่อประกอบการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม
3)  มุ่งเน้นให้มีการนำหลักคิดประชาธิปไตยมาบูรณาการในการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและเสริมสร้างกระบวนการประชาธิปไตยในทุกระดับ
4)  สนับสนุนสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยีให้ กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน ทุกแห่งเพื่อพัฒนาประชาชนในชุมชนให้เป็นคนไทยยุคใหม่
5)  ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่าย กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อการประสานเชื่อมโยง และส่งต่อผู้เรียนให้ได้รับบริการทางการศึกษาที่สนองตอบต่อความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ
6)  ให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน และจัดให้มีการรายงานต่อสาธารณะในชุมชน
7)  จัดทำมาตรฐาน กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อเป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพการบริหารและการบริการให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและชุมชน
8)  ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน โดยใช้ กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชน เป็นฐานการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน

3.2  อาสาสมัคร กศน.

1)  ส่งเสริมให้ผู้มีจิตอาสา ตลอดจนผู้รู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และข้าราชการบำนาญเข้ามาเป็นอาสาสมัคร กศน. โดยเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน เป็นผู้สื่อสารข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและนำเสนอความต้องการการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชน โดยดำเนินงานเป็นทีมร่วมกับครูในสังกัดสำนักงาน กศน.
2)  ส่งเสริมให้อาสาสมัคร กศน. ได้รับการพัฒนาสมรรถนะให้เป็นผู้จัดและผู้ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ
3)  เสริมสร้างขวัญและกำลังใจในรูปแบบต่างๆ แก่อาสาสมัคร กศน. เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

3.3  การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในชุมชน

1)  จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน โดยใช้ กศน. ตำบลหรือแขวง : แหล่งเรียนรู้ชุมชนที่ดำเนินการอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2)  ส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน โดยจัดทำแผนชุมชน จัดเวทีชาวบ้าน การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม เพื่อนำความรู้ไปแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชน
3)  ส่งเสริมให้มีการบูรณาการความรู้ในชุมชนให้เชื่อมโยงกับหลักสูตรต่างๆ ของ กศน. เพื่อประโยชน์ในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
4)  ส่งเสริมให้มีขยายและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ชุมชนในการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยให้มีการจัดทำและเผยแพร่สื่อเพื่อการธำรงรักษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในชุมชน
5)  พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแหล่งการเรียนรู้ของชุมชน

4.  นโยบายด้านการสนับสนุนโครงการพิเศษ

4.1  โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

1)  ส่งเสริมการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อการสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากพระราชวงศ์อย่างมีคุณภาพและเกิดผลโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
2)  จัดทำฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน. ที่สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

4.2  โครงการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงชายแดนของ ศฝช.

1)  ให้ ศฝช. ทุกแห่ง เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาบุคลากร และการเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตรธรรมชาติ โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน กศน. กับมูลนิธิ MOA ไทยและMOA International
2)  มุ่งจัดและพัฒนาการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม โดยเน้นเกษตรธรรมชาติและอาชีพอื่นที่เหมาะสมให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน
3)  จัดและพัฒนา ศฝช. ให้เป็นศูนย์สาธิตการประกอบอาชีพสำหรับประชาชนตามแนวชายแดน

4.3  การส่งเสริมและจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ

1)  ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับกลุ่มเป้าหมายพิเศษได้แก่ ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ไร้สัญชาติ คนไทยในต่างประเทศ เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียน เด็กด้อยโอกาส คนเร่ร่อน
2)  จัดและส่งเสริมการเรียนรู้และใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันสำหรับชาวไทยภูเขาและชนต่างวัฒนธรรม
3)  พัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4)  พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายพิเศษแต่ละกลุ่ม
5)  ศึกษาวิจัยรูปแบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ
6)  พัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในการปฏิบัติงานของครูที่รับผิดชอบกลุ่มเป้าหมายพิเศษ

5.  นโยบายด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

            5.1  พัฒนาสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา และสถานีวิทยุศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการส่งกระจายภาพและเสียง ให้กลุ่มเป้าหมายสามารถให้เป็นช่องทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ทั้งนี้ให้มีการประสานงานเพื่อเชื่อมสัญญาณการกระจายเสียงกับวิทยุชุมชนทั่วประเทศ
            5.2  พัฒนารายการวิทยุกระจายเสียงเพื่อการศึกษาและรายการวิทยุโทรทัศน์ เพื่อการศึกษาให้เชื่อมโยงและตอบสนองต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอนและกระจายโอกาสทางการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อรองรับการพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา สาธารณะ (Free ETV)
            5.3  เสริมสร้างโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา กศน. ทั้งในเมืองและชนบทได้เข้าถึงช่องทางและมีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีคุณภาพ โดยจัดให้มีการติวเข้มเติมเต็มความรู้ (Student Channel) ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (ETV) ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ รวมทั้งจัดให้มีการติวเข้มเติมเต็มความรู้เคลื่อนที่ไปในจังหวัดต่างๆ
             5.4  ผลิตและเผยแพร่สื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา สื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ สื่อ ICT เพื่อการศึกษา เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนรูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลและการศึกษาตามอัธยาศัยแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง
             5.5  ส่งเสริมให้สถานศึกษาสังกัด สำนักงาน กศน. สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสนับสนุนด้านอุปกรณ์ เครื่องมือทางเทคโนโลยีพื้นฐานให้กับสถานศึกษาทุกแห่งอย่างเพียงพอ
             5.6  ให้มีการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา กศน. และภาคีเครือข่าย ให้สามารถผลิต เผยแพร่ และใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
             5.7  พัฒนาระบบการให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในหลายช่องทาง ทั้งการออกอากาศทางสถานีวิทยุ สถานีวิทยุโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต และรูปแบบอื่นๆ เช่น DVD,CD,VCD เป็นต้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้บริการได้ตามความต้องการ
             5.8  ดำเนินการสำรวจ วิจัย และติดตามประเมินผลด้านสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาต่อเนื่อง
5.9  ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามาร่วมใช้ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

6.  นโยบายด้านการบริการจัดการ

6.1  การพัฒนาบุคลากร

1)  มุ่งส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรทุกกลุ่มในสังกัดให้มีสมรรถนะในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2)  จัดให้มีแผนพัฒนาบุคลากร กศน. เพื่อเป็นการเตรียมการในการเข้าสู่งานและการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสืบทอดงานและอุดมการณ์ในการทำงาน
3)  ส่งเสริมให้มีการพัฒนานวัตกรรมสำหรับการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร
4)  ส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดพัฒนาตนเองเพื่อเลื่อนตำแหน่งหรือเลื่อนวิทยุฐานะ โดยประเมินจากผลการปฏิบัติงานเป็นฐาน
5)  พัฒนาบทบาทของสถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร และสถาบัน กศน. ภาค ให้เป็นหน่วยงานพัฒนาบุคลากรระดับสูงและบุคลากรเฉพาะทาง

6.2  การนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล

1)  ส่งเสริม และพัฒนาการนิเทศการศึกษาทั้งระบบ
2)  ส่งเสริมการใช้กระบวนการนิเทศในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานและจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
3)  กำกับ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานให้ทันกำหนดเวลาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ออื่นๆ ที่เหมาะสม

6.3  โครงสร้างพื้นฐานและอัตรากำลัง

1)  จัดทำแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดำเนินการปรับปรุงสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษา
2)  ระดมทรัพยากรจากชุมชน เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมสำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน
3)  แสวงหาความร่วมมือในการหาบุคลากรในท้องถิ่นให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม กศน.
4)  บริหารอัตรากำลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

6.4  การพัฒนาองค์ความรู้

1)  พัฒนานวัตกรรม และการบริหารจัดการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
2)  ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้งทิศทางการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
3)  พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหาร และจัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

        1. กระทรวงศึกษาธิการ.(2551) พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:สำนักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. 

       2. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง การกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา.(2551,25 มีนาคม).ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนพิเศษ  60 ง หน้า 2-12

      3. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง บัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551. (2551,10  มีนาคม).ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนพิเศษ 60 ง หน้า 1-34

     4. สำนักงาน กศน. .(2553) นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ:พับบลิค เอ็ดดูเคชั่น จำกัด.          

Download

อ้างอิงบทความนี้
อัญชลี ธรรมะวิธีกุล การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในปัจจุบัน(2) https://panchalee.wordpress.com/2010/12/21/nfe_ac2/

********************************************